ข่าว

 ทุบสถิติ

ทุบสถิติ

31 ม.ค. 2553

โผโยกย้ายระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ มีเสียงกล่าวขานระเบงเซ็งแซ่จากแวดวงสีกากีมากมาย

 บางหน่วยเล่นเอาหูอื้อเพราะพวกที่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือขยับเข้าสู่ตำแหน่งหลักล้วนมาจากตั๋ว "เทพประทาน" ทั้งสิ้น ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ ได้เลือกน้อยมาก กองบังคับการไม่ต้องพูดถึง

 เสียงสะท้อนอย่างหนึ่งที่รัฐบาลต้องรับฟังคือ การแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เล่นกันจนเละ บางหน่วยยังล่าช้าเนื่องจากโผไม่ลงตัว เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง ระดับกองบัญชาการกับผู้บริหาร ตร.ล่อกันนัวไปหมด

 ถ้าจำกันได้ยุคที่ผ่านมามีข้อครหาเกี่ยวกับ พล.ต.ท.คนหนึ่งเป็นนายหน้าในการแต่งตั้งโยกย้าย มีการเรียกเงินค่าตำแหน่ง ซื้อขายกันโจ่งครึ่ม ประเภท "เงินมาตำแหน่งไป" แต่ก็ยังไม่กว้างขวางเท่ากับครั้งนี้

 หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ออกเป็นคำสั่งหรือธรรมเนียมปฏิบัติได้ถูกลบทิ้งไปหมด นายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ต้องมีอาวุโส หลักเกณฑ์ยกเว้นได้ ก้าวข้ามหัวใครต่อใครเต็มไปหมด

 บางกองบัญชาการจึงตั้งกฎระเบียบเบื้องต้นต้องมี "ตั๋วพร้อมตังค์" จึงรับพิจารณา ส่วนความดีความชอบในการปฏิบัติหน้าที่แนบเอกสารไว้แผ่นหลังสุดอาจเปิดดูไม่ถึงด้วยซ้ำ

 มีข่าวว่านายตำรวจระดับผู้กำกับบางโรงพักเกรดเอ ประมูลเก้าอี้กันถึงหลักสิบล้านพร้อมมีตั๋วฝากแนบท้ายอีกต่างหาก

 ขณะที่ตัวชิงต่างหน่วยก็สู้ยิบตา วางเงินมัดจำพร้อมนำตั๋วฝากเบอร์ใหญ่มาประกบ ผู้มีอำนาจก็นั่งยิ้มแก้มปริ รอดูราคากับการฝากฝังใครแน่นกว่าก็คว้าไป

 ว่ากันว่าตัวเลขที่สู้กันถึงหลักสิบล้านนี่ได้ทุบสถิติการซื้อขายตำแหน่งระดับโรงพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ดูเหมือนข้อครหาเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในรัฐบาลนี่มีเสียงไม่เบาไปกว่ายุคก่อน อาจดังแน่นกว่าด้วยซ้ำ
พวกไม่มีเส้นสายก็ได้แต่นั่งดูตาปริบๆ รอชื่นชมกับนักวิ่ง นักซื้อที่มีความเจริญก้าวหน้า

 จากนี้ไปยังมีเสียงดังตามมาอีกหลายระลอกท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เงี่ยหูฟังให้ดีเพราะเจ้าของสถานบริการ โรงงานต่างๆ ต้องร้องจ๊ากเพราะต้องจัดทำงบประมาณไว้ส่งส่วยตำรวจ ถอนทุนกันเร็วก็ต้องรีดไถกันถี่

 นี่แหละที่เขาเรียกว่างบ รายจ่ายของตำรวจประจำปี รีดไถกันเป็นทอดๆ ประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ ทุกข์สุขประชาชนไม่เกี่ยว!!