ข่าว

สสส.เปิดโครงการปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม99วัน

สสส.เปิดโครงการปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม99วัน

31 ม.ค. 2553

เปิดตัว"โครงการปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม" ชู 99 วัน พลิกโฉมเชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน เน้นจัดการ 3 ปัญหาหลัก ขยะล้นเมือง น้ำเสีย เกษตรอินทรีย์ ดึงภาคประชาสังคม - หน่วยงานรัฐ - สถาบันการศึกษา -ประชาชนร่วมในปฎิบัติการ

 นายณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้จัดการโครงการปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม แก่สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่  อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนมีพิธีเปิดตัวโครงการฯวันนี้ ( 31 ม.ค.) ว่า ปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม เป็นแนวทางที่จะทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ใน 99 วันของปฎิบัติการครั้งนี้ จะจัดการกับ 3 ปัญหาหลัก คือ ปัญหาขยะล้นเมือง ปัญหาน้ำเสีย และปัญหาด้านเกษตรอินทรีย์ อย่างเป็นรูปธรรม  โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมกับความรู้ทางวิชาการที่มีอยู่ให้เกิดเป็นระบบจัดการที่ดี ให้เชียงใหม่เป็นเมืองตัวอย่างในการพัฒนาเพื่อพลิกโฉมให้เป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน

 โครงการฯได้รวบรวมข้อมูลผ่านกระบวนการตรวจสอบสุขภาพเมืองพบว่า ปัจจุบันเชียงใหม่ประสบปัญหา 3 ประการ คือ ปัญหาขยะล้นเมือง เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีปริมาณขยะเฉลี่ยต่อคนต่อวันมากที่สุดในประเทศไทย สูงถึง 320 ตันต่อวัน  ต้องใช้งบประมาณในการจัดการกว่า 200 ล้านบาทต่อปี  ส่วนปัญหาน้ำเสีย ณ ปัจจุบันคุณภาพน้ำโดยเฉลี่ยหลายจุดของเมืองเชียงใหม่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน 4 - 5 เท่า เพราะน้ำที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธี  และปัญหาเกษตรอินทรีย์ เป็นสิ่งที่ต้องเร่งจัดการเพราะพบว่าเกษตกรในเชียงใหม่มีอัตราการใช้สารเคมีในการทำเกษตรสูงกว่า 80%

 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า  จากสมุติฐานที่ตั้งขึ้นพบว่า เชียงใหม่มีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง ทั้งองค์กรภาคประชาชนที่ตั้งขึ้น หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา รวมทั้งสื่อมวลชนท้องถิ่นและส่วนกลาง องค์ประกอบที่แต่ละองค์กรมีถือเป็นจุดแข็งที่นำไปสู่การร่วมมือกันสร้างเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่น่า โดยทุกคนและทุกภาคส่วนได้ลงมือทำและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน

 "ปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม จะเริ่มปฎิบัติการพลิกโฉมเมืองเชียงใหม่ใน 99 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. นี้ แบ่งการทำงานออกเป็น 3 เฟส คือ การจัดทำรายงานสุขภาพเมือง  จัดทำแผนเชียงใหม่เมืองน่าอยู่ และสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่ระดับประเทศ  กิจกรรรมที่ดำเนินการในเวลา 99 วัน ทุกๆ 1 เดือนจะนำไฮไลท์เด่นๆมานำเสนอเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ และกิจกรรมสุดท้ายจะเชิฐประชาชนชาวเชียงใหม่ 1 แสนคนร่วมกันปลูกต้นไม้ 1 แสนต้น ฯลฯ"นายณัฐพงษ์กล่าว

 นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า  เป้าหมายของปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยม คือ ทำให้เรื่องนี้เข้าถึงประชาชนทุกคนในเชียงใหม่  กิจกรรมที่จัดขึ้นมีตั้งแต่กิจกรรมที่สามารถทำได้เอง  กิจกรรมที่ร่วมกันทำ และกิจกรรมเชิงรุกที่เข้าร่วม โดยมุ่งเน้นเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในปฎิบัติการเชียงใหม่เอี่ยมครั้งนี้  เพราะการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเชียงใหม่ของสำนักงานสถิติในช่วงที่ผ่านมา 1 ในคำถามที่เป็นตัวชี้วัด ส่วนใหญ่มองการพัฒนาเป็นเรื่องไกลตัว แต่หลังโครงการฯนี้ดำเนินการเสร็จทุกคนจะเปลี่ยนแนวความคิดมองว่าการพัฒนาเป็นเรื่องที่สามารถทำร่วมกันได้ โครงการในลักษณะนี้เริ่มที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรกแต่มีเป้าหมายขยายไปทั่วประเทศเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น

 ส่วนผลในปฎิบัติการ 99 วัน มีความท้าทาย 4 เรื่องหลักใหญ่ๆที่คาดหวัง ทั้งการลดปัญหาขยะล้นเมืองลงให้ได้ 30%  ช่วยลดงบประมาณการจัดเก็บขยะของเทศบาลนครเชียงใหม่ลงได้ถึงปีละ 60 ล้านบาท   การเชิญชวนครัวเรือนจำนวน 7 หมื่นครัวเรือนจากทั้งหมด 1 แสนครัวเรือนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ติดตั้งบ่อดักไขมัน  เพิ่มจุดเข้าถึงอาหารเกษตรอินทรีย์ทุกๆ 400 เมตร  หรือ 99 จุดในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่  และรวมกันปลูก-ลงทะเบียนไม้พื้นถิ่น 1 แสนต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว 

 นอกจากนี้ยังมีปฎิบัติการฟื้นคลองแม่ข่าให้เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ไม่มีปัญหาน้ำเสีย ปฎิบัติการถนนกึ่งคนเดิน ถ.เจริญประเทศ ซึ่งมีโรงเรียนตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ 5 โรงเรียน มีเด็กๆเดินทางมาเรียนวันละกว่า 1 หมื่นคนไม่นับรวมผู้ปกครอง มีปัญหาการจราจรแออัด เกิดมลพิษทางอากาศ  ปฎิบัติการนี้มีเป้าหมายลดปัญหาจราจรและมลพิษ โดยได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนต่างๆ  มีเป้าหมายจัดหาพื้นที่สีเขียว จุดรับส่ง ฟื้นฟูระบบรถโรงเรียน ฯลฯ