
ใครต้องนับถอยหลัง
อ่า! หลังจากค่ายสะตอหักดิบพรรคร่วมรัฐบาลวันก่อน ไม่ยอมลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามการผลักดันโดยนักการเมืองนอกกฎหมาย ถูกห้ามยุ่งการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้สร้างความเซ็งในอารมณ์กันถ้วนหน้า
หัวหอกคือค่ายป๋าเติ้ง ซึ่งเป็นเจ้าภาพชักชวนพวกร่วมชะตากรรมการเมืองไปนั่งเปิบหูฉลามไป 3 มื้อ จึงรู้สึกอาการเสียหน้าอย่างมาก เกิดมาเป็นมังกรเติ้ง ได้รับการยอมรับในกลุ่มนักการเมืองสีเทามาหลายทศวรรษ ดันมาโดนเด็กเมื่อวานซืน ศิษย์จอมหลักการค่ายสะตอหักดิบ ย่อมทำให้เสียอาการไม่น้อย ลูกพรรคจึงออกอาการฟาดหัวฟาดหาง
“เสี่ยตือ” ศิษย์เติ้ง ถึงกับประกาศเตือนให้ค่ายสะตอ “นับถอยหลัง”
แต่ไม่ได้ขยายความว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้เซียนการเมืองคาดการณ์ว่าน่าจะมีการเอาคืน ย้อนเกล็ด ด้วยการไม่ยกมือให้ค่ายสะตอ เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยพรรคเพื่อคนหนีคุกซุกหุ้น สลับกับซุกตัวในดูไบและเขมร
ค่ายภูมิใจไทยภายใต้การคุมของ “เสี่ยเนฯ” แสดงปฏิกิริยาไม่ต่างกัน คำรามว่า จะเปิดให้ฟรีโวตในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เปิดช่องให้ลูกพรรคออกแนวทรยศให้เต็มบ้อง ล้างแค้นแทนเจ้านาย ซึ่งถูกหักหน้า แผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบหวังผลยาวทำให้ไม่ราบรื่น
อันที่จริง หัวโจก หัวหอก หัวหงอก หัวเถิก ซึ่งสุมหัวกันดันแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ล้วนเป็นพวกนอกกฎหมาย แต่ไม่แยแสสนใจข้อห้ามตามกฎหมาย เพราะคลุกคลีกับการเมืองระบบน้ำเน่ามานาน แบบตามใจกู
ลืมไปว่าบ้านเมืองต้องมีกฎหมาย ระเบียบ จารีต ประเพณี แนวทางสำหรับการปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมของสังคม ต้องมีขื่อแป ไม่อย่างนั้น ชุมชนที่ไร้กฎ ข้อบังคับ ละเมิดได้ ก็ไม่ต่างจากพวกชุมโจร ไร้สัจจะ จ้องหักหลังกัน
พรรคร่วมรัฐบาลมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจมาโดยตลอด อ้างว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา คือ เกี่ยวเนื่องกับการทำสนธิสัญญาต่างประเทศ และแก้ไขระบบเขตเลือกตั้ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการช่วยให้สะดวกงานซื้อเสียง
การขอลงนามในข้อตกลงโดยไม่ผ่านรัฐสภานั้นน่าสงสัยและน่าหัวร่อ เพราะส่วนใหญ่ที่ไปชุมนุมนั้น อย่าว่าจะพูดเรื่องความรู้ ความเชี่ยวชาญในการอ่านถ้อยคำ ตีความสนธิสัญญา ข้อตกลงเป็นภาษาอังกฤษเลย
ไปนั่งร้านอาหารอิตาเลียน สุมหัวกันวันก่อน ยังไม่มีปัญญาอ่านเมนูด้วยซ้ำ ต้องสั่งอาหารจีนมาเปิบตอบสนองรสนิยมส่วนตัว ง่ายกว่าเยอะ!
ถ้า “เสี่ยตือ” ศิษย์เติ้ง พูดถึงแผนทรยศค่ายสะตอในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องนับถอยหลังสำหรับตัวเองด้วย เพราะการยุบสภาเป็นอำนาจของผู้นำมาร์คโดยตรง และกำลังโกยคะแนนจากจุดยืนอันหนักแน่น
ลบภาพ “หล่อหลักลอย” ไปเกือบหมด เหลือแต่ความเลือนราง!
จะว่ากันไป พรรคร่วมเปิบล้วนเป็นเสือหิว ยังกินไม่อิ่ม ได้ไม่ถึงครึ่งท้องด้วยซ้ำ โอกาสยังมีอีกเยอะ หลังจากได้คุมกระทรวงหลัก งบประมาณเยอะ หลังจากข้อตกลงกับ “เสี่ยเทือก” นักเซ็งลี้การเมืองจากค่ายสะตอ
เป็นเจ้าของคารมคำคาย “ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่มีหาง” นั่นไง ฮ่า!
ดังนั้น คำขู่เรื่องฟรีโหวตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในกลุ่ม ส.ส.ค่ายสะตอ อาจโดนตอบโต้โดยฟรีโหวตโดยสมาชิกพรรคร่วมเปิบ ในวันลงคะแนนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นสัญญาณว่าพรรคร่วมเปิบอาจพลิกขั้ว เป็นนักทรยศ
ไปจับมือกับพรรคคนหนีคุก ซึ่งกำลังปลุกระดมลิ่วล้อ นักรบกระจอก ให้สร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง หวังทวงคืนอำนาจการเมือง และได้หวนคืนสู่การฉกฉวยโอกาสเพื่อปล้นแผ่นดิน และสร้างความระยำตำบอนอีก
การเป็นนักทรยศนั้น มีสภาพความเป็นธรรมชาติมากสำหรับนักการเมืองไร้หลักการ ขาดสัจจะ จิตสำนึกในการรับใช้ประชาชน ทั้งยังมีพฤติกรรมหลังลาย จากประสบการณ์ด้านทุจริต คอรัปชั่น เป็นชูชกกินไม่อิ่ม
เมื่อเป็นแบบนี้ พวกสัมภเวสีการเมือง จึงอยู่คู่กับการเมืองน้ำเน่า สร้างทายาทอสูร จอมมารรุ่นเยาว์เข้ารับงานต่อเนื่อง บ้านเมืองจึงจมอยู่ในบ่วงกรรม
การนับถอยหลัง ต้องประเมินทุกฝ่าย แม้แต่การดิ้นรนของคนหนีคุกก็ไม่ละเว้น เพราะยิ่งดิ้น ก็ยิ่งใกล้จุดจบ หลังจากทหารระดับผู้บังคับการกรมและกองพันออกมาตบเท้า ตบหน้าทหารนอกคอก นอกแถว หิวเงินจนหน้ามืด
เท่ากับเป็นการเตือนให้เครือข่ายคนหนีคุก แกนนำเสื้อแดงสู้แล้วรวย ว่าอย่าซ่าจนเกินพิกัด เพราะมวลชนรับจ้างนั้นไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม
จะใช้การปลุกระดมมวลชนเป็นดาวกระจาย ก่อความวุ่นวาย มีนักรบนอกระบบเข้าร่วม ก็จะได้รับการตอบโต้จากทหารซึ่งไม่ยอมให้มีการล้มเจ้า
แกนนำหัวกลมกะโหลกหนา และพวกร่วมขบวนการระดับภูธร น่าจะต้องประเมินสภาพตัวเองว่า ถ้าแพ้สงครามครั้งสุดท้ายอย่างน่าอนาถ อาจต้องไปหาแผ่นดินใหม่อยู่กับนาย ถ้าไม่ตาย เว้นแต่จะยอมเข้าคุกเท่านั้นนิ! อิอิอิ!!!



