
เนคเทคซัดจีที200พลังไฟฟ้าสถิตย์ตรวจระเบิดไม่ได้
เนคเทคพร้อมร่วมวงตรวจพิสูจน์จีที 200 หากได้รับร้องขออย่างเป็นทางการ ระบุชัดแหล่งพลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ "ไม่" เหมาะกับจีที 200 รวมถึงอุปกรณ์ตรวจสอบอื่นๆ หมอพรทิพย์ยันยังใช้ต่อ พล.อ.สนธิอ้างทบ.จัดซื้อจีที 200 เมื่อปี 50 เป็นเพราะทำตามคำขอของผู้ใช้
(29ม.ค.) ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดเผยภายหลังคณะกรรมมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร มีแนวคิดที่จะให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานกลางตรวจพิสูจน์เครื่องตรวจระเบิด จีที 200 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีนักวิจัยของเนคเทคได้เห็นเครื่องดังกล่าว เนื่องจากอุปกรณ์ตรวจระเบิด เป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารที่เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของชาติ สิ่งที่ควรทำคือเรียกร้องบริษัทผู้ผลิตเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน
อย่างไรก็ตาม มีเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานทางทหารใช้กลไกทางวิทยาศาสตร์ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องดังกล่าว โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ซึ่งในเบื้องต้นนักวิจัยซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ได้รวบรวมข้อมูล จีที200 ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิต เพื่อประเมินประสิทธิภาพการใช้งานในเบื้องต้น โดยอาศัยหลักการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลในเบื้องต้นยังพบข้อสงสัยหลายจุด โดยเฉพาะแหล่งพลังงานที่จ่ายให้กับตัวเครื่อง จีที200 ซึ่งบริษัทผู้ผลิตให้ข้อมูลว่า ใช้แหล่งพลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ ตามหลักความเป็นจริง ความเป็นไปได้ที่จะใช้พลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์อยู่ในระดับต่ำมาก อีกทั้งกระแสไฟฟ้าจะลดลงเมื่อได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม เช่น สภาพอากาศ และความชื้น ฉะนั้น พลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ไม่น่าจะใช้เป็นพลังงานป้อนให้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกอย่างจีที 200 ทำงานได้
ทั้งนี้ เครื่องมือตรวจวัดในทางวิทยาศาสตร์ จำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานที่สม่ำเสมอ จึงจะทำให้ตัวเครื่องสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะประมวลผลกี่ครั้ง ข้อเท็จจริงที่ได้จะคงที่ โดยที่ผู้ใช้งานไม่เกี่ยวข้องกับการวัด ฉะนั้น พลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ไม่น่าจะใช้กับอุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิด
ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวอีกว่า แม้ไฟฟ้าสถิตย์จะเคยถูกใช้เป็นอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับนาฬิกาข้อมือบางยี่ห้อ แต่ก็เป็นแหล่งพลังงานที่ต่ำมาก สร้างพลังงานได้ไม่สม่ำเสมอจากการแกว่งแขน
"ไฟฟ้าสถิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่เป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิก โดยเฉพาะในโรงงานผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟ ซึ่งไฟฟ้าสถิตย์เมื่อรวมกับแรงดัน อาจส่งผลให้อุปกรณ์เสียภาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตต้องระมัดระวัง"
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้โดยมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นทางการ เนคเทคพร้อมที่จะส่งนักวิจัยร่วมทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ชี้ให้เห็นถึงความโปร่งใสของเครื่องมือดังกล่าวต่อไป
หมอพรทิพย์ยันยังใช้จีที200ต่อ
แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกมาให้สัมภาษณ์ เราบอกว่าใช้เครื่องจีที200ได้ดีในการชี้เป้าเบื้องต้นในการทำงาน แม้จะใช้ได้ดีจะเพียงกี่เปอร์เซ็นก็ตาม เรายังยืนยันว่ายังคงจะใช้เครื่องจีที200 ในการทำงานเช่นเดิม แต่การใช้งานของเครื่องดังกล่าวก็ต้องมีเครื่องไฟโด(FIDO) และเครื่องมืออื่นๆตามด้วย การทำงานของเราไม่ได้ทำเพื่อตรวจหาวัตถุระเบิด แต่เราทำเพื่อสแกนป้องกันชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้ก่อนเข้าไปทำงานเพราะแต่ละพื้นที่มันอันตรายหมด และเราใช้เครื่องดังกล่าวในข้อจำกัดของการทำงาน หากจะให้เราผ่าเครื่องดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ว่าในเครื่องนั้นมีอะไรบ้าง เราไม่ผ่าแน่นอนเพราะราคาต่อเครื่องเป็นล้านบาท
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่บอกว่าท่าน ผบ.ทบ.สั่งให้ระงับการซื้อเครื่องจีที200 นั้น ผบ.ทบ.บอกเพียงว่าถ้าจะขอสั่งซื้อเพิ่มจะต้องมีการตรวจสอบว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งระงับการสั่งซื้อแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่สื่อลงไปว่าหมอท้าอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ให้มาลงพื้นที่ภาคใต้ หมอขอยืนยันว่าไม่ได้ท้าแต่อย่างใด และอยากฝากบอกไปถึงนักวิชาการหลายๆคน แต่ไม่ได้เน้นไปที่นักวิชาการท่านไหน ขอให้หยุดทำการวิจัยบนหน้าสื่อ แต่ให้วิจัยโดยการลงมือสัมผัสจริงๆ ลงมือวิจัยจริงๆ
“บิ๊กบัง”อ้างทบ.ซื้อจีที200เมื่อปี50ตามคำขอผู้ใช้
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเครื่องมือตรวจวัตถุระบิดจีที 200 ที่ถูกระบุว่าเป็นเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพต่อการใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การจัดซื้อได้เกิดขึ้นในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปลายปี 2550 โดยได้จัดซื้อมาจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวเจ้าหน้าที่สรรพาวุธทหารบก หรือ ชุดพิทักษ์ราษฎร์ ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นว่ากองทัพอากาศ ซึ่งใช้เครื่องมือดังกล่าวในพื้นที่สนามบินบ่อทองเห็นว่าเป็นเครื่องมือที่ดีมีประโยชน์ ทางกองทัพบกจึงได้ขอจัดหาและนำไปใช้บ้าง
“ หน่วยพิทักษ์ราษฎร์ได้ไปดูการใช้งานแล้ว ถ้าไม่ดี เขาก็คงไม่เอา เพราะมันก็เกี่ยวกับชีวิตของเขาเหมือนกัน เมื่อเขาเห็นว่ามีคุณภาพและใช้ได้ เราก็เห็นด้วยไปตามเขา ซึ่งเป็นผู้ใช้และมีหลายบทเรียนที่เขาเคยรายงานมาว่าเครื่องมือนี้สามารถตรวจค้นอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนไม่น้อย ” พล.อ.สนธิ กล่าว
เมื่อถามว่าสื่ออังกฤษเสนอข่าวว่าบริษัทที่จัดจำหน่ายเป็นบริษัทปลอม และเป็นเครื่องมือที่ไม่มีประสิทธิภาพ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ผู้ใช้ของเราบอกว่ามีคุณภาพ เราซื้อตามผู้ใช้ ไม่ได้ซื้อตามบริษัท ตนไม่ได้ดูรายละเอียด เพราะเวลาที่กองทัพจะจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จะต้องมีการเสนอความต้องการก่อน แล้วจึงนำไปตรวจสอบการใช้งาน โดยมีคณะกรรมการทั้งจากกรมสรรพาวุธทหารบก กรมยุทธการ และกรมส่งกำลังบำรุง ที่จะตั้งกรรมการขึ้นมาดูแล
เมื่อถามว่าคิดว่าราคาซื้อในปี 2548 จะแตกต่างจากราคาที่ซื้อในขณะนี้มากน้อยเพียงใด พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตามธรรมดาแล้วสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีเมื่อซื้อในช่วงใหม่ ๆ จะมีราคาแพง เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าไม่มีการทุจริตในการจัดซื้อ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า การจัดซื้อเป็นไปตามระบบ และตนเชื่อว่าระบบการจัดซื้อเป็นไปอย่างถูกต้อง



