ข่าว

หยุดซ้ำเติม ปล่อยข่าวปลอม สถานที่เสี่ยงโควิด-19 

หยุดซ้ำเติม ปล่อยข่าวปลอม สถานที่เสี่ยงโควิด-19 

25 เม.ย. 2564

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาเตือนผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19และสถานที่เสี่ยง มีโทษถึงจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน ย้ำหยุดซ้ำเติมในสถานการณ์แบบนี้ 

     สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 นี้ยังคงไม่ทุเลาลง ยอดตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงทุกวัน โดยผู้ติดเชื้อก็ได้มีการเปิดเผยไทม์ไลน์ของตนเอง รวมไปถึงการเปิดเผยถึงสถานที่เสี่ยง ต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามบนโลกโซเชียลก็ปรากฎข่าวปลอมเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 และ สถานที่เสี่ยง 

     จนล่าสุดทาง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวเรื่องดังกล่าวว่า อย่างกรณีการแชร์ข่าวปลอมว่า พื้นที่เยาวราชมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ขอให้งดการเดินทางไปพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งภายหลังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่เป็นความจริง      

     พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า กรณีการแชร์ข่าวปลอมว่า ที่ทำการไปรษณีย์ สาขาเพชรบุรีซอย 19 มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 10 กว่าราย ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน 

     "ซึ่งข่าวปลอมนี้ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกอย่างมาก และทำให้ผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพราะในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบากและเศรษฐกิจย่ำแย่อยู่แล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนอีกด้วย" พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว 

     พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า การกระทำลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(2) จำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

     รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกอีกว่า ช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

     ให้เร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้ทราบถึงพิษภัยในรูปแบบต่างๆ และเร่งทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และตัดโอกาสในการกระทำความผิดต่อไป 

    พร้อมขอฝากไปยังประชาชน ขอให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการและใช้วิจารณญาณให้การเลือกรับข่าวสารจากแหล่งข่าวต่างๆให้มาก หากได้เห็นข่าวหรือข้อมูลใดๆ ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก

     และขอให้ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องกับทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเสียก่อน หากพบเบาะแส สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599