
'ประสงค์'เชื่อลอบฆ่าคนสำคัญเกิดได้
"ประสงค์ ชี้ ทักษิณ อยู่เบื้องหลังทำบ้านเมืองวุ่นวาย หวังมีอำนาจอย่างเก่า เชื่อเสธ.แดงแค่หมากหนึ่งตัว เตือนอย่าประมาทข่าวลอบสังหารศาล-ปปช.-คตส. เชื่อแนวโน้มเกิดขึ้นได้ แนะรัฐบาลป้องกันเหตุก่อนและหลังวันที่ 26 ก.พ. ติงทหารเคลื่อนไหวป้องอนุพงษ์ อย่
(30ม.ค.)น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ลับ ลวงพราง” ทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ ถึงกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาเปิดเผยว่ามีขบวนการลอบสังหารผู้พิพากษา ป.ป.ช.และ คตส. ว่า ตอนนี้เป็นการต่อสู้กันทางการเมือง ภายนอกก็มีการต่อสู้กันคือพวกที่ใส่เสื้อแดง และต่อสู้กับทางฝ่ายรัฐบาล ส่วนการเมืองภายในที่มีการต่อสู้กันโดยมีการต่อสู้กันแบบ 3 เส้า ระหว่างพรรคฝ่ายค้าน กับฝ่ายรัฐบาล และพรรคร่วมก็ต่อสู้กันเรื่องการแก้ไข รธน. ดังนั้นภาคการเมือง และภาคสถานการณ์ข้างนอกที่เกิดจากเสื้อแดง หรือ พล.ต.ขัตติยะ ที่เข้ามาทีหลังจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากมองทั้ง 2 ภาพ บ้านเมืองตอนนี้ไม่เป็นปกติสุขจากการต่อสู้กัน ที่เป็นการต่อสู้กันเพื่อแสวงหาอำนาจ การต่อสู้ข้างนอกคนที่อยู่เบื้องหลังคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีทุน และคนของตัวเองที่ดำเนินกรรมวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเหมือนอย่างเก่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ
“หากถามว่าการต่อสู้อะไรจะรุนแรงกว่ากัน ก็อยากให้พิจารณาว่า นักการเมือง หรือพรรคการเมือง จะต่อสู้กันด้วยน้ำลายไม่มีอะไรรุนแรง แม้จะต่อสู้กันด้วยการด่าทอกันในสภา แต่การต่อสู้กันข้างนอกจะรุนแรงอาจจะเกิดการกระทำที่รุนแรง เช่น การเผาสถานที่สำคัญ การก่อวินาศกรรม หรือการลอบสังหาร ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดา แต่มีกลุ่มทหารที่เกษียณอายุราชการแล้วมาร่วมอยู่ด้วย ส่วนการเคลื่อนไหวของ เสธ.แดง ที่ปั่นป่วนกองทัพในยามนี้จะมีอำนาจขนาดนั้นหรือ ถ้าเบื้องหลังมองเข้าไปจะเห็นได้ว่ามีทหารเกษียณ ทั้งปัจจุบัน และเก่า เป็นคนที่มีฝีมือลายมือในเรื่องการใช้อาวุธ คนเหล่านี้เคยเป็นผู้บังคับบัญชามีลูกน้องอยู่ในกองทัพ ขณะเดียวกันมีเพื่อนรุ่นใกล้เคียงกัน เรียนสถาบันเดียวกัน รุ่นน้องๆ จะรู้จัก คนเหล่านี้ก็ยังอยู่ในกองทัพยังไม่ได้เกษียณ ดังนั้นจะต้องพิจารณาว่า เสธ.แดงคนเดียวสามารถทำได้แบบนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง ยืนแถวอยู่ข้างหลังคิดหรือว่าจะอาจหาญแบบนี้ เสธ.แดง เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเท่านั้นเอง” น.ต.ประสงค์ ระบุ
เมื่อถามว่า หากมีการลอบสังหารจะเป็นเรื่องใหญ่ และโอกาสจะเกิดได้หรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ประมาทไม่ได้สิ่งที่มองไม่เห็นมีอยู่อีกเยอะ บังเอิญเป้าหมายที่จะถูกลอบสังหารก็เป็นเป้าหมายที่เคยทำงานที่ทำให้เกิดเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าเรื่องยึดทรัพย์ เรื่องอำนาจ บุคคลเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้อง องค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่ของเขาทำให้ชำระคดีต่างๆ ทำให้ พรรค ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และทรัพย์สิน ถูกตรวจสอบดำเนินการ
เมื่อถามว่า ทางการข่าวมีการตั้งสมมติฐานในเรื่องแบบนี้หรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า มีครับ ทั้งนี้ข่าวสาร กับข่าวกรองไม่เหมือนกัน ข่าวกรองเกิดจากการดำเนินกรรมวิธีให้เป็นข่าวกรอง ส่วนข่าวสารก็มีข่าวอยู่ มีหลายชื่อว่าบุคคลที่เป็นเป้าหมายจะเป็นใครบ้างเราไม่เอยชื่อ ทั้งนี้การตรวจสอบประเมินค่าของผู้ให้ข่าวสารแล้วพอจะเชื่อได้ว่า ในการดำเนินการเพื่อสร้างความเสียหายรุนแรงทุกรูปแบบมีแนวโน้มไปในทิศทางนั้นถ้าหากได้ช่อง หรือสบโอกาส
เมื่อถามว่า โอกาสที่จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความวุ่นจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. ไม่ว่าจะมีการเผาสถานที่สำคัญ หรือ การก่อวินาศกรรม หรือ การลอบสังหาร น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคนทำ แต่จากการประเมินสถานการณ์จะต้องใช้หลักวิชาทางนี้มาจับ ทั้งนี้จากประสบการณ์ของตนเห็นว่า เมื่อมีข่าวสารแบบนี้เกิดขึ้น มีกิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ความต้องการที่ประกาศออกมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือจากบรรดาคนที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ทหารเกษียณ และที่สำคัญ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ยังมีอยู่จำนวนมากที่ยังเป็นมิตรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องแบบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์รุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งรุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการต่อสู้กันมา ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทุ่มเงินไปมาก ผู้คนของตัวเองแม้ว่าจะร่อยหรอ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแต่ที่สำคัญคือ มีทุน มีคน ที่ประกอบด้วยหลายภาคส่วนที่มีขีดความสามารถสร้างเรื่องก่อความรุนแรงได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการที่จะทำ ดังนั้น เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มีทั้งทุน เงิน และวิธีการ จึงมารวมกันอยู่ตรงนี้
“ประเมินแล้วเขาเอาบทเรียนจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นบทเรียนหาจุดอ่อน จุดแข็ง เพิ่มเติมเข้าไป เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่สำเร็จเพราะอะไร ดังนั้นจะต้องเพิ่มน้ำหนักความรุนแรง ความโหดเหี้ยม ความทารุน เข้าไป ยกตัวอย่างในช่วงก่อนที่พิพากษายึดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ลักษณะการกระทำต่างๆ ของดาวกระจาย หรือแปรขบวนในรูปร่างต่างๆ มันเพิ่มลักษณะของความก้าวร้าวขึ้นมาตามลำดับ ฉะนั้นวิธีการแบบนี้จะมาลำดับที่รุนแรงคือเกี่ยวกับการลอบสังหารบุคคลตามเป้าหมาย และการก่อวินาศกรรมหรือการชุมนุมใหญ่ ซึ่งจะมีหลายพื้นที่ไม่เฉพาะพื้นที่ใน กทม. แต่การชุมนุมจะใช้ในพื้นที่เป็นหย่อมๆ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคกลางบางส่วน นอก กทม.ออกไป จะเกิดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น” น.ต.ประสงค์ ระบุ
เมื่อถามว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงก่อนวันที่ 26 ก.พ. เพื่อต้องการล้มกระดานทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีการพิพากษาเรื่องการยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลจะต้องมองไปช่วงก่อนวันที่ 26 ก.พ. จะมองช่วงเดียวไม่ได้ หากการเคลื่อนไหวไม่บรรลุ ศาลอ่านคำพิพากษาอยู่ และจะเกิดอะไรขึ้น โดยรัฐบาลในฐานะที่ดูแลความเรียบร้อยจะต้องดูทั้งก่อนวันที่ 26 ก.พ. และต้นเดือน มี.ค. โดยจะต้องระมัดระวังหรือเตรียมการกันไว้ 2 ระยะ เพื่อป้องกันความผิดพลาด
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์แล้วจะมีเหตุการณ์ปฏิวัติ หรือยุบสภา หรือหากรุนแรงจะถึงขั้นนองเลือดหรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ขอให้มองการทำงานของรัฐบาล กับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงว่าได้มีการพิจารณาความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่จะดำเนินการแค่ไหน และหากเกิดแบบนี้แล้ว ทำไมถึงไม่มีวิธีการอื่นใดที่จะรีบเข้าไปดำเนินการไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ สมมติว่าตนมีอำนาจจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ หากประเมินค่าตีความข่าวเรียบร้อยแล้ว ตนจะใช้วิธีการตัดไฟแต่ต้นลม เพราะดูแล้วหัวขบวนก่อความรุนแรงมีไม่เท่าไหร่ ดังนั้นจะต้องใช้ทั้งกฎหมาย และวิธีการตามปกติในการดับไฟแต่ต้นลม อย่างน้อยไฟไม่โหมรุนแรง ดังนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐจะทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่าห่วงแก้ รธน. แต่ห่วงบ้านเมืองและประชาชนก่อน
เมื่อถามว่า ทหารออกมาตบเท้ามีนัยอะไรหรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ตามคำประกาศออกมาปกป้อง ผบ.ทบ.ของพวกเขาที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของกองทัพ แต่จุดอ่อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมช่วงเวลาที่ผ่านมาในการจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ องคมนตรี เหล่าทหารยังไม่เคยปรากฏออกมามากมาย โดยเฉพาะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ไม่เคยทำในลักษณะที่ถูกกล่าวหา แต่ก็ถูกกระทำ ทั้งด้านบนเวที หรือวิทยุชุมชนที่มีอยู่ทุกจังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน ฉะนั้นเรื่องแบบนี้การดำเนินการแบบนี้ทำการสะสมความโกรธ ความเกลียดขึ้นมาตามลำดับ แต่ภาครัฐไม่ได้ทำอะไร โดยเฉพาะทหารปกป้องเฉพาะทหาร มีคำถามว่า ทำไมจาบจ้วงดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ ขนาดหนัก พวกทหารก็ไม่ออกมาเรื่องนี้ก็เกิดคำถามกันได้ ตนมองว่าปรากฏการณ์ทหารในกองพันเขาคงคิดแล้วว่า เรื่องของ พล.ต.ขัตติยะ ไม่ใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือย แต่จะต้องมีอะไร แม้กระทั่งในกองทัพก็รู้ว่าใครเป็นใครเคลื่อนไหวกันอย่างไรฉะนั้นจะเห็นว่าการออกมาชุมนุมหลายๆ แห่ง นายทหารระดับคุมกำลัง หรือการเคลื่อนย้ายอาวุธ ในสายตาของตนแม้ว่าจะออกมาซ่อม หรือเคลื่อนย้ายไปฝึก ศูนย์ซ่อมต่างๆ ของหน่วยทหารมีอยู่มากมาย ไม่เฉพาะใน กทม. ขณะเดียวกันการฝึกในช่วงที่สถานการณ์สับสน ผู้คนก็ตกใจ ทำไมไม่ฝึกหลังสถานการณ์สงบ การลักษณะแบบนี้ ตนมองว่าฝ่ายกองทัพรู้อะไรดีๆ ว่าภายในเป็นอะไร แต่ตนมองว่าเมื่อมีจุดล่อแหลม กองทัพก็ต้องหาทางป้องกันตัวเอง
เมื่อถามว่า โอกาสการปฏิวัติจะเกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ใกล้ๆ หรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ถ้ารับราชการอยู่ก็บอกว่าไม่มี ใครจะบอกมีปฏิวัติได้ แต่ถ้าถามตน ตนไม่สามารถบอกได้ว่าไม่มี แต่ตอบได้ว่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญหลายอย่าง ว่าจะเข้าสู่จุดเงื่อนไขเหล่านั้นหรือไม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่จะนำไปสู่จุดมิคสัญญี รัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้ตรงนี้จะต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะทหารที่รับผิดชอบความเรียบร้อยจะต้องรับผิดชอบไม่ให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงเราไม่ต้องการปฏิวัติ แต่บัตรเชิญ หรือวิธีการ ให้ทำเพิ่มน้ำหนักมาตามลำดับ ทั้งนี้ทั้งหหมดต้องดูที่เงื่อนไขว่าไปสู่จุดนั้นหรือไม่ เมื่อถามว่า ต่างประเทศไม่รับเรื่องการปฏิวัติโดยเฉพาะทูตสหรัฐอเมริกาก็ไม่เห็นด้วย น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า การปฏิวัติไม่ใช่สิ่งดีในแง่ของประชาธิปไตย หรือในเรื่องของความเจริญรุ่งเรืองของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
“คนที่ออกมาพูดล้วนอยู่ในสภาพสังคมไม่เหมือนเรา เรากินข้าว เรากินปลาร้า แต่เขากินขนมปัง เขาจะต้องเข้าใจว่าบ้านเมืองมีปัญหา เราก็ต้องแก้ไขปัญหา และรักษาบ้านเมืองของเรา หากเราเจริญทัดเทียมกัน ก็เป็นไปได้ตามที่เขาต้องการ แต่บ้านเราเป็นแบบนี้ ก็ต้องเข้าใจ เขาหวังดีว่าจะเกิดการนองเลือด แต่ทำไมไม่มองในเรื่องปฏิวัติเพื่อทำลายล้างสิ่งสกปรกโสโครก การปฏิวัติเพื่อเป็นการจัดระเบียบกันใหม่ ผมพูดในหลักการไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิวัติ แต่พูดถึงต่างชาติไม่ควรจะมากดดัน และเข้าใจในสถานภาพของบ้านเมือง และวิธีการแก้ไขของคนในบ้านเรา ระหว่างเกิดเหตุการณ์มากมาย เขาเคยมาช่วยบ้างหรือเปล่าอยากถามไป” น.ต.ประสงค์ กล่าว



