ข่าว

เสียงเตือนที่ควรระวัง

เสียงเตือนที่ควรระวัง

31 ม.ค. 2553

สภาพสังคมการเมือง โครงสร้างของประเทศ รวมทั้งระบบกลไกกฎหมาย การรักษาความปลอดภัยสมควรต้องได้รับการประเมินใหม่ หลังจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองส่อแววว่าจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงเพื่อเอาชนะ

โดยเฉพาะการมุ่งล้มรัฐบาลโดยใช้มวลชนเป็นเครื่องมือ โดยอ้างว่าเป็นการดิ้นรนเพื่อประชาธิปไตย แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลซึ่งสูญเสียอำนาจทางการเมืองต่างหาก

 ล่าสุดมีข่าวจากนายทหารผู้อื้อฉาวว่าบุคคลสำคัญในองค์กรต่างๆ อาจเป็นเป้าหมายของการลอบสังหาร ซึ่งได้สร้างความตระหนกต่อประชาชนผู้เคยอาศัยอยู่ในแผ่นดิน และเชื่อมั่นว่าการลอบสังหารนั้นจะไม่เป็นวิธีสุดท้ายในการจัดการปัญหาต่างๆ ของกลุ่มผู้อยู่ในวงจรของความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นด้านอุดมการณ์ ความคิด หรือผลประโยชน์ก็ตาม เพราะหากเกิดขึ้นโดยฝ่ายใดแล้ว ฝ่ายผู้สูญเสียย่อมหาโอกาสแก้ตัว แก้แค้น หรือเพิ่มศักยภาพของฝ่ายตัวเองให้ปกป้องคุ้มครองฝ่ายตัวเองได้

 กรณีที่ว่านี้คือคำเตือนของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งถูกพักราชการ และเผชิญคดีอาญาทหาร เป็นผู้ถูกต่อต้านโดยหน่วยทหารต่างๆ ทั่วประเทศ หลังจากได้แสดงความก้าวร้าว หมิ่นผู้บังคับบัญชา และถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการใช้ความรุนแรงสำหรับกลุ่มการเมือง นอกจากนั้น พล.ต.ขัตติยะ ยังมีนายทหารที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับการใช้อาวุธและความรุนแรงที่เกษียณอายุราชการอยู่เบื้องหลัง การเคลื่อนไหวของ พล.ต.ขัตติยะ เป็นการต่อสู้เพื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอด

 การที่ พล.ต.ขัตติยะออกมาเคลื่อนไหวและกล่าวเตือนว่าบรรดาผู้พิพากษา คตส.หรือ ป.ป.ช. อาจถูกปองร้ายนั้น ย่อมไม่ใช่การเอ่ยอย่างเลื่อนลอย เพราะการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ด้านร้าย เช่นการยิงลูกระเบิดใส่การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น มีความแม่นยำมาโดยตลอด ไม่สมควรที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะประมาท เพราะเป้าหมายที่ถูกกล่าวถึงก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้ปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากคดีอาญาและการสูญเสียทรัพย์สินก้อนมหาศาล

 เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องระวังมากในการรักษาความปลอดภัย ที่ผ่านมาการคุ้มครองขององค์กรต่างๆ ก็ได้รับการเร่งรัดโดยรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพราะหากเหตุร้ายเกิดขึ้น ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ด้านภาพลักษณ์และความมั่นคง ประชาชนจะรู้สึกว่าถ้าบุคคลสำคัญไม่ปลอดภัย คนธรรมดาย่อมอยู่ในสภาพเสี่ยงมากกว่าเดิม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ถูกสงสัยว่าเป็นต้นเหตุแห่งความรุนแรง การลอบทำร้ายประชาชน ต้องถูกเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม