ข่าว

รวมผลงานภูมิปัญญาไทยเพื่อเศรษฐกิจไทย

รวมผลงานภูมิปัญญาไทยเพื่อเศรษฐกิจไทย

11 มี.ค. 2552

จากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ในปัจจุบัน รัฐบาลและประชาชนทุกคนต่างช่วยกันหาทางออกสำหรับการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของชาติ

 ด้วยเหตุนี้รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของสินค้าโอท็อปที่เป็นสินค้าผลิตจากภูมิปัญญาของชาวไทย จึงเตรียมจัดงาน โอท็อป เฟสติวัล อิน เดอะ ซิตี้ 2009  ปรากฏการณ์ภูมิปัญญาไทยใจกลางเมืองขึ้น โดยจะนำสินค้าโอท็อปกว่า 3,200 ร้านค้า มาจัดแสดงที่สนามศุภชลาศัย อุทยานเบญจสิริ และศูนย์การค้าชั้นนำใจกลางเมือง 8 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ อมรินทร์พลาซ่า และห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม

ชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย หนึ่งในพ่องานใหญ่ พูดถึงจุดประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า เนื่องจากรัฐบาลได้สนับสนุนการสร้างอาชีพสร้างงานให้แก่พี่น้องประชาชนซึ่งทำให้มีรายได้มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของสินค้าโอท็อป จึงคิดโครงการจัดงานใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครขึ้น

“แนวทางในการจัดงานครั้งนี้จะมีด้วยกัน 4 แนวทาง คือ จะสนับสนุนให้มีการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่สินค้าโอท็อป ให้ทันสมัยและเป็นที่นิยมของคนในสังคมและชาวต่างชาติ จะช่วยให้มีการสร้างกระแสความนิยมในสินค้าโอท็อป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ จะสนับสนุนให้มีการสร้างความสะดวกให้กลุ่มผู้ซื้อเดิม และขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มผู้ซื้อใหม่ที่มีกำลังซื้อมากขึ้น และสุดท้ายคือ จะสนับสนุนให้มีการสร้างโอกาสในการผลักดันสินค้าโอท็อป และมีโอกาสขยายตลาดมากขึ้น” หนึ่งในพ่องานใหญ่กล่าวถึงแนวทางในการจัดงาน

ด้าน กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและหัวหน้าโครงการนี้ บอกว่า โอท็อปไม่ใช่ของใหม่เพราะมีมานานหลายปีแล้ว แต่เหตุที่ต้องย้ายมาจัดงานใจกลางเมืองเพราะสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้สภาพกำลังซื้อลดลงไปอย่างมาก ถ้าหากไม่กล้าจะทำในสิ่งที่แตกต่างและสิ่งที่ใหม่ โอกาสที่สินค้าโอท็อปยอดขายจะลดลงมีสูงมาก วิธีการแก้ไขปัญหาก็คือต้องมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อมาก เพราะฉะนั้นจึงต้องนำสินค้าที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทย เข้ามาในจุดที่มีกำลังซื้อมากที่สุดซึ่งก็คือใจกลางเมือง

“รูปแบบการจัดงานจะเป็นรูปแบบใหม่ รวมถึงเน้นกิจกรรมการแสดงมากมาย โดยจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการจัดงาน ประชานต้องได้รับประโยชน์สูงสุด และต้องสะดวกสบายที่สุด ถ้าประชาชนไม่สะดวกสบาย หรือได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ ถือว่างานครั้งนี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงอยากให้คนไทยรวมถึงชาวต่างชาติที่มาในงาน ได้ร่วมซื้อสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย เพื่อช่วยเศรษฐกิจประเทศอีกด้วย” รองนายกฯ กล่าวทิ้งท้ายถึงรูปแบบของงาน

อย่างไรก็ตาม งานนี้จะมีขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม-5 เมษายน ที่สนามศุภชลาศัย เริ่มเวลา 14.00-23.00 น. ส่วนที่ศูนย์การค้าชั้นนำทั้ง 8 แห่ง และสวนเบญจสิริ จะเริ่มเวลา 10.00-22.00 น. ถึงเวลาออกไปช่วยกันสินค้าไทยแล้วนะคะ...

เรื่อง... "ณัฐพงษ์ โปธา / ชัยโรจน์ จิรายุพัฒนา"