
โควิดพ่นพิษ "นายกร้านอาหาร" ส่งหนังสือร้องขอ "นายกตู่" วอนผ่อนปรนกินในร้าน
โควิดพ่นพิษ นายกร้านอาหาร ส่งหนังสือร้องขอ"นายกตู่" วอนผ่อนปรนกินในร้าน ด้านเลขาเสน่ห์ แจงข้อเดือดร้อนถึง รมว.แรงงาน ช่วยอีกช่องทาง
ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอก 3 ช่วงเดือนเมษายน ทำให้มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความกังวลจะเกิดการแพร่ระบาดต่อเนื่อง
ดังนั้นศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จึงออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สิ่งสำคัญไม่อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านอาหาร
จากกรณีดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารเป็นวงกว้าง เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนมากยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของการระบาดโรคไวรัส โควิด-19 และจากมาตรการควบคุมในช่วง 2 ระยะของการระบาดที่ผ่านมา ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องเลิกกิจการพร้อมกับหนี้สินที่ติดพันอีกจำนวนมาก และอีกจำนวนมากสุ่มเสี่ยงต้องปิดกิจการตามไปอีกไม่น้อย
ด้วยเหตุดังกล่าว นางภาส์สิณี พิทักษ์นิลประดับ นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จึงมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยเอกสารดังกล่าวระบุข้อความว่า
เรื่อง ร้านอาหารเดือดร้อน วอนนายกช่วยเหลือ กราบเรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ออกข้อกำหนดพื้นที่สถานการณ์เพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมทั่วประเทศนั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ออกมาตรการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างมากในทุกๆ ด้าน
โดยเฉพาะรายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มขาดหายไปจากเดิมกว่าร้อยละ 50 อันเนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออยู่แล้ว เมื่อร้านอาหารและเครื่องดื่มต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค. ที่บังคับใช้แล้ว ยิ่งทำให้เจ้าของร้านอาหาร พนักงานลูกจ้าง รวมถึงบุคคลที่อยู่ในความดูแลรวมหลายแสนคน ได้รับผลกระทบและประสบปัญหาในการประกอบกิจการ และทำให้การดำรงชีพเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น
สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จึงขอกราบเรียน "ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานลูกจ้าง ด้วยการออกมาตรการผ่อนปรนและช่วยเหลือ ตังนี้
1. การช่วยเหลือเจ้าของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม
(1) ให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เปิดให้ลูกค้าใช้บริการในร้านอาหารและเครื่องดื่มได้
(2) งดเว้นหรือลดหย่อน การจัดเก็บภาษีเงินได้ ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
(3) ลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา
(4) ลดเงินสมบทประกันสังคม
2. การช่วยเหลือพนักงานลูกจ้างของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม
(1) ชดเชยรายได้ให้แก่ลูกจ้าง ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนประจำ
(2) ขยายเวลานำส่งเงินสมทบ และลดเหลืออัตรา 2 ต่อไป
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอบพระคุณ ฯพณฯ เป็นอย่างยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
นางภาส์สิณี พิทักษ์นิลประดับ นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร
ทั้งนี้สามารถประสานงาน นายเสน่ห์ สมศรี เลขาธิการสมาคม
อย่างไรก็ตาม นายเสน่ห์ สมศรี เลขาธิการสมาคมฯ ได้เดินเรื่องยื่นหนังสือของสมาคมฯถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อีกหนึ่งช่องทาง พร้อมทั้งได้รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการร้านอาหารให้ รมว.แรงงาน ทราบและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ
อีกทั้งได้รายงานปัญหาที่เกี่ยวข้องและผลกระทบในด้านต่างๆ ให้ รมว.สุชาติ ได้รับทราบเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้
1. ขอให้ผ่อนผันให้ลูกค้านั่งในร้านอาหารได้
2. ลดการส่งเงินประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้างลงให้เหลือ 2% ตลอดสามเดือน (พ.ค-มิย.-ก.ค. 64) หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 รอบที่ 3 จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
3. ให้ร้านอาหารและSME สามารถพักชำระหนี้และยืดระยะเวลาการชำระหนี้และหรือผ่อนผันการชำหนี้ออกไป 6 เดือน- 12 เดือนโดยลดหย่อนดอกเบี้ย MLR.-MRR.ลงด้วยตามความเหมาะสม
และ 4. ให้จัดหาแห่งเงินทุนและหรือธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าถึงได้ง่ายและปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุด 1% ต่อปี



