ข่าว

พิพากษาจำคุกคนละ1,000ปีเศษแก๊งแชร์ลูกโซ่

พิพากษาจำคุกคนละ1,000ปีเศษแก๊งแชร์ลูกโซ่

29 ม.ค. 2553

พิพากษาจำคุกคนละ 1,000 ปีเศษ “ กก.บริษัทกรีนแพลนเนท – ร่วมรวยโอคาเน่” แก๊งแชร์ลูกโซ่ โฆษณาลวง ปชช. 734 ลงทุนขายตรงอาหารเสริม สั่งปรับ 2 บริษัทร่วม 200 ล้าน และให้คืนเงินผู้เสียหาย 42 ล้านเศษ ขณะที่ หนึ่งในกก.บริษัทกรีนแพลนเนท หอบโฉนดกว่า 5 ล้าน ประกันตัว

 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 29 ม.ค. นี้ ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงประชาชน ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธนกฤต หรือสุพจน์ หรือบวร ฉัตรทันนิเทศ อายุ 50 ปี กรรมการบริษัทร่วมรวย โอคาเน่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด , นายกิตติพงษ์ เมธาธรรม อายุ 55 ปี และนางอัมพร วสุวัต อายุ 63 ปี ทั้งสองเป็นกรรมการบริษัท กรีน แพลนเนท 108 คอร์ปอเรชั่น จำกัด , บริษัทร่วมรวย โอคาเน่ ฯ และ บริษัท กรีน แพลนเนท 108 ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 6 พ.ค.48 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า

 เมื่อระหว่างวันที่ 30 ก.ย.46 – 10 ก.พ.48 จำเลยทั้งห้ากับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรม ด้วยการโฆษณาแจกจ่ายเอกสาร เผยแพร่ข่าวและโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตโดยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงประชาชน ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดให้สมัครเป็นสมาชิกขายตรงสินค้าและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาแผนโบราณ ครีมบำรุงผิว และชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กับ บริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 5 โดยมีบริษัทร่วมรวย โอคาเน่ ฯ จำเลยที่ 4 เป็นผู้บริหารจัดการผลประโยชน์ จนมีประชาชน 734 ราย หลงเชื่อและเสียค่าสมัครสมาชิกรายละ 200 บาท รวมทั้งต้องซื้อสินค้าคนละ 18,000 บาท โดยระบุว่าถ้าเป็นสมาชิกครบ 1 ปี จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินสดคนละ 1.1 ล้านบาท หรือรถยนต์ 1 คัน และหากหาสมาชิกใหม่ได้จะได้รับตอบแทนคนละ 1,000 บาท และเมื่อสมัครป็นสมาชิกแล้วภายใน 4-6 เดือน จะได้รับเงินโอนให้อีกคนละ 4,000 บาท แต่เมื่อพวกจำเลยได้รับจากสมาชิก กลับนำเงินไปฝากในธนาคารต่างๆ แล้วฉ้อโกงไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ต่อมาพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมพวกจำเลยได้และแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามประมวลฏำหมายอาญา มาตรา 341 , 343 , 83, 91 , 32 , 33 และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 , 5, 9 , 12 และอื่นๆ ท้ายฟ้องอัยการขอให้พวกจำเลยคืนเงินต้นเงินกู้ที่ร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย 42 ,103,826 บาท รวมทั้งดอกเบี้ย 15 ต่อปี รวมทั้งคืนเงินของกลางจำนวน 15,968,497 บาท จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธโดยตลอด

 ศาลพิเคราะห์คำเบิกความพยานหลักฐานที่โจทก์ – จำเลยนำสืบแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินฯ มาตรา 4 วรรคหนึ่ง , มาตรา 5 และ 12 อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ซึ่ง พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน ฯ มาตรา 12 อันป็นบทหนักสุด โดยนายธนกฤต กรรมการบริษัทร่วมรวย ฯจำเลยที่ 1 และบริษัทร่วมรวย โอคาเน่ ฯ จำเลยที่ 4 กระทำผิดรวม 539 กระทง ให้จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี และปรับบริษัทจำเลยที่ 4 กระทงละ 500,000 บาท

 ส่วนนายกิตติพงษ์ และ นางอัมพร กรรมการบริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 2 – 3 และ บริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 5 กระทำผิดรวม 587 กระทง ให้จำคุกจำเลยที่ 2 -3 กระทงละ 5 ปี และปรับ บริษัทจำเลยที่ 5 กระทงละ 500,000 บาท ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างเห็นควรลดโทษให้จำเลยทั้งห้าคนละ 2 ใน 5 คงจำคุกจำเลยที่ 1-3 กระทงละ 3 ปี และปรับบริษัทจำเลยที่ 4-5 กระทงละ 300,000 บาท

 รวมจำคุกนายธนกฤต กรรมการบริษัทร่วมรวย ฯจำเลยที่ 1 ไว้ 1,617 ปี ปรับบริษัทร่วมรวย โอคาเน่ ฯ จำเลยที่ 4 จำนวน 161,700,000 บาท และให้จำคุกนายกิตติพงษ์ และ นางอัมพร กรรมการบริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 2 – 3 คนละ 1,761 ปี ปรับบริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 5 จำนวน 176,100,000 บาท แต่ความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี ซึ่งตามกฎหมายให้จำคุกจำเลยได้ไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 ไว้คนละ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) นอกจากนี้ให้พวกจำเลยคืนเงินของกลางจำนวน 15,968,497 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 รวมทั้งคืนเงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 42 ,103,826 บาท

 ต่อมาญาตินางอัมพร จำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ป็นโฉนดที่ดิน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 7 โฉนด มูลค่า 5,400,000 บาท ขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วให้จำเลยประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาทถ้วน ส่วนนายธนกฤต กรรมการบริษัทร่วมรวย ฯจำเลยที่ 1 และ นายกิตติพงษ์ กรรมการบริษัท กรีน แพลนเนท ฯ จำเลยที่ 2 ไม่มีผู้ใด้ยื่นขอประกันตัวจึงถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำต่อไป