
เนชั่นฯลุยแดนใต้"ปันน้ำใจสู่9โรงเรียน"ขาดแคลน
เด็กใต้ยิ้ม บ.เนชั่นฯลุยแจกอุปกรณ์และสื่อการเรียน ในโครงการ ปันน้ำใจสู่ 9 โรงเรียนหนุนต่อยอดการยกระดับการศึกษาโรงเรียนขาดแคลน
บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยหนังสือพิมพ์ " คม ชัด ลึก" จัดกิจกรรม “คม ชัด ลึก นำ 9 สิ่งดีสู่สังคม” ฉลองครบรอบ 8 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 อย่างมั่นคง และเข้มแข็ง เล็งเห็นถึงอนาคตด้านการศึกษารากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยจัดกิจกรรมคืนกำไรสู่สังคมกับกิจกรรม “ปันน้ำใจสู่ 9 โรงเรียน” โดยนำอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็นมอบให้โรงเรียน 9 แห่งที่ขาดแคลนทั่วประเทศ
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 29 ม.ค. ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดย นายสมชาย สามารถ บรรณาธิการเครือเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคใต้ เป็นตัวแทนนำอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ปากกาไวท์บอร์ด อุปกรณ์กีฬา และหนังสือต่างๆ ส่งมอบให้กับตัวแทนจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ 2 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านปลักปลา อ.สุไหงโก-ลก และโรงเรียนสัมพันธวิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยมีนายนิพัทธ์ มณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2 เป็นตัวแทนรับมอบ
นายนิพัทธ์ เปิดเผยว่า กิจกรรม “ปันน้ำใจสู่ 9 โรงเรียน” เป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์ต่อวงการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เนื่องจากมีโรงเรียนหลายแห่งที่ขาดแคลนอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน ทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่อยู่ในภาพด้อยการศึกษาเมื่อเทียบกับโรงเรียนในพื้นที่อื่นๆ
"ขอบคุณหนังสือพิมพ์คมชัดลึกที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะอุปกรณ์การศึกษาที่นำมามอบให้วันนี้ถือว่าเป็นของขวัญที่ให้ประโยชน์อย่างมาก และชื่นชมแนวคิดการคืนกำไรสู่สังคมโดยการให้ความสำคัญกับการศึกษาซึ่งนับเป็นการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ด้อยพัฒนาเท่ากับว่าได้ช่วยคน ช่วยชาติให้มีการพัฒนาควบคู่กัน "นายนิพัทธ์ กล่าว
ด้าน นายเรชา ชูสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลักปลา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ขอบคุณบริษัทเนชั่นฯที่จัดโครงการนี้ขึ้นมาซึ่งนับเป็นการคืนกำไรสู่สังคมที่ตรงเป้าหมายที่สุด เนื่องจากอุปกรณ์และสื่อการศึกษาเป็นสิ่งของจำเป็นพื้นฐานที่มีความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับการศึกษาไทย โดยเฉพาะในภาคใต้มีปัจจัยที่กระทบต่อการศึกษาหลายประการ เช่น ปัญหความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาตความยากจน และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านปลักปลา มีนักเรียน 183 คน และครู 10 คน (ไทยมุสลิม 100%)เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ เนื่องจากตั้งอยู่ในป่าพรุ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำทำให้ประสบปัญหาน้ำท่วมเฉลี่ยปีละ 3-4 ครั้ง ทำให้อุปกรณ์การเรียนและอาคารเรียนเสียหาย ขณะที่เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียนไปโดยปริยาย
"ดีใจมากที่ทราบว่าได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนจากบริษัทเนชั่นฯ เนื่องจากเป็นภาคเอกชนองค์กรแรกที่เข้ามาช่วยเหลือโรงเรียน ที่สำคัญการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการยกระดับการศึกษาในพื้นที่ด้วยและเด็กนักเรียนที่ทราบข่าวต่างตื่นเต้นและดีใจที่จะได้อ่านและใช้อุปกรณ์การเรียนใหม่" นายเรชา กล่าว
เช่นเดียวกับ นายสุกรี ซีเดะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 500 คนแบ่งเป็นสายสามัญชั้น ม.1-ม.3 จำนวน 445 คน และสอนศาสนา 50 คน ปัจจุบันขาดแคลนหนังสืออ่านนอกเวลา โดยเฉพาะหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในวิชาต่างๆ รวมถึงสื่อการเรียนที่ทันสมัย ทั้งนี้โชคดีที่บริษัทเนชั่นฯเข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์และสื่อการเรียนซึ่งสิ่งของที่ได้รับมอบวันนี้นับเป็นของที่ได้รับมอบมากที่สุดเท่าที่เคยได้มา อีกทั้งทุกชิ้นล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น
"ขอบคุณบริษัทเนชั่นฯที่จัดกิจกรรมดีๆ และแสดงความชื่นชมแนวทางการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านการศึกษาซึ่งเป็นการต่อยอดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพเพื่อเติบโตเป็นอนาคตของชาติที่มีรากฐานที่มั่นคง โดยยืนยันว่าจะนำอุปกรณ์ที่ได้รับมอบไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาสูงสุด" นายสุกรี กล่าว
นสพ.คมชัดลึกครบรอบ9ปีมอบอุปกรณ์การศึกษา
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่โรงเรียนบ้านมะม่วง ตำบลนนทรี อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด นายประเสริฐ ศรีสืบ บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เป็นประธานในการมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา ของเล่น อุปกรณ์ห้องสมุดและแจกขนม เลี้ยงไอศกรีมให้กับโรงเรียนบ้านมะม่วง พร้อมด้วยนายมานัส จุ้ยเจริญ ประธานชมรมเครื่องบินเล็ก RC ZONE เจ้าหน้าที่จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกและชมรมเครื่องบินเล็ก RC ZONE โดยมีนายลือชัย จามลิกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะม่วง พร้อมคณะครู อาจารย์ นักเรียนร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายทิวา วรรณศร นายกอบต.นนทรีย์ ร่วมในพิธีด้วย
การมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์ห้องสมุดและสิ่งของต่างๆให้กับโรงเรียนบ้านมะม่วงของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เนื่องจากครบรอบ 9 ปี ก่อตั้งหนังสือพิมพ์คมชัดลึก คณะกรรมการ ผู้บริหารและกองบรรณาธิการจึงร่วมกันจัดกิจกรรมมอบสิ่งของต่างๆให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศรวม 9 โรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนตชด.อ.สบเมย จ.ตาก โรงเรียนในอำเภอแม่ระมาดจ.แม่ฮ่องสอน โรงเรียนในอำเภอสังขละบุรีจ.กาญจนบุรี ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยแม่ฟ้าหลวง โรงเรียนสัมพันธ์วิทยาอ.เจาะไอร้องจ.นราธิวาส โรงเรียนบ้านปรักปลา อ.ตากใบ โรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาครโรงเรียนบ้านมะม่วงจ.ตราดและรร.ในจ.สกลนครเป็นโรงเรียนสุดท้าย โดยการจัดกิจกรรมที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากชมรมเครื่องบินเล็ก RC ZONE ในการนำเครื่องบินเล็กและรถบังคับมาแสดงให้นักเรียนชมและแจกของเล่น ขนมและสิ่งของต่างๆด้วย
นายประเสริฐ ศรีสืบ บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์คมชัดลึก บอกว่าครบรอบ 9 ปีก่อตั้งหนังสือพิมพ์คมชัดลึก จึงร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้นักเรียน เยาวชน ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ได้มีโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาด้านความรู้และการมีโอกาส โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มอบให้กับโรงเรียนต่างๆประกอบด้วย TV จอแบนขนาด 29 นิ้ว พร้อมลำโพง 2 ชุด คอมพิวเตอร์ 2 ชุด โค๊ะห้องสมุดแบบพับได้5 ตัว พร้อมเก้าอี้ 20 ตัว พัดลม4 ตัว ชุดตู้เอกสารพร้อมหนังสือ 1 ชุด อุปกรณ์กีฬาประเภทฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อย แบดมินตัน และของเล่นต่างๆ ตลอดจนขนมไอศกรีมและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าจำนวนกว่า 100 กล่อง นอกจากนี้ยังมีทุนมอบให้โรงเรียนในโครงการอาหารกลางวันอีกกว่า 2-3 หมื่นบาท ซึ่งบรรยากาศการมอบและแจกของเป็นไปด้วยความสุขทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ
สำหรับโรงเรียนบ้านมะม่วงเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล-ป.6 มีนักเรียนทั้งหมดจำนวน 166 คน ครู 10 คน เป็นโรงเรียนที่อยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งอยู่ม.3 ต.นนทรีย์อ.บ่อไร่จ.ตราด อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านเนิน 400 เพียง 12 กม.เท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่อาชีพรับจ้าง ทำการเกษตรและหาของป่า ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายชอง มีฐานะยากจน
นายมานัส จุ้ยเจริญ ประธานชมรมเครื่องบินเล็ก RC ZONE บอกว่าเห็นว่าโครงการของนสพ.คมชัดลึกเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อเยาวชนและชุมชนในถิ่นทุรกันดาร จึงเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยกันสร้างสังคม ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาเยาวชน พัฒนาคุณภาพชีวิตคนชายแดนด้วย นายมานัสยังบอกด้วยว่า หากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้ร่วมโครงการและมีสิ่งของฝมากกว่านี้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงานจึงมีผู้ร่วมโครงการเพียง 15 คนเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้ในวันนี้ช่วยสร้างสังคม เยาวชนและนำสังคมให้เห็นถึงการรู้จักเสียสละและเป็นผู้ให้ ทำให้สังคมเป็นสุขน่าอยู่



