ข่าว

ทลายคลังยาบ้า..กลางกรุงครบวงจร อบ-ปั๊ม-วัตถุดิบ

ทลายคลังยาบ้า..กลางกรุงครบวงจร อบ-ปั๊ม-วัตถุดิบ

29 ม.ค. 2553

โครงการสายลับชุมชนของตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โครงการเล็กๆ ที่ค่อยเป็นค่อยไป ทำเงียบๆ แต่ได้ประสิทธิผลสูงสุด เมื่อพบเบาะแสสำคัญนำมาสู่การเฝ้าจับตาดูพฤติกรรม และทลายโรงงานปั๊มยาเสพติดใจกลางกรุงได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่แท่นปั๊มยาบ้านี้จะสร้างมหันตภัย

การทำงานปราบปรามยาเสพติดต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ให้ครบถ้วน เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ค้าผู้เสพตามชุมชนต่างๆ โดยข้อมูลที่ บช.ปส.มีอยู่พบว่าการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย แบ่งออกเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ ลำเลียงมาทางบก 20 เปอร์เซ็นต์ ทางอากาศหรือพัสดุภัณฑ์ และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ขนส่งทางน้ำ สามารถขนได้ครั้งละมากๆ และโอกาสถูกจับกุมได้น้อย โดยยาเสพติดทั้งหมดที่ลำเลียงเข้าไทย 60 เปอร์เซ็นต์ จะถูกนำมาพักอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนจะกระจายไปยังชุมชนต่างๆ กว่า 560 ชุมชน

 ด้วยเหตุนี้การเข้าถึงแหล่งพักได้จำเป็นต้องมีสายข่าวที่แม่นยำ จึงจะเข้าถึงตัวกลุ่มผู้ค้าได้ บช.ปส.จึงดำเนินโครงการสายลับชุมชนคอยแจ้งเบาะแสยาเสพติด แล้วก็สัมฤทธิผลเมื่อสายข่าวแจ้งข้อมูลที่น่าสนใจให้ พ.ต.อ.สุรภัค รอดโพธิ์ทอง ผกก.ประจำ บก.ปส.3 ว่ามีผู้ต้องสงสัยในบ้านเลขที่ 46/115 หมู่ 1 ถนนทางรถไฟสายเก่า แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ มีพฤติกรรมชวนสงสัย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน ราว 2-3 สัปดาห์ถึงจะกลับมาครั้งแล้วเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้าน และมีคนเข้าออกพลุกพล่านหลังเจ้าของกลับมา ที่สำคัญรอบบ้านมีกล้องวงจรปิดคอยสังเกตความเคลื่อนไหวภายนอกอยู่ตลอดเวลา

 เมื่อได้ข้อมูลจึงรายงานให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อดิเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส. พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส. ต่างก็มีความเห็นให้ชุดสืบสวนสับเปลี่ยนกำลังหมุนเวียนกันเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรม

 บ้านเป้าหมายเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ปลูกติดถนน มีรั้วรอบขอบชิด ประตูรั้วเหล็กทึบมองไม่เห็นภายใน เหนือประตูรั้วซ้ายและขวามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ข้างละตัว ชุดสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ โดยคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปสังเกตการณ์ ป้องกันไม่ให้คนในบ้านไหวตัวทันว่าถูกจับตามองอยู่ ไม่นานเสือก็ติดกับ

 หัวค่ำวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวนที่คอยเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่ พบเห็นรถกระบะนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีขาว ทะเบียน ณต 7394 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะลงจากรถแบกเป้ตรงเข้าบ้าน ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ชายข้างต้นพยายามชักปืนขนาด 6.35 มม.ออกมา แต่ชุดสืบสวนตรงเข้าถึงตัวก่อนแย่งปืนมาได้ จากการตรวจค้นพบยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ทราบชื่อ "ยงยุทธ หรือประกอบ วีระพันธ์" อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 1 ต.พังโคน อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย

 ส่วนกำลังอีกชุดจู่โจมเข้าตรวจค้นในบ้าน บริเวณชั้นล่างมีที่จอดรถตู้โตโยต้า ไฮแอท สีเงิน ทะเบียน 4ฝ-7772 กรุงเทพมหานคร ด้านหลังบ้านพบเครื่องทำความร้อนสำหรับอบยาบ้า บริเวณชั้น 2 ซึ่งใช้เป็นห้องนอนพบแท่นปั๊มยาบ้า 1 เครื่อง ส่วนผสมยาบ้า 1 กระสอบใหญ่ และอุปกรณ์การผลิตจำนวนหนึ่ง เมื่อค้นฝาห้องนอนพบห้องลับภายในมีปืนกลออโตเมติก 1 กระบอก และส่วนประกอบแท่นปั๊มยาบ้าซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัว "ภูมินทร์ คล้ายแก้ว" อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/1 ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมปืน 11 มม. อีก 1 กระบอก

 หลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นสำเร็จ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ พล.ต.ท.อดิเทพ พล.ต.ต.หาญพล และ พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกันสอบปากคำยงยุทธได้ความว่า มีบ้านพักอยู่ในซอยลาดพร้าว 41 นัดหมายกับภูมินทร์เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวซื้อขายยาเสพติดกัน 3-4 ครั้งมาแล้ว โดยจะซื้อครั้งละ 200 เม็ด ในราคา 2 หมื่นบาท นำไปปล่อยขายให้วัยรุ่นย่านลาดพร้าว 41 ในราคาถุงละ 2.3 หมื่นบาท เคยถูกจับในความผิดอาวุธปืน ติดคุก 9 เดือน

 พล.ต.ท.อดิเทพ บอกว่า จากการสอบสวน นายภูมินทร์รับสารภาพว่าเป็นแค่คนเฝ้าบ้านเท่านั้น ส่วนยาบ้า 2 แสนเม็ด เขารับจ้างขนเที่ยวละ 1.5 แสนบาท แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีตัวการสำคัญอยู่เบื้องหลัง สำหรับภูมินทร์เคยถูกจับยาเสพติดพร้อมแท่นปั๊มยาบ้าไปเมื่อปี 2539 จำคุกอยู่ 9 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 4 ปี ก็กลับมาอยู่ในวงการค้ายาเสพติดอีก

 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบแท่นปั๊มยาบ้าอย่างละเอียด พบว่าเป็นแท่นปั๊มใหม่ที่ยังไม่ได้ผ่านการใช้งาน เป็นเพียงแค่เตรียมพร้อมไว้เท่านั้น ทว่ามีอีกข้อมูลที่ พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการ ป.ป.ส.ให้ความสนใจ นั่นก็คือ ผลทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าในระยะหลังยาบ้าของกลางที่ตรวจยึดได้มีส่วนผสมเปลี่ยนไป คือมีสารแอมเฟตามีนลดน้อยหรือเจือจางกว่าอดีต อาจเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายนำส่วนประกอบอื่นมาผสม เพื่อเพิ่มยอดการผลิตให้มากขึ้น เนื่องจากถูกกวาดล้างอย่างหนัก 

 ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี ชุดสืบสวน บช.ปส.ได้ขยายผลไปยัง "มานพ แจ้งคล้ายพรหม" วัย 37 ปี ที่ถูกซัดทอดว่าเป็นเด็กเดินของให้แก๊งนี้ จึงติดตามเบาะแสไปจนพบกำลังขับรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู ทะเบียน กง 1186 สุพรรณบุรี ลงทางด่วนพระราม 2 ตรงข้าม รพ.บางปะกอก 9 เกิดไหวตัวทันต่อสู้จึงถูกวิสามัญฆาตกรรมในที่สุด