
"สรยุทธ"โพสต์ระบายความในใจ โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน งานข่าวคือสิ่งเดียวที่ผมทำเป็น
นาย สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรข่าวชื่อดัง โพสต์ระบายความในใจ โลกเปลี่ยนสังคมเปลี่ยน ขอบคุณที่ไม่ลืมกัน
หลังจากที่ นาย สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรข่าวชื่อดังได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ยังต้องมีการคุมประพฤติด้วยการติดกำไล EM โดยจะต้องติดกำไลอีเอ็ม เป็นเวลา 14 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.64 - 20 พ.ค. 65 และต้องรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติตามกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษคือในวันที่ 26 ก.ค.66 รวม 2 ปี 4 เดือน
ที่ผ่านมา นายสรยุทธ ได้โพสต์คลิปวีดีโอในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยคลิปดังกล่าวระบุว่า นายสรยุทธจะกลับมารับหน้าที่พิธีกรข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ในสโลแกน ข่าวเข้มข้น กับคนคุ้นเคย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งหลายคนก็ได้คลิป ออกมาโปรโมตผ่านทางเพจกันไปเมื่อเร็วๆนี้
ล่าสุดวันนี้ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยบางช่วงบางตอน ได้โพส์ระบายความรู้สึกเอาไว้ว่า
วันที่ผมถูกจำคุก รับโทษตามคำพิพากษา ผมนึกถึงประโยค อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้พูดง่าย แต่ทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะทำใจผมพยายามมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยมันก็จบเสียทีวันหนึ่งผมจะได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในคุก ผมพยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์
ทั้งกับเรือนจำ ทั้งกับเพื่อนๆ ผู้ต้องขังแม้กระทั่งกับตัวผมเองเพื่อให้เวลามันผ่านไปได้ในคุกไม่เคยมีความสุขขอแค่ทุกข์พอประมาณก็ดีถมไปแล้วผมได้รับมอบหมายให้ทำ “เรื่องเล่าชาวเรือนจำ” ให้ความรู้เรื่องโควิด 19 เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนนำไปสู่เหตุวุ่นวายผมเสนอทำรายการ “กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ” เพราะผมอยากเห็นเพื่อนๆ มีกำลังใจรอวันเวลาออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และไม่หวนกลับไปทำผิดซ้ำอีกแน่นอน ผมต้องให้กำลังใจตัวเองด้วยให้อดทนก้มหน้ารับโทษตามคำพิพากษากระทั่งผมได้รับการพักการลงโทษตามกฎเกณฑ์ได้ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอกอีกครั้งผมดีใจที่แฟนข่าวไม่ลืมกันโลกเปลี่ยนไปมาก สังคมข่าวสารก็เปลี่ยนไปเยอะ งานข่าวคืออย่างเดียวที่ผมทำเป็นและการทำงานคือชีวิตของผมผมต้องหยุดใช้ชีวิตของผมมานาน ตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ทุกวันตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น ทุกข์ที่สุดจริงๆ ครับ
วันที่ผมได้รับการพักการลงโทษผมได้รู้ในสิ่งที่ผมเองคาดไม่ถึงจากช่องทางการสื่อสารในโลกยุคใหม่ทุกคนแสดงออกได้ บอกความรู้สึกได้ผมได้รู้ว่ามีแฟนข่าวรอคอยการกลับมากลับมาทำหน้าที่หน้าจออีกครั้งหลายคนรับผมเป็นคนในครอบครัวจริงๆ หลายคนบอกว่าดูผมตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนเรียนจบ ทำงานทำการ มีลูกมีเต้าคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายมากมายที่ลูกๆ หลานๆ ออกมาบอกว่าท่านรออยู่นะวันแรกที่ผมเดินเข้าคุก ผมไม่ได้ร้องไห้แต่วันแรกที่ผมได้พักการลงโทษ ผมกลับบ้านไปร้องไห้ผมได้อ่านข้อความต่างๆ เสมือนได้พบครอบครัวใหญ่ของผมเสมือนญาติๆ สนิทของผม พากันมารับผมออกจากเรือนจำหลายคนบอกน้ำตาไหล และผมก็น้ำตาไหลพวกเขาน่าจะอยากให้ผมได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กลับไปทำหน้าที่พูดคุยกับพวกเขาทุกเช้าพวกเขาอยากให้ผมกลับไปทำรายการ เป็นคนมานั่งบอกเล่าข่าวให้ฟังทุกๆ วัน บางวันฟังแล้วเขาอาจจะชอบใจ บางวันอาจจะไม่ชอบใจ เหมือนที่เคยเป็นมาเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นหลาน เป็นลุงเป็นอา ยามที่เขาทำกิจวัตรตอนเช้าหรือแม้แต่เป็นนาฬิกาปลุก ไม่มีใครรู้ว่ารายการที่ผมกลับมาทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่ โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไปแต่ผมเชื่อของผมว่า ครอบครัวข่าวของผม แฟนข่าวของผม ยังอยากพบอยากเจอกันความผูกพันที่เกิดขึ้นจากความจริงใจต่อกันมายาวนานวันนี้ ผมอยากจะกลับมาทักทาย พูดคุย เล่าเรื่อง อยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างที่เคยเป็นมาขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้เสมอมาครับ
ขอบคุณ : สรยุทธ สุทํศนะจินดา



