
หมอ รพ.สนาม-Hospitel สุดหนักใจขอเล่าเป็นข้อๆ ผู้ป่วยไม่ยอมปฏิบัติตามกฎ
หมอ รพ.สนาม-Hospitel สุดหนักใจขอเล่าเป็นข้อๆ ผู้ป่วยไม่ยอมปฏิบัติตามกฎ สำหรับคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีก็มีเยอะมากๆ และขอขอบคุณมากๆ
สถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งบ้านเรากำลังเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่เดือน เมษายน หรือ ระลอกที่ 3 โดยยอดผู้ติดเชื้อต่อวันนั้นทะลุไปวันละหลักพันคนในตอนนี้ แน่นอนว่าหลาย รพ.ทั้งภาครัฐ และเอกชนก็ต่างประสบกับปัญหาเรื่องเตียงที่จะรองรับผู้ป่วยที่มีไม่เพียงพอ
โดยแต่ละจังหวัดนั้นจึงจำเป็นต้องมีการทำเป็น รพ.สนาม หรือ รร.Hospitel เพื่อที่จะสามารถรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยของหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ อย่างเพจ "Infectious ง่ายนิดเดียว" ที่ได้แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องน่าหนักใจรายวันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติการที่ รพ.สนาม หรือ รร. Hospitel ซึ่งคุณหมอบอกว่าสำหรับคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีก็มีเยอะมากๆ และขอขอบคุณไว้ ณ ตรงนี้
แต่ก็ยังมีอีกบางส่วนที่มาเข้ารับการรักษาแต่ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎของ รพ. ทำให้บุคลากรทางการแพทย์นั้นรู้สึกอึดอัดและหนักใจอยู่ไม่น้อย
เนื้อหาดังกล่าวระบุว่า " เรื่องน่าหนักใจรายวัน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติการที่ รพ.สนาม หรือ รร. Hospitel มีน้องๆหลานๆ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปบางคนแต่ก็หลายคนด้วยสิ ที่ติดเชื้อจากผับ บาร์ สถานบันเทิงหรือติดมาจากเพื่อนๆ หรือติดจากที่ทำงานบางคนแล้วมารับการรักษา ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎของ รพ.
1) ไม่ยอมวัดสัญญาณชีพ ไข้ อัตราหายใจ ชีพจร ความดัน ตามเวลาที่กำหนด ทำให้ทีมแพทย์ ไม่ทราบข้อมูล ล่าช้า
2) รร.ห้องแอร์อย่างดีไม่ยอมอยู่คู่ เรียกร้องอยากอยู่ห้องเดี่ยว
3) ข้าวที่แจกทุกวันก็หาย ไม่ยอมมากินตามเวลา ตื่นสาย
4) ไม่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่บอกไว้ ไม่ให้ความร่วมมือ
5) สั่งของมาส่งเกินเวลา ทั้งเสื้อผ้า ไฟแช็ค พูดไปแล้วไม่สนใจไม่ปฏิบัติตาม
6) เสื้อผ้าบอกให้เตรียมมาไม่เตรียมมาไม่ว่ามีชุด รพ.ให้ ใช้ชุด รพ.ไม่ยอมทำตามกำหนด ไม่ส่งตามเวลา ทำให้เสื้อผ้าไม่พอใช้
เหนื่อยใจแทนทีมผู้ดูแลจริงๆ ขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎด้วยครับน้องๆที่รัก เจ้าหน้าที่เหนื่อยกายพอแล้วต้องขึ้นเวรมาดูแลน้องๆ เหนื่อยกายไม่เคยบ่น อย่าบั่นทอนทำให้หมดกำลังใจในการทำงานเลย ขอบคุณครับสำหรับคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี"
อ่านข่าว : หมอยง ตอบอีกครั้ง "โควิด-19" ติดแล้วเป็นซ้ำได้หรือไม่ พร้อมเหตุผลร่ายยาว
อ่านข่าว : ไทยขยับอันดับแซงขึ้นอีก สถานการณ์ทั่วโลกโควิด-19 ล่าสุด (19 เมษายน 2564)



