ข่าว

น้ำโขงแห้งหาดโผล่กระทบเรือขนส่งสินค้าไทย-ลาว

น้ำโขงแห้งหาดโผล่กระทบเรือขนส่งสินค้าไทย-ลาว

29 ม.ค. 2553

น้ำโขงแห้งหนักหาดทรายโผล่กลางลำนำ เรือขนส่งสินค้าไทย-ลาวที่จุดผ่อนปรน อ.ท่าอุเทน-เมืองหินบูรณ์ สัญจรลำบาก เรือติดทรายต้องลงเข็น พร้อมรับภาระเติมน้ำมันมากขึ้น ด้านนายกเทศมนตรี ต.ท่าอุเทน เสนอย้ายจุดผ่อนปรนใหม่แก้ปัญหาหาดทรายโผล่ เผยเป็นท่าเทียบเรือน้ำลึก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดผ่อนปรนไทยลาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กับเมืองหินบูรณ์ แขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งเปิดซื้อขายสินค้าทุกวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี ซึ่งจะมีชาวลาวนำสินค้าพื้นเมืองบรรทุกใส่เรือโดยสารข้ามแม่น้ำโขงมาจำหน่ายที่ฝั่งไทย ตลอดจนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคลงเรือกลับไปขายที่ฝั่งลาว ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 5 แสนบาท/วัน

 แต่ขณะนี้เรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารชาวลาวกลับได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำโขงที่แห้งหนักสุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา จนเกิดทรายตื้นเขินเป็นบริเวณกว้างกลางลำแม่น้ำโขงและเกือบติดฝั่งท่าเทียบเรือฝั่งไทย จนทำให้เรือโดยสารบรรทุกสินค้าสัญจรลำบาก โดยเฉพาะเรือบรรทุกสินค้าและผู้โดยสารชาวลาว

 นายสงค์ คำดอน ผู้ประกอบการเรือโดยสารชาวลาว กล่าวว่า ปีนี้น้ำโขงแห้งหนักที่สุด และไม่เคยเห็นน้ำโขงแห้งหนักขนาดนี้มาก่อนจนเกิดหาดทรายเป็นบริเวณกว้าง การเดินเรือลำบากมากต้องขับเรือลัดเลาะตามช่องน้ำวกวนเหมือนเขาวงกตเพื่อพยายามขับเรือไปตามร่องน้ำที่ตื้นเขินมาก บ่อยครั้งเรือบรรทุกผู้โดยสารสินค้าติดทรายกลางลำแม่น้ำโขงต้องช่วยกันลงน้ำช่วยกันเข็นเรือให้พ้นสันดอนทราย ซึ่งลำบากมาก

 ขณะที่การเติมน้ำมันเรือก็ต้องเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากเที่ยวละ 200 บาทเพิ่มเป็น 400 บาท แต่ค่าโดยสารยังคงเดิม คือคนละ 50 บาท และยังบรรทุกสินค้าได้น้อยลง เพราะหากบรรทุกสินค้ามากเกนิไปจะทำให้เรือหนัก กินน้ำลึกมากเกินไปจะทำให้เรือติดทรายหนักขึ้น

 ด้านนายเกียรติพงษ์ วดีศิริศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า ปีนี้ระดับน้ำโขงลดลงเร็วมากและเกิดหาดทรายหนักที่สุดส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้าเดือดร้อนที่สุด คือชาวลาว เพราะเรือทุกลำจะเป็นเรือชาวลาว และชาวลาวจะนำสินค้ามาขายแล้วซื้อสินค้ากลับไปส่วนคนไทยไม่มีปัญหา ซึ่งเราก็เห็นใจความเดือดร้อนชาวลาวโดยหาวิธีการแก้ปัญหา โดยตนได้เสนอเรื่องต่อจังหวัดเพื่อทำการย้ายจุดผ่อนปรนปัจจุบันไปอยู่ที่ท่าเทือบเรือท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งบริเวณท้ายเทศบาลซึ่งก่อสร้างเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแต่ยังไม่เปิดใช้ เพราะแม่ค้าไม่ยอมย้าย เนื่องจากอยู่ไกลตลาด ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเทียบเรือที่มีน้ำลึก จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในระดับหนึ่ง

 "จุดผ่อนปรนเดิมที่เกิดหาดทราย ผมดูแล้วมันจะเกิดหาดทรายมากขึ้นทุกปีและจะสร้างปัญหามากขึ้น จึงจำเป็นต้องย้ายจุดผ่อนปรนตั้งแต่วันนี้ถึงจะแก้ปัญหาในอนาคตได้ แต่อย่างไรก็ยังติดปัญหาบ้างกรณีที่แม่ค้าไม่อยากย้ายจากจุดเดิม ตอนนี้ใครอยากนำเรือขึ้นที่จุดผ่อนปรนเดิมก็ได้ แต่ก็ต้องทำใจด้านความลำบาก ขณะที่เรือขนส่งสินค้าชาวลาวจะเลือกขึ้นฝั่งที่ท่าเทือบเรือท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งก็ได้" นายเกียรติพงษ์ กล่าว

คาดโลกร้อนทำภัยแล้ง-ไฟป่าภาคเหนือรุนแรง

 นายอดุลย์ ใจเป็ง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ อ.จอม ทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสภาวะโลกร้อนในปีนี้ กรมอุทยานสัตว์ป่าและ พันธุ์พืช คาดการว่าความแห้งแล้วจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ๆ มาซึ่งจะส่งผลให้ เกิดไฟป่ามากขึ้นจึงได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยปฏิบัติการไฟป่าทุกพื้นทีเฝ้าระวัง ไฟป่าเป็นพิเศษ
 
 สำหรับสถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ได้วางแผนการ ป้องกัน แบบบูรณาการโดยร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ในการป้องกัน และเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้การทำงานแบบ บูรณาการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าสถิติการเกิดไฟป่าในพื้นที่ดอยอินทนนท์ ลดลงไปมาก โดยเฉพาะชาวบ้านได้ร่วมกันไม่เผาป่า เพราะตระหนักถึงผล กระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหามลพิษปกคลุมในพื้นที่

 ด้านนายประจญ ปรัชญ์กุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ว่า ผลกระทบจากสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงคาดว่าส่งผลกระทบกับประชาชนในช่วงฤดูแล้งรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา โดยในปี 2552 มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 12 อำเภอ 53 ตำบล ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 19,622 ครัวเรือน และมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือกว่า 10,622 ไร่ ขณะที่ในปีนี้คาดว่าพื้นที่เสียหายจะไม่ลดจำนวนลงกว่านี้

 สำหรับมาตรการช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยแล้ง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจ้งให้ท้องถิ่นรวบรวมพื้นที่เสี่ยงและสภาพปัญหาแจ้งมายัง ปภ.เชียงใหม่ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ทางการเกษตร พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอเพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

 นอกจากนี้ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์การ ช่วยเหลืออื่น ๆ ให้สามารถใช้การได้ในทันที มีการรณรงค์สำรวจ ซ่อม และสร้างภาชนะเก็บกักน้ำ จัดหาแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภคและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มเติม รวมถึงประสานงานกับสำนักชลประทานที่ 1 วางแผนจัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่