
นพ.โอภาส เผยแนวโน้มโควิดเริ่มชะลอตัว คาด 1-2 สัปดาห์จะลดลงหากช่วยกันควบคุม
สธ.เผยแนวโน้มโควิดเริ่มชะลอตัว คาด 1-2 สัปดาห์จะลดลงหากช่วยกันควบคุม แจงคำสั่งปิดโรงเรียนเพื่อลดความเสี่ยงเด็กนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้สูงอายุที่บ้าน ห่วงติดเชื้อในที่ทำงาน ย้ำ Work From Home
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทยขณะนี้ โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ (ยอดของวันที่ 18 เม.ย. 2564) จำนวน 1,767 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ทั้งนี้การระบาดส่วนใหญ่อยู่ที่ เชียงใหม่ , นครสวรรค์ , นครราชสีมา , กทม. ปริมณฑล , ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ส่วนจังหวัดอื่นๆติดเชื้อในวงจำกัด ถ้าทุกคนร่วมมือกันจะควบคุมสถานการณ์ได้ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะค่อยๆลดลง
"การระบาดระลอกนี้เกิดจากสถานบันเทิง นักเที่ยวนำไปติดครอบครัว ที่ทำงาน และชุมชน เช่น กรณีโรงเรียนเอกชน จ.สมุทรปราการ ครูไปนำเชื้อติดเพื่อนร่วมงาน นักเรียน และกระจายไปยังครอบครัว รวม 32 ราย ที่เป็นห่วงคือเด็กติดเชื้อไม่ค่อยมีอาการ อาจแพร่เชื้อไปสู่ผู้สูงอายุในครอบครัวเดียวกันได้ อาจทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จึงต้องสั่งปิดสถานศึกษาในช่วงนี้" นายแพทย์โอภาส กล่าว
นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า สถานการณ์ยังพบผู้ป่วยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่แนวโน้มเริ่มชะลอตัว ผู้ป่วยอาการรุนแรงและเสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น จากการมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เริ่มมีการระบาดไปยังหน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการ จึงต้องร่วมกันช่วยลดผู้ติดเชื้อโดยใช้มาตรการส่วนบุคคล หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น มีมาตรการองค์กร โดยเฉพาะการทำงานที่บ้าน (Work From Home) คัดกรองผู้เข้าออก งดกิจกรรมรวมกลุ่มสังสรรค์ ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน เพราะต้องถอดหน้ากากอนามัย โดยขอให้ใส่หน้ากากฯให้มากที่สุดตลอดเวลาที่อยู่ใกล้กับบุคคลอื่น ล้างมือ แยกภาชนะส่วนตัว ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ
ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ขณะนี้มีประมาณ 5 แสนเม็ด อัตราการใช้อยู่ที่ 1 หมื่นกว่าเม็ดต่อวัน ถือว่าเพียงพอ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการและมอบหมายองค์การเภสัชกรรมซื้อเพิ่ม 1 ล้านเม็ด คาดว่าส่งมอบได้ปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า และกำลังเจรจาสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 1 ล้านเม็ด
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 17 เม.ย. 2564 ฉีดแล้ว 608,521 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 526,706 ราย และเข็มสอง 81,815 ราย
ส่วน วัคซีนซิโนแวค อีก 1 ล้านโดสได้รับมอบและกระจายไปจังหวัดต่างๆแล้ว จัดสรรให้ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า 599,800 โดส ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้นโยบายต้องฉีดกลุ่มนี้ให้ได้ 100% ภายใน 2 สัปดาห์ 2.ควบคุมโรคระบาดพื้นที่สีแดง 100,000 โดส 3.ผู้มีโรคประจำตัว 157,200 โดส 4.เจ้าหน้าที่ บุคลากรอื่นๆที่มีโอกาสสัมผัสคนจำนวนมาก 54,320 โดส และ 5.สำรองไว้กรณีฉุกเฉิน 98,680 โดส
"กรณี ส.ส. ทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการลงพื้นที่พบประชาชนจำนวนมาก เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อจากการทำงาน หากมีการติดเชื้ออาจมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องกักตัวจำนวนมาก ดังนั้นการให้วัคซีนจึงเป็นประโยชน์ในการควบคุมโรค"
#ลาซาด้า Free Shipping Day ส่งฟรีทั่วไทย ทุกวันที่ 15 ของเดือน



