
เตือน"ไข่หมูก"เก๊สวมรอยรีดค่าไถ่
นับตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2552 เป็นต้นมา ชื่อของ "จอมโจรไข่หมูก" หรือ "เจิม เส้งเอียด" วัย 59 ปี จอมโจรเรียกค่าคุ้มครองชื่อดังทางภาคใต้ก็เงียบหายจนผู้คนแดนด้ามขวานเกือบจะลืมเลือนไปแล้ว กระทั่งเกิดเหตุขู่ขวัญเรียกค่าคุ้มครองจากเจ้าของสวนยางพาราใน อ.ทุ่งส
24 มกราคม 2553 ภายหลังไข่หมูกเข้าไปรับโทษอยู่ในเรือนจำจังหวัดตรังแล้ว 5 เดือน มีจดหมายเรียกค่าคุ้มครองเจ้าของสวนยางพาราหมู่ 2 ต.น้ำตก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 10 ราย รายละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3 ล้านบาท ติดอยู่ตามต้นยางพาราของชาวบ้าน พร้อมกับใช้มีดฟันต้นยางพาราได้รับความเสียหาย 31 ต้นข่มขวัญให้เกรงกลัว
แม้การสูญสิ้นอิสรภาพของไข่หมูกจะเป็นที่รับรู้กันทั่ว แต่หลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำได้เพียงคาดคะเนและให้น้ำหนักไปที่ผู้กว้างขวางรายหนึ่ง ที่กำลังรวบรวมสมัครพรรคพวกแล้วอาศัยชื่อเสียงอันเป็นตำนานแดนใต้มาใช้เป็นเครื่องมือหากิน ส่งให้คำพูดสุดท้ายก่อนระเห็จเข้าแดนกำแพงกรรมของไข่หมูกมีน้ำหนักมากขึ้นทันควัน
"ที่ผมมอบตัวก็เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่พี่น้องชาวภาคใต้ที่มีสวนยางพาราว่า จอมโจรไข่หมูกถูกจับกุมแล้ว หลังจากนี้ไปถ้ามีคดีเกิดขึ้นแล้วแอบอ้างผมอีก ขอให้ชาวบ้านแยกแยะว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ" ไข่หมูกกล่าวเอาไว้ตอนหนึ่งขณะเข้ามอบตัวต่อตำรวจ เมื่อ 5 เดือนก่อน
สอดคล้องกับข้อมูลของ พ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บช.ภ.8 บอกว่า ตำรวจยังไม่สามารถระบุลงไปได้แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของไข่หมูกจริง หรือเป็นแค่ใครบางคนต้องการสร้างสถานการณ์ด้วยความคึกคะนอง
"ผมเชื่อว่ามีการเรียกค่าคุ้มครองจริง อาจจะเป็นเพียงกลุ่มคนในพื้นที่ ที่ใช้ชื่อเสียงของไข่หมูกสร้างความหวาดกลัว นำมาซึ่งผลประโยชน์ของตัวเอง ตำรวจจะพยายามสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้ให้ได้"
ขณะที่ พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ หรือวัดในเตา พระอาจารย์ของไข่หมูกเองก็ไม่เชื่อว่า ไข่หมูกในวัยไม้ใกล้ฝั่งจะหวนกลับมาก่อคดีอีกครั้ง ดังนั้น ตำรวจต้องเร่งคลี่คลายปมว่าใครคือผู้ที่กำลังอาศัยชื่อไข่หมูกไปสร้างความเสียหาย
"ไข่หมูก" ได้ชื่อว่าเป็นยอดแห่งโจรก่อคดีมามากมายนับไม่ถ้วน จนชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วดินแดนด้ามขวาน ทั้งเรื่องจอมขมังเวทย์เจ้าอาคมไปจนถึงการเรียกค่าคุ้มครองจากเจ้าของสวนยางพารา เคยฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วนตั้งแต่ปี 2519 ถูกจับกุมก็หลายครั้งหลายครา แหกคุกออกมาก่อเหตุ แล้วก็ถูกจับเข้าไปใหม่ ครั้งสุดท้ายตัดสินใจบวชเป็นพระที่วัดในเตา จ.ตรัง ระหว่างนี้มีข่าวเรียกค่าคุ้มครองประปรายจนเกือบเงียบหาย กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อนพระจันทธัมโม หรือไข่หมูกตัดใจลาสิกขาออกมา ข่าวคราวที่เคยเงียบหายก็หวนกลับมาอีกครั้ง สร้างความหวาดหวั่นไปทั่ว
ด้านตำรวจเองมีการกดดันอย่างหนัก จนไข่หมูกเองก็อยู่อย่างยากลำบาก สุดท้ายจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. ผ่านพระอาจารย์ประสูติวัดในเตา พร้อมกับบอกว่าตั้งแต่พ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีก่อนก็ไม่เคยคิดกลับไปก่อเหตุซ้ำอีก
ไข่หมูกยืนยันว่าการเรียกค่าคุ้มครองในพื้นที่เป็นฝีมือกลุ่มวัยรุ่นที่แอบอ้างชื่อไปหากินในทางที่ผิด สร้างความเสื่อมเสียมาถึงเขาและคนในครอบครัว ทำให้ญาติพี่น้องได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันเขาก็ยอมรับว่าบางครั้งที่กลุ่มวัยรุ่นแอบอ้างชื่อก็ได้ส่วนแบ่งมาเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มักจะเป็นหลังจากเกิดเรื่องไปแล้ว ซึ่งเขาไม่มีส่วนรู้เห็นจริงๆ สุดท้ายจึงอยากให้ทุกอย่างจบลงที่ตัวเขาเพียงคนเดียว ตำรวจอย่ากดดันคนในตระกูลเส้งเอียดอีก อยากให้สังคมให้โอกาส เพราะตระกูลเส้งเอียดจะเป็นโจรอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนในสังคมเองด้วย
"ในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานว่าผมเป็นคนทำ ผมก็จะยอมรับและก้มหน้าก้มตาใช้กรรมต่อไป แต่ถ้าคดีไหนที่ผมไม่ได้เป็นคนก่อก็ต้องว่ากันไป" ไข่หมูก กล่าวไว้ก่อนจะสูญสิ้นอิสรภาพ
ถึงวันนี้อายุอานามของจอมโจรไข่หมูกจะล่วงเข้าสู่วัยชราแล้วก็ตาม แต่ชื่อเสียงอันกลายเป็นตำนานจอมโจรภาคใต้ ทำให้มิจฉาชีพหลายคนนำไปใช้เป็นเครื่องมือหากิน การจะพิสูจน์เรื่องนี้ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือของตำรวจว่า จะยุติเรื่องที่กลายเป็นตำนานให้เป็นเพียงแค่ "เรื่องเล่าขาน" ได้หรือไม่ อยู่ในกำมือตำรวจแล้ว ?!!
กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล



