ข่าว

อสส.แจงข่าวสั่งไม่ฟ้อง5แก๊งค้าอาวุธแค่ข่าวลือ

อสส.แจงข่าวสั่งไม่ฟ้อง5แก๊งค้าอาวุธแค่ข่าวลือ

29 ม.ค. 2553

อัยการ ยื่นฝากขัง“5ผู้ต้องหาชาวคาซัคสถาน-เบลารุส แก๊งค้าอาวุธ” อีก 12 วัน 31 ม.ค. -11 ก.พ. หลังอัยการสูงสุด ยังไม่สั่งคดี แจงสำนวนมีเอกสารรายละเอียดมาก คาดมีความเห็นฟ้องหรือไม่ฟ้องได้นัดหน้า “ อัยการสูงสุด” ปัดข่าวความเห็นอัยการสั่งไม่ฟ้องแค่ข่าวลือ

(29ม.ค.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เวลา 11.00 น. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา แถลงข่าวการพิจารณาสั่งคดี 5 ผู้ต้องหาชาวคาซัคสถาน และเบลารุส แก๊งค้าอาวุธซึ่งถูกจับสนามบินดอนเมืองว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานอัยการฝ่ายคดีอาญา ได้นำสำนวนเสนอให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด พิจารณาเพื่อมีความเห็นสั่งคดี แต่อัยการสูงสุด ยังสั่งคดีไม่ทันภายในวันนี้ เนื่องจากเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เนื้อหามีรายละเอียดมาก จึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงให้คณะทำงานอัยการคดีอาญา ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 5 ผู้ต้องหาดังกล่าวต่อศาลอาญาอีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.- 11 ก.พ.นี้ ซึ่งคณะทำงานอัยการพร้อมยื่นคำร้องฝากขังในวันนี้ เนื่องจากฝากขังครั้งที่ 4 จะครบกำหนดในวันที่ 30 ม.ค.นี้ โดยท้ายคำร้องอัยการจะขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย

 ทั้งนี้การพิจารณาสำนวนดังกล่าวผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากการแจ้งข้อมูลต่างประเทศหรือไม่ นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า ในสำนวนไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งห้า ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมอ้างเหตุผลดังกล่าว ขณะที่การพิจารณาสำนวนนี้ไม่ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนเรียกพยานมาสอบสวนเพิ่มเติม มีแต่กรณีที่อัยการเรียกพนักงานสอบสวนมาสอบถามเพิ่มเติมในเรื่องที่ปรากฏในสำนวน เช่น ของกลางสั่งยึดอะไรไว้บ้าง

 “ เนื่องจากคดีเป็นเรื่องความสำคัญที่มีผลกระทบในวงกว้าง เป็นที่สนใจของประชาชน การจะพิจารณาสำนวนสั่งคดี ก็ต้องนำเสนออัยการสูงสุดให้พิจารณา และถ้าที่สุดแล้วอัยการสูงสุดจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องก็ไม่แจ้งให้ ผบ.ตร. ทำความเห็นแย้ง เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

 ความอาญาคำสั่งอัยการสูงสุดถือว่าสิ้นสุดแล้วไม่ต้องเสนอใคร ส่วนประเด็นว่าคดีนี้เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรนั้น เวลานี้ยุติแล้วว่าเป็นคดีที่มีการกระทำผิดในราชอาณาจักรไทย โดยคดีนี้ถือเป็นคดีที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ” นายกายสิทธิ์ อธิบดีอัยการกล่าวและว่า หากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือขัดต่อกฎขององค์การสหประชาชาติหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้

 ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเป็นการกดดันอัยการสั่งคดีหรือไม่ นายกายสิทธิ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวปฏิเสธว่า คงไม่ใช่เพราะการสั่งคดีอัยการพิจารณาตามพยานหลักฐาน โดยคาดว่าอัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ได้ภายในนัดหน้า อย่างไรก็ดีส่วนความเห็นเบื้องต้นของคณะทำงานอัยการมีแนวทางอย่างไร ตนไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะสุดท้ายผลการสั่งคดีจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดการสั่งคดี แต่สมมุติอัยการสูงสุด จะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหารายใดก็แล้วถ้าผู้ต้องหานั้นถูกควบคุมตัวขังอยู่ในเรือนจำ อัยการก็ต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายปล่อยตัว โดยกระบวนการปล่อยตัวจะดำเนินการได้ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับอาวุธปืนของกลาง หากอัยการสูงสุดจะมีคำสั่งฟ้องก็ต้องมีการสั่งให้ริบของกลางไว้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนการขออายัดตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินการคดีหรือส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่นั้นจนถึงเวลานี้ยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานจากต่างประเทศ ยื่นหนังสือถึงอัยการที่จะอ้างเหตุการณ์อายัดตัวเพื่อส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนแต่อย่างใด

 เมื่อถามหากต่างประเทศหรือ สหรัฐอเมริกา จะขออายัดตัวหากพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้เคยกระทำผิดในประทศอื่นเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่ นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า หากจะมีการขออายัดตัวก็ต้องดำเนินการแจ้งเรื่องไปเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถ้าจะอายัดตัวเนื่องจากมีการแจ้งความผิดอะไร ส่วนจะอายัดแล้วจะจะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งหรือไม่

 เมื่อถามว่าหากอัยการสั่งไม่ฟ้อง จะมีการพิจารณาความผิดผู้ต้องหาอย่างไร เช่น กรณีผู้ที่เป็นนักบินอ้างว่า ถูกจ้างมาและไม่ทราบมีการขนอาวุธ นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้เพราะไม่ทราบว่าอัยการสูงสุดจะพิจารณาอย่างไร แต่การพิจารณาถ้ามองตามกฎหมายต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาของผู้ต้องหา เช่น ผู้ที่คนควบคุมเครื่องบินหรืออากาศยาน ก็ต้องรู้ว่าตนบรรทุกอะไรมาในเครื่องบิน และตามกฎหมายไทย พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งเป็น 1 ในความผิดที่กล่าวหาในคดีนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า ผู้ที่ควบคุมอากาศยานที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรต้องทำรายงานส่งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ดังนั้นจึงต้องรู้ว่ามีการบรรทุกอะไรมา แต่คดีนี้ไม่มีการยื่นรายงานมาก่อน ซึ่งจะถือว่าผู้ต้องหามีเจตนาหลบเลี่ยงการขนอาวุธหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นในสำนวนอีกหลายประการด้วย ไม่ใช่แค่ยื่นหรือไม่ยื่นรายงานเพียงอย่างเดียว

 นายกายสิทธิ์ ยังกล่าวชี้แจงกี่ยวกับฐานความผิดคดีนี้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งห้า กระทำผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55, 72 , 72 ทวิ และ 78 พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 พ.ร.บ.การเดินอากาศไทย พ.ศ.2497 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา โดยอัตราโทษสูงสุดคือ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ จำคุกตลอดชีวิต

 ขณะที่นายจุลสิงห์ วสันต์ อัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ยืนยันว่า เวลานี้อัยการยังไม่ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ขณะที่การสั่งคดีความเห็นอัยการสูงสุดถือเป็นที่สุดตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145

 ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับ นายอิสยาส อิสวาคอฟ ( IIyas Issakov ) อายุ 56 ปี สัญชาติคาซัคสถาน นักบินที่ 1 , นายวิคเตอร์ อับดุลลายัฟ (Viktor Abdullayev) อายุ 58 ปี สัญชาติคาซัคสถาน เนวิเกเตอร์ , นายมิคคาอิล พีทูคู (Mikhail Petukou) อายุ 54 ปี สัญชาติเบลารุส ช่างเครื่องยนต์ , นายอเล็กซ์ซานดะ ไซร์บาเนฟ (Alexandr Zrybnev) อายุ 53 ปี สัญชาติ คาซัคสถาน ช่างเทคนิค และนายวิทาลี ชุมคอบ (Vitaliy Shunkov) อายุ 54 ปี สัญชาติคาซัคสถาน นักบินที่ 2 แก๊งค์ค้าอาวุธข้ามชาติ ผู้ต้องหาที่ 1-5 ปัจจุบันยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ