
อดีตทหารมอญเฮี้ยนพกบึ้มปล้นแบงก์ติดบช.ภ.8
จากนี้ไปตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคง คงต้องพิจารณามาตรการป้องกันการได้มาและพกพาอาวุธสงครามตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ไม่เช่นนั้นครั้งต่อไปอาจจะไม่โชคดีเหมือนกับคดีแรงงานหนุ่มมอญจอมเฮี้ยนพกเอ็ม 26 บุกปล้นแบงก์กรุงไทย สาขาพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ก็เป็นได้
บ่ายโมงครึ่ง วันที่ 25 มกราคม "อ๊อด" แรงงานต่าวด้าวชาวมอญ วัย 35 ปี ในชุดเสื้อลายพรางทหาร กางเกง 5 ส่วน รองเท้าผ้าใบสีขาว สะพายเป้สีดำ บรรจุระเบิดเอ็ม 26 หรือลูกเกลี้ยง 2 ลูก ลงจากรถโดยสารประจำทางจาก จ.ระนอง มาที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีเป้าหมายอยู่ที่ธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งที่ไหนก็ได้ เพื่อปล้นเงิน !
พอถึงตลาดพุนพินเห็นธนาคารกรุงไทยตั้งตระหง่านเห็นชัดแต่ไกล เลยตัดสินใจเดินทื่อๆ เข้าไป โดยไม่เฉลียวใจคิดไปถึงว่า อ.พุนพิน เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 (ศสส.บช.ภ.8) ที่พร้อมทั้งอาวุธและกำลังพลครบครัน ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นยังเป็นที่ตั้งของบ้านพัก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หากเป็นขโมยขโจรคนไทยทั่วไปคงต้องคิดให้หนัก หรือไม่ก็หน้ามืดตามัวสุดจะเยียวยา เพราะแค่คิดก็เตรียมตัวติดคุกไปได้ตั้งครึ่งค่อนตัวแล้ว
แต่อ๊อดหนุ่มมอญอยู่ในข่ายยกเว้น อาจเป็นเพราะเป็นต่างด้าวไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้ตาม้าตาเรือ หรือชะตาชีวิตกำหนดให้ต้องมาพบกับจุดจบแห่งอิสรภาพเช่นนี้ กลับก้มหน้าก้มตาเข้าไปปล้นธนาคารกรุงไทย สาขาพุนพิน โดยควักระเบิดออกมา 2 ลูกขู่ "ทนงศักดิ์ เซ่งนุ้ย" พนักงานรักษาความปลอดภัย แจ้งความจำนง "ต้องการเงิน 15 ล้านบาท" ท่ามกลางลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างคับคั่ง โดยแต่ละคนไม่ทันเฉลียวคิดหรือรับรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นแม้แต่น้อย
อ๊อดหนุ่มเฮี้ยนมุ่งหน้าไปที่โต๊ะ "สฤษฎ์ จันทร์เจริญ" เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าที่ให้บริการอยู่ วางเป้ลงชูระเบิดขึ้น 2 ลูก ถอดสลักออกแล้ว 1 ลูก พูดสำเนียงคนอีสานพูดกลางว่า ต้องการเงิน 15 ล้านบาท...อีกครั้ง โดยให้เวลา 5 นาที ก่อนจะถือระเบิดเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น สฤษฎ์เองก็พะว้าพะวังโกยเงินใส่เป้ทั้งที่ไม่ได้นับ ได้ไปทั้งสิ้น 54,400 บาท ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของผู้จัดการธนาคารและพนักงานคนอื่นๆ ที่เริ่มตระหนักรู้และพยายามแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายให้ตำรวจทราบ
เมื่อได้เงินเท่าที่ได้อ๊อดก็ผละออกจากธนาคาร ระหว่างตัดสินใจทำอะไรไม่ถูก จะหนีไปไหน จะหนีอย่างไร แผนการณ์ต่างๆ ไม่ได้คิดเตรียมไว้ล่วงหน้า ละล้าละลังจนหันไปเห็นตำรวจจึงโกยแน่บไปทางหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองท่าข้าม เมื่อเห็นเหตุการณ์จวนตัวก็ขว้างระเบิดใส่ตำรวจ 1 ลูก โดนเข้าที่หน้าแข้งตำรวจจราจรรายหนึ่งเข้าอย่างจัง แต่เดชะบุญผลกรรมที่ทำมาชะตายังไม่ถึงฆาต ระเบิดด้านรอดตายหวุดหวิด ส่วนคนร้ายยังคงวิ่งหน้าตั้งตรงไปเชิงสะพานจุลจอมเกล้า ห่างจาก บช.ภ.8 ไปเพียง 100 เมตร
ศูนย์บัญชาการตำรวจภาคใต้ตอนบนเตรียมมาตรการป้องกันเต็มที่ ปิดประตูเข้าออกทุกด้าน สั่งเตรียมพลแม่นปืนประจำทุกจุด ไม่ให้คนร้ายเข้ามาหรือขว้างปาระเบิดเข้าใส่ที่ตั้งได้ ไม่เช่นนั้นคงเสียชื่อเสียหน้ามากกว่าจะบาดเจ็บล้มตาย ตำรวจที่ติดตามเห็นท่าไม่ดี เพราะใกล้สถานที่ตั้งเข้าไปทุกที ระหว่างรอการตัดสินใจอยู่นานก็ได้รับไฟเขียวจากผู้บังคับบัญชาให้ทำอะไรสักอย่างในการยับยั้งหนุ่มมอญจอมเพี้ยนรายนี้ หนึ่งในชุดปฏิบัติการเลยตัดสินใจยิง...ทันที
จะด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดหรืออย่างไรก็สุดจะเดา พร้อมๆ กับสิ้นเสียงปืนอ๊อดก็ปล่อยระเบิดลูกสุดท้ายขึ้นไปบนสะพานจุลจอมเกล้า เสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมๆ กับร่างของอ๊อดล้มลงกองกับพื้น กระสุนประกาศิตตรงเข้าสะโพกหยุดยั้งความบ้าคลั่งลงได้โดยดุษณี เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็เข้าเคลียร์พื้นที่ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองบิน 7 เข้าเก็บระเบิดลูกแรกที่ด้านพบเป็นเอ็ม 26 รุ่นเก่า พบมากตามแนวชายแดนจังหวัดระนอง ซึ่งคนมอญและชนกลุ่มน้อยในพม่านิยมใช้
สอบถามอ๊อดก็ได้ความสอดคล้องต้องกัน ก่อนจะมาเป็นแรงงานต่างด้าวเคยเป็นทหารมอญมาก่อน เชี่ยวชาญและรู้เรื่องอาวุธสงครามกับระเบิดมาพอสมควร เขาหาซื้อระเบิดทั้ง 2 ลูกมาจากแนวชายแดนไทย-พม่าด้าน จ.ระนอง ในราคาลูกละ 1,500 บาท แล้วจึงมาก่อเหตุในครั้งนี้
แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บล้มตาย แต่ก็ทำเอา พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ ผบช.ภ.8 ต้องพิจารณามาตรการคุมเข้มอาวุธสงครามและแรงงานต่างด้าวให้มาก เพราะชี้ให้เห็นถึงความย่อหย่อนในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะนับวันยิ่งจะมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเพิ่มขึ้นทุกวัน หากในอนาคตข้างหน้าไม่ใช่แค่การปล้นและจบลงด้วยดีเช่นนี้ จะมานั่งนึกเสียใจก็คงจะสายเกินไป
สุวรรณี บรรฑิศักดิ์



