ข่าว

กต. ประสานกองทัพอากาศ ขอ"แอร์บัส"บินรับข้าราชการสถานทูต-นักเรียนไทย ในอินเดียกลับไทยรักษาตัวหลังมีผู้ติดเชื้อหลายราย

กต. ประสานกองทัพอากาศ ขอ"แอร์บัส"บินรับข้าราชการสถานทูต-นักเรียนไทย ในอินเดียกลับไทยรักษาตัวหลังมีผู้ติดเชื้อหลายราย

30 เม.ย. 2564

กระทรวงการต่างประเทศ ประสานกองทัพอากาศ ขอเครื่องแอร์บัส บินรับข้าราชการสถานทูต-นักเรียนไทย ในอินเดีย กลับไทยรักษาตัว หลังมีผู้ติดเชื้อ ด้านกระทรวงต่างประเทศ เผย 1 พ.ค.นี้ นำชาวไทยและ ขรก.สถานเอกอัครราชทูตฯติดเชื้อโควิด-19 กลับไทย

30 เม.ย.61 มีรายงานว่า กองทัพอากาศ ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้เตรียมความพร้อมเครื่องบินแอร์บัส A320 พร้อมเจ้าหน้าที่นักบิน แพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยทั้งหมดจะสวมชุดป้องกันพีพีอี เพื่อเดินทางไปรับคนไทยที่ติดเชื้อโควิด-19 หลายรายที่ประเทศอินเดีย

คาดว่าจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6  ดอนเมือง ในวันที่ 1 พ.ค. นี้ แต่ก็ต้องรอ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการแจ้งยืนยันอีกครั้ง เนื่องจากกองทัพ
อากาศมี
หน้าที่ดำเนินการตามที่มีการร้องขอให้ช่วยสนับสนุนเท่านั้น 

นอกจากนี้ ทราบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และนักเรียนไทย โดยก่อนหน้านั้นทางสถานทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ได้
ประสานมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้ประสานกองทัพอากาศ นำเครื่องบินไปรับเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ที่ป่วยกลับมารักษาในประเทศไทย เนื่อง
จากมีเครื่องมือทางการแพทย์ และโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า โดยกองทัพอากาศจะดำเนินการเหมือนครั้งที่ผ่านมา ที่เดินทางไปรับผู้ช่วยทูตทหารอากาศประจำกรุงนิวเดลี 
พร้อมทั้งเตรียมแผนอพยพคนไทยไว้หากรัฐบาลสั่งการลงมา  

สำหรับความคืบหน้าการรักษาตัวของผู้ช่วยทูตทหารอากาศประจำกรุงนิวเดลีนั้น ล่าสุดทราบว่าอาการทรงตัว 

ด้านกระทรวงต่างประเทศ เผย 1 พ.ค.นี้ นำชาวไทยและ ขรก.สถานเอกอัครราชทูตฯติดเชื้อโควิด-19 กลับไทย 

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กระทรวงการต่างประเทศ โดยความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ กำหนดจัดเที่ยวบินพิเศษจากกรุงเทพฯ – กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ด้วยเครื่องบิน Airbus – A320 ของกองทัพอากาศ ออกจากประเทศไทยเวลา ๐๗.๐๐ น. เพื่อนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมอบจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทย ไปให้ความช่วยเหลือแก่อินเดียเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ และนำคนไทยที่ติดเชื้อโควิด-๑๙ เข้ามารับการรักษาต่อในไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

๑. ความช่วยเหลือที่จะนำไปมอบให้แก่อินเดีย ประกอบด้วย เครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ขนาดเล็ก ๒๕ ชุด เตียงกระดาษจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (Siam Cement Group – SCG) จำนวน ๒๐๐ เตียง โดยจะส่งมอบผ่านสภากาชาดอินเดีย (India Red Cross Society) 

นอกจากนี้ เที่ยวบินพิเศษนี้จะนำเครื่องผลิตออกซิเจน (oxygen concentrator) ที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยและชุมชนอินเดียในไทยได้จัดเตรียมไว้ รวมทั้งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปสนับสนุนภารกิจดูแลคนไทยของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีด้วย

๒. เที่ยวบินดังกล่าวจะเดินทางกลับในเวลา ๑๗.๓๐ น.ของวันเดียวกัน (๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔) โดยจะนำชาวไทย และข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ติดเชื้อโควิด-๑๙ ในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงซึ่งประสบปัญหาในการได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลท้องถิ่น กลับมายังประเทศไทยด้วย  

ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่เดินทางกลับด้วยเที่ยวบินพิเศษ ประกอบด้วยผู้ที่มีอาการติดเชื้อโควิด ๓ ราย และผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด ๑ ราย เนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับข้าราชการที่ติดเชื้อ โดยผู้ที่มีอาการหนักที่สุดมีอาการติดเชื้อในปอดทั้งสองข้าง มีไข้สูง ซึ่งแพทย์เห็นว่าควรได้รับการรักษาเป็นการเร่งด่วนเพื่อติดตามอาการและค่าออกซิเจนในเลือดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงพยาบาลท้องถิ่นไม่สามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มได้และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ 

๓. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานเครือข่ายคนไทยในกรุงนิวเดลีและเมืองใกล้เคียงถึงความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในเที่ยวบินพิเศษดังกล่าว รวมทั้งข้าราชการทีมประเทศไทยและครอบครัว โดยได้รับแจ้งว่ามีคนไทยติดเชื้อ ๓ คน อาศัยอยู่ในกรุงนิวเดลี ๒ คนและเมืองลัคเนาว์ ๑ คน  ทั้ง ๓ คนไม่ประสงค์ที่จะเดินทางกลับไปรักษาที่ประเทศไทย เนื่องจากส่วนหนึ่งมีครอบครัวอยู่ที่อินเดียและไม่สามารถทิ้งครอบครัวไปได้ และบางส่วนไม่ประสงค์ที่จะเดินทางกลับไปรักษาที่ประเทศไทย

ภารกิจดังกล่าวสะท้อนมิตรภาพอันดีและใกล้ชิดระหว่างไทยกับอินเดียในฐานะมิตรประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในยามวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสาธารณสุขและการรับมือกับการระบาดของโควิด-๑๙ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือโควิด-๑๙ ระหว่างกันเมื่อปี ๒๕๖๓ โดยฝ่ายอินเดียได้อนุมัติการส่งออกยาสำคัญในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ ให้กับไทยเมื่อปี ๒๕๖๓

และยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานของฝ่ายอินเดีย ในการร่วมมือกันเพื่อรับมือกับผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในอินเดีย และให้ความช่วยเหลือคนไทยในอินเดียซึ่งได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน

กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณกองทัพอากาศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกหน่วยงานที่สนับสนุนภารกิจอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว