ข่าว

"แรมโบ้"ขอ "หมอชลน่าน" อย่านำข้อมูลเท็จมาโจมตีนายกฯ สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน

"แรมโบ้"ขอ "หมอชลน่าน" อย่านำข้อมูลเท็จมาโจมตีนายกฯ สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน

23 เม.ย. 2564

"แรมโบ้" ชี้แจง คนไทยได้ฉีดวัคซีนแล้ว 864,840 โดส ขอ "หมอชลน่าน" อย่านำข้อมูลเท็จมาโจมตีนายกฯ สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน ยืนยันนายกฯไม่เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเกี่ยวข้องกับการเมือง เรื่องแบบนี้มีแต่พรรคฝ่ายค้านเท่านั้นที่ทำกับประชาชนได้ลงคอ

23 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย บอก ระบอบประยุทธ์ ทำลายระบบสาธารณสุขไทยและจนถึงวันนี้รัฐบาลสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพียง 6 แสนโดส พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงใครกั๊กวัคซีน 1.4 แสนโดส แค่ตัวเลขก็ไม่ตรง ไม่รู้ว่าเจตนาบิดเบือนทำหายไปเอง 2 แสนโดส หรือว่าไม่ติดตามข่าวสาร จนตกข่าว แล้วมาใส่ร้ายรัฐบาล

 


นายเสกสกล ระบุว่า  เรื่องการบริหารจัดการวัคซีน ศบค.ได้มีการชี้แจงไปแล้ว ว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็ม 1 และ 2 ในพื้นที่ 77 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- วันที่ 21 เม.ย. 64 ฉีดแล้ว 864,840 โดส แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 746,617 ราย และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 118,223 ราย และเมื่อวันที่ 21 วันเดียวฉีดได้กว่า 152,230 โดส ที่สำคัญถ้า นพ.ชลน่านฯ ยังมีความรู้ จิตวิญญาณความเป็นหมอหลงเหลืออยู่ ก็ควรจะรู้ว่าหมอและพยาบาลของเรากำลังทุ่มเทอย่างหนักในการรักษาผู้ป่วยและดูแลผู้เสี่ยงติดเชื้อจากคลัสเตอร์ช่วงก่อนสงกรานต์ รวมทั้งยังต้องเร่งตรวจเชิงรุกและควบคุมการแพร่ระบาดอยู่ ควรเห็นใจและให้กำลังใจเพื่อนวิชาชีพเดิมของตนด้วย 


นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าเจรจาและหารือกับบริษัทผลิตวัคซีนอีกหลายยี่ห้อ ทั้งเรื่องราคาและเงื่อนไข โดยร่วมกับภาคเอกชนจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมอีก ประมาณ 35 ล้านโดส ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีวัคซีนเพื่อคนไทย 100 ล้านโดส ภายในปลายปี 2564 นี้ อีกด้วย


ส่วนที่หมอชลน่านบอกว่าระบอบประยุทธ์ทำลายระบบสาธารณสุขของไทยนั้น ตนเองไม่เห็นว่ามีอะไรที่เป็นระบอบดังกล่าว อย่าพยายามประดิษฐ์วาทกรรมสร้างความแตกแยก ตนเองกลับเห็นว่าสิ่งที่หมอชลน่านพูดน่าจะหมายถึง หลักคิดในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เน้นการป้องกัน สมเหตุสมผล มีวิสัยทัศน์ และบูรณาการพลังทางสังคม ซึ่งนำมาสู่ความสำเร็จถึงสองครั้งในการรับมือและแก้ปัญหาวิกฤตโควิด จนเป็นที่ยอมรับของนานาขาติ และองค์กรระดับโลก อย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การสหประชาชาติ (UN) ต่างชื่นชมและยกให้แนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหาโควิดของไทยเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาคมโลก ถ้าแบบนี้ตนเห็นว่า “ระบอบประยุทธ์” ที่หมอชลน่านพูดน่าจะเป็นคำชมมากกว่า อย่างไรก็ตามนายกฯ ก็ไม่เคยเหมาว่าเป็นความสำเร็จของตนเอง หากแต่พูดอยู่เสมอว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นสำคัญ และให้กำลังใจทุกคนว่า “ประเทศไทยต้องชนะ”


ดังนั้น หมอชลน่านอย่า “ปั้นน้ำเป็นตัว” เอาข้อมูลผิดเพี้ยน มาโจมตีการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล กล่าวหานายกฯ หรือสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนเลย ทั้งนี้ขอให้รอดูสถาการณ์ก่อน ไม่ใช่ว่าพอมีวิกฤตขึ้นมาพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้านก็เรียงหน้าออกมากล่าวหา โจมตีนายกฯทันที แบบนี้น่าจะเรียก “ฝ่ายแค้น” เพราะไม่ให้โอกาสนายกฯ และเจ้าหน้าที่ได้ทำงานเลย ออกมาโจมตีรายวันอย่างไร้ข้อเท็จจริง เกรงว่าจะเป็นการบั่นทอนขวัญและกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ทำงานอย่างหนักในการช่วยประชาชน อย่างทุ่มเทและเสียสละ


ขณะที่การนำงบประมาณมาแจกจ่ายให้กับประชาชนนั้นก็เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ทั้งนี้ขออย่ามองว่าเป็นเรื่องทางการเมืองเพื่อหาคะแนนเสียง เพราะนายกฯไม่เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งเรื่องแบบนี้มีแต่พรรคฝ่ายค้านเท่านั้นที่ทำกับประชาชนได้ลงคอ ที่สำคัญยามคับขันเช่นนี้ ประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ ไม่ต้องการคนพูดพล่าม ประเทศชาติต้องการบัณฑิต ไม่ใช่ “จระเข้ขวางคลอง” หมอชลน่านเป็นหมอ แต่อย่าทำตัวเป็นคนหัวหมอดีกว่า  ประเดี๋ยวประชาชนจะเรียกว่า"หัวหมอชลน่าน"และจะถูกคนตำหนิติเตียนให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้"