ข่าว

ปธ.วุฒิยันศาลไม่2มาตรฐานใครกดดันไม่ได้

ปธ.วุฒิยันศาลไม่2มาตรฐานใครกดดันไม่ได้

29 ม.ค. 2553

“ประสพสุข”การันตีศาลไม่ 2 มาตรฐาน และใครมากดดันไม่ได้ ฟันธง ญัตติแก้รัฐธรรมนูญมีสิทธิค้างท่อ เหตุวาระส.ว.แน่น ลั่นไม่ทัน กุมภาฯ นี้ ทำนายรบ.ผ่านศึกซักฟอกได้ เชื่ออยู่ได้ยาวแน่

 (29ม.ค.) นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่จะเกิดความวุ่นวายและการไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของกลุ่มเสื้อแดง ว่า คงไม่มีอะไรรุนแรง ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อคำตัดสินของศาลออกมาแล้วทุกคนจะรับฟังและยอมรับ คิดว่าคำวินิจฉัยคงมีกว่า 10 - 20 หน้า และตนเชื่อว่าคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นไปด้วยเหตุและผล

 เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงโจมตีว่ากระบวนการยุติธรรมวันนี้มี 2 มาตรฐาน นายประสพสุข กล่าวว่า ตนยืนยันได้ว่า ในฐานะที่ทำงานอยู่ในศาลกว่า 30 ปี ไม่มีคำตัดสินใดที่เป็น 2 มาตรฐานแน่ และศาลไม่มีใครมาข่มขู่ได้ ถึงจะมีการขู่ฆ่าก็ไม่กลัว สินบนก็ไม่รับของใคร

 เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังสร้างแรงกดดันอยู่ทุกวัน ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า อยากถามว่าแล้วกดดันได้หรือไม่ เพราะศาลจะไม่ตัดสินบนพื้นฐานของกระแสกดดัน ไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ หรือประชาชน เพราะหากมีม็อบมาชุมนุมแล้วศาลไปตัดสินใจตามม็อบ ประเทศก็จะล่มสลาย ดังนั้นตนเชื่อในกระบวนการยุติธรรม

ฟันธงญัตติแก้รัฐธรรมนูญมีสิทธิค้างท่อ

 นายประสพสุข กล่าวถึงกรณีที่ 5 พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา ว่า เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะนัดวันประชุม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ส.ส. และส.ว.ต้องพิจารณาร่วมกันเข้าใจว่าขณะนี้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลคงลงชื่อได้ครบ 95 เสียงแล้ว แต่การลงมติเห็นชอบรับหลักการในวาระแรกของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมดของรัฐสภา คือ 312 เสียงขึ้นไป หากเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งร่างแก้ไขจะต้องตกไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ประธานรัฐสภาจะนัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเดือนกุมภาพันธ์ นายประสพสุข กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ และตนคิดว่าคงพิจารณาในเร็ววันนี้ไม่ได้ เพราะตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป วุฒิสภาจะต้องมีการประชุมต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม สัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อพิจารณากรณีการถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลมาว่า วุฒิสภาจะมีมติอย่างไร

 เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอาจถือโอกาสเสนอให้ที่ประชุมลงมติเพื่อนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับคพปร.ที่ค้างอยู่ในวาระการประชุมมาพิจารณา นายประสพสุข กล่าวว่า การเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าคงไม่ได้นำประเด็นอื่น หรือร่างอื่นหยิบยกขึ้นมาหารือกัน และไม่เกี่ยวกับ 6 ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอ

 เมื่อถามว่าสังคมมีความเป็นห่วงว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม มีการชุมนุมของฝ่ายคัดค้าน และสนับสนุนอย่างยืดเยื้อ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไรยืดเยื้อ

 เมื่อถามต่อว่า คิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ดูแล้วมีความสำเร็จยาก เพราะถ้าแกนนำพรรครัฐบาล พรรคเพื่อไทย หรือวุฒิสภาไม่เห็นด้วย คงไม่สำเร็จ ต่อข้อถามว่า ส.ส.จาก 5 พรรคร่วมรัฐบาลแสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกันด้วย

 เมื่อถามต่อไปว่า หากการแก้ไขไม่สำเร็จกลุ่มที่เคลื่อนไหวควรยุติในเรื่องนี้หรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตอนนี้คงอยู่ในช่วงของการอยากลองทำให้ถึงที่สุดก่อนว่าจะได้เสียงสนับสนุน 312 เสียงขึ้นไปหรือไม่ ถามว่าเมื่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขในวาระแรก แล้วควรมีการทำประชามติหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ใจตนหากเสนอแก้ไขเพียง 2 ประเด็น ก็ไม่ต้องทำประชามติ และการทำประชามติต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

ทำนายรบ.ผ่านศึกซักฟอกได้ เชื่ออยู่ได้ยาวแน่

 นายประสพสุข กล่าวถึงเสถียรภาพของรัฐบาลที่มีการมองว่าจะอยู่ไม่ถึงเดือนมี.ค. นั้น ว่า นายกรัฐมนตรีก็ปฏิเสธและแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไปได้ สำหรับตนเห็นว่า จุดเปลี่ยนของรัฐบาลจะอยู่ที่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ฝ่ายค้านจะดำเนินการ หากรัฐบาลผ่านพ้นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ ตนเห็นว่ารัฐบาลก็จะอยู่ได้ยืดยาว เพราะไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้

 เมื่อถามว่าเป็นห่วงบรรยากาศการทำงานในสภาที่นับวันจะมีแต่การตอบโต้ที่รุนแรงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ตนคงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของวุฒิสภา ยืนยันได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น อย่างไรก็ตามถ้าทุกคนพูดกันด้วยเหตุด้วยผลก็จะไม่มีอะไร

 ประธานวุฒิสภา กล่าวด้วยว่า ในการหารือของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ได้มีการกำหนดเวลาเริ่มประชุมวุฒิสภาใหม่ จากเดิมเริ่มเวลา 10.00 น. ก็ให้เร็วขึ้นในเวลา 09.30 น. ส่วนเวลาในการปิดประชุม อย่างน้อยไม่ควรก่อนเวลา 17.00 น. และหากมีเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานก็อาจจะต้องยืดการประชุมออกไป

หน.ชทพ.แจงแค่คุย“บรรหาร”ฐานะพี่น้องไม่เกี่ยวพรรค

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต. ใน กรณีที่พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอำนาจรัฐของสมัชชาแห่งประเทศไทย และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ยื่นเรื่องให้กกต.ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีเชิญผู้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเข้าหารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บ้านพิษณุโลก โดยนายชุมพล เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวสามารถยื่นให้ตรวจสอบได้แต่จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยในวันนี้ก็จะมาให้ข้อมูลเบื้องต้นกับคณะอนุกรรมการฯก่อนที่จะทำคำชี้แจงเข้ามา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดพล.ร.อ.บรรณวิทย์ก็ได้มายื่นให้ กกต.ตรวจสอบการกระทำของนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคว่าอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ นายชุมพล กล่าวว่า ตนยืนมั่นคงเหมือนภูเขา ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง มีแต่รัฐธรรมนูญฉะนั้นต้องแก้ไข จึงยืนยันเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อ สัปดาห์หน้าก็จะยื่นยัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าไม่กระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลแน่นอน

 “การที่ผมพูดคุยกับนายบรรหารในหลาย ๆ เรื่อง ก็เหมือนเป็นการพูดคุยในฐานะพี่น้อง เพื่อขอความเห็นจากผู้มีประสบการสูงทางด้านการเมือง และมีประสิทธิภาพสูง เป็นผู้ที่เคยผ่านงานราชการมาเยอะ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ นายบรรหารไม่ได้เข้ามาแทรกแซงการทำงานในพรรค เพราะผมยังเป็นหน้าพรรคและผมก็เป็นคนสั่งการภายในพรรคเองไม่มีใครสามารถมาสั่งได้ ” นายชุมพล กล่าว

 เมื่อถามว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านต้องการที่จะนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้ไม่กลัวว่าเขาจะใช้โอกาสนี้ลักไก่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ตอนนี้ไม่กลัวแต่เราอยากยื่นเรื่องการแก้ไขเข้าสู่สภาเพื่อที่จะได้มีการพูดคุยกันและประชาชนจะได้ไม่สับสน ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ต้องไปว่ากันในสภา จะได้ไม่วุ่นวาย ตอนของร้องให้มาเล่นกันในสภาอย่าไปเล่นนอกสภา หรืออย่าไปปิดสนามบินก็แล้วกัน อย่างไรก็ตามการที่นำเรื่องนี้เข้าสู่สภาแล้วมีหลายฝ่ายมองว่าจะเกิดความวุ่นวายนั้น ตนคิดว่า ในสภาก็มีมลพิษมากอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากนำเรื่องนี้เข้าสู่สภา