
"ไทยสร้างไทย"แนะ"พล.อ.ประยุทธ์" งดซื้ออาวุธ 1 ปี ได้วัคซีน 40 ล้านโดส ถามจะซื้ออาวุธไปรบกับใคร
"ไทยสร้างไทย"แนะ"พล.อ.ประยุทธ์" งดซื้ออาวุธ 1 ปี ได้วัคซีน 40 ล้านโดส ถามจะซื้ออาวุธไปรบกับใครเพราะตอนนี้ทั่วโลกต้องเอาตัวรอดจากภัยโควิด ไม่ใช่สงครามทางการทหาร
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 นายภัชริ นิจสิริภัช ทีมนโยบาย พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันความจำเป็นของกองทัพในการเดินหน้าจัดซื้ออาวุธต่อแม้จะมีเสียงคัดค้านเพราะงบประมาณได้ผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลแล้ว เป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน ทั้งการขาดแคลนวัคซีน เตียงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์หรือแม้แต่เงินเบี้ยเลี้ยง เงินค่าตอบแทนพิเศษให้กับบุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุขที่เป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคร้ายครั้งนี้
“ถามว่าการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพในขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนขนาดไหน เพราะตอนนี้ทั่วโลกต่างก็เผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือการทุ่มเทสรรพกำลังไปต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด คงไม่มีใครมาคิดสู้รบหรือทำสงครามกันในช่วงนี้หรอก ดังนั้นรัฐบาลจะเอางบไปซื้ออาวุธเพื่อสู้รบกับใคร ตอนนี้ภัยความมั่นคงได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้วอย่างสิ้นเชิงเป็นภัยที่เกิดจากเชื้อโรคร้ายไม่ใช่ภัยจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นเราควรจะต้องซื้อวัคซีนมาสู้ ไม่ใช่ซื้อเรือดำน้ำ ซื้อรถถังหรือซื้อเครื่องบินรบมาสู้กับโควิด”
รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญเรื่องการใช้งบประมาณ รอให้สถานการณ์โควิดหรือเศรษฐกิจคลี่คลายไปก่อน แล้วค่อยจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยังไม่สาย เช่นควรงดการจัดซื้ออาวุธสัก 1 ปี แล้วเอาเงินไปซื้อวัคซีนให้ประชาชนจะดีกว่า เงิน 40,000 ล้านบาทสามารถซื้อวัคซีนได้กว่า 40 ล้านโดส เมื่อประชาชนปลอดภัยเศรษฐกิจก็จะฟื้นตามมา การเอานายพลมานั่งคุม ศบค.หรือการเข้ามานั่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจเลยจึงทำให้มองทุกอย่างเป็นภัยความมั่นคงในแบบของทหารจึงให้ความสำคัญกับกองทัพมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน