ข่าว

3แบงก์ผนึกปล่อยกู้ "จีเอ็ม" 1.35 หมื่นล.

3แบงก์ผนึกปล่อยกู้ "จีเอ็ม" 1.35 หมื่นล.

29 ม.ค. 2553

"จีเอ็ม" เดินหน้าแผนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล หลัง 3 แบงก์ "กรุงเทพ-ไทยพาณิชย์-ทิสโก้" ผนึกกำลังปล่อยกู้วงเงิน 1.35 หมื่นล้าน เชื่อสถานการณ์ยานยนต์ฟื้นตัวดีแล้ว ลั่นพร้อมเดินหน้าเต็มที่

 นายสตีฟ คาร์ไลส์ ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยภายหลังลงนามในสัญญาข้อตกลงการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินกู้ร่วม 1.35 หมื่นล้านบาท ระยะเวลากู้ 7 ปี ว่าถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของจีเอ็ม ประเทศไทย ที่สามารถหาแหล่งเงินทุนภายในประเทศด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านบริษัทแม่

 นอกเหนือจากการสนับสนุนในด้านเงินลงทุนแล้ว ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 แห่งคือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทิสโก้ ยังสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนอีกด้วย โดยเจนเนอรัล มอเตอร์ส คอมพานี ได้เพิ่มทุนการจดทะเบียนให้เป็นจำนวน 3,890 ล้านบาท หรือ 118 ล้านดอลลาร์

 "เงินทุนดังกล่าวจีเอ็มจะนำไปพัฒนาโครงการหลัก 3 โครงการที่มีความสำคัญของจีเอ็ม ประเทศไทย คือโครงการพัฒนารถปิกอัพรุ่นใหม่ โครงการผลิตรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ และโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งแรกของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่ปี 2554- 2555 บนพื้นที่กว่า 440 ไร่ ของจีเอ็มที่ จ.ระยอง ซึ่งการก่อสร้างโรงงานได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา" นายคาร์ไลส์ กล่าวและว่า

 สถานการณ์โดยรวมกำลังปรับตัวดีขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี พร้อมกับการที่จีเอ็ม ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้นตามแผนงานตั้งแต่ปี 2553 นี้เป็นต้นไป ประกอบกับอัตราการส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 จึงส่งผลในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องมายังปี 2553 นี้ โดยปัจจุบันรถยนต์เชฟโรเลต ยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 2.8% จากตลาดรวมกว่า 5.3 แสนคันในปีที่ผ่านมา หลังจากที่จีเอ็มตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์แล้วเสร็จและส่งรถปิกอัพรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด เชื่อว่าจะผลักดันให้ส่วนแบ่งทางการตลาดโตได้ถึง 3 เท่าตัวจากปัจจุบัน