
ตรวจจีที200เส้นด้ายความเป็น-ความตาย
ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างนักวิชาการ สื่อมวลชน และทหาร ว่าเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด จีที 200 และเครื่องตรวจหาสารเสพติดอัลฟา 6 ใช้งานได้จริงหรือไม่ หลังจากสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษตีแผ่รายงานผลพิสูจน์เครื่องมือในตระกูลเดียวกันนี้ว่า ไม่สามารถใช้งานได้จร
ผศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำต่อต้านการใช้เครื่องจีที 200 กล่าวถึงสำนักข่าวบีบีซีรายงานการพิสูจน์เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดเอดีอี 651 แล้วพบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริงว่า ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะในวงการนักวิทยาศาสตร์รู้กันมานานแล้วว่า เครื่องมือชนิดนี้ไม่สามารถตรวจหาวัตถุระเบิดหรือยาเสพติดอย่างที่ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่าวอ้าง
ผศ.เจษฎาบอกว่า เครื่องเอดีอี 651 เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดจีที 200 และเครื่องตรวจหาสารเสพติดอัลฟา 6 ซึ่งหน่วยงานราชการไทยนำมาใช้ ต่างกันเพียงผู้ผลิตเท่านั้น และจากการสอบถามไปยังผู้พิสูจน์ก็ได้รับการยืนยันกลับมาว่า ได้มีการพิสูจน์เครื่องจีที 200 แล้วเช่นกันพบว่า ภายในมีเพียงกระดาษไม่สามารถตรวจจับวัตถุระเบิดได้
"อยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่นำเครื่องจีที 200 และเครื่องอัลฟา 6 ยอมรับความเป็นจริงว่าเราเสียค่าโง่ให้แก่ต่างชาติ และยุติการใช้งานเครื่องมือทั้งสองชนิด เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติและประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากยังคงนำไปใช้งานก็อาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ ควรนำงบประมาณที่ใช้จัดซื้อและซ่อมบำรุงเครื่องจีที 200 และอัลฟา 6 ไปซื้อเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง หรือไม่ก็นำไปใช้ในการใช้ฝึกสุนัข เพื่อให้ปฏิบัติงานค้นหาวัตถุระเบิดและยาเสพติดแทน เพราะอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า" ผศ.เจษฎากล่าว
ขณะที่แม่ค้าขายหมูตลาดพิมลชัย อ.เมือง จ.ยะลา กล่าวต่อ "คม ชัด ลึก" ว่าเคยเห็นตำรวจนำเครื่องจีที 200 มาตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง ทำให้รู้ว่าเครื่องมือชิ้นนี้ใช้ไม่ได้ผล เพราะหลังจากตำรวจกลับออกไปไม่นานรถจักรยานยนต์ก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรง
"ฉันจำได้ดีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ซุกซ่อนระเบิดมาจอดที่หน้าร้านพี่สาวโทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบก็เห็นเครื่องดังกล่าว มาทราบตอนหลังว่าเป็นเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ปรากฏว่าตำรวจบอกว่าไม่พบวัตถุต้องสงสัยก็กลับออกไป ไม่นานนักรถจักรยานยนต์ก็ระเบิด" แม่ค้ารายเดิมกล่าว
ความเห็นข้างต้นอาจเป็นบางส่วนเท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วยและไม่เชื่อว่าเครื่องจีที 200 จะใช้งานได้จริง ทางกลับกันในส่วนของทหารผู้ปฏิบัติเองก็มีความเห็นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
"คม ชัด ลึก" ได้พูดคุยกับนายทหารคนหนึ่ง สังกัดกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จ.อุดรธานี เกี่ยวกับเครื่องจีที 200 โดยเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการปราบปรามยาเสพติดและเก็บกู้วัตถุระเบิดตามแนวชายแดนไทย-ลาว ยืนยันเสียงหนักแน่นว่าเครื่องจีที 200 มีประสิทธิภาพถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับผู้นำไปปฏิบัติ สำหรับเครื่องดังกล่าวถึงแม้จะดูเหมือนกับไม่มีอะไรมาก แค่เสาอากาศและด้านล่างมีช่องใส่การ์ด แต่ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาแทบไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลย
นายทหารคนเดิมอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับหลักการทำงานของเครื่องจีที 200 คือ เครื่องตรวจหาสารเสพติด หรือสารประกอบระเบิด ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ดังนั้น การ์ดข้อมูลก็จะมีหลายชนิดด้วยเช่นกัน ทั้งการ์ดตรวจหาสารเสพติดแต่ละประเภท และการ์ดหาสารประกอบวัตถุระเบิด พร้อมกับยกตัวอย่างว่า เคยมีผู้ต้องสงสัยสัมผัสยาเสพติดมา เมื่อใช้การ์ดตรวจหาสารยาบ้า ยาอี หรือยาไอซ์ เครื่องจะบ่งชี้ไปที่ผู้ต้องสงสัย แต่ถ้าใส่การ์ดตรวจหาสารเสพติดประเภทเฮโรอีนก็อาจจะไม่เจอ เพราะผู้ต้องสงสัยสัมผัสสารยาบ้า
"ครั้งหนึ่งมีการตรวจค้นผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าพัวพันกับยาเสพติด การ์ดบ่งชี้ว่าตามร่างกายมีสารเสพติดแน่ๆ แต่ตำรวจทหารไม่พบเลยตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง เป็นสารแอมเฟตามีน พอสอบถามก็ได้ความว่าเพิ่งกลับจากเสพยาบ้ามา 5 เม็ด"
พร้อมกันนี้ "คม ชัด ลึก" ได้ทดสอบเครื่องจีที 200 ด้วยการขอตัวอย่างสารเสพติดให้ผู้ปฏิบัติคนหนึ่งนำไปซ่อนไว้ โดยไม่ให้ผู้ที่ใช้เครื่องจีที 200 ทราบตำแหน่ง ปรากฏว่าตรวจสอบไปสักพักเสาอากาศก็ชี้ไปยังจุดที่มีสารเสพติด
อย่างไรก็ดีประเด็นเหล่านี้จะไม่สามารถหาข้อสรุปได้ หากกองทัพเชื่อมั่นในประสิทธิภาพ และเพื่อให้ได้ข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตลอดจนมีความจริงใจต่อข้อถกเถียงก็น่าจะเปิดให้มีการแกะพิสูจน์ อย่างที่สำนักข่าวบีบีซีได้ทำมาก่อนหน้านี้ จะได้รู้แจ้งเห็นจริงว่าเครื่องจีที 200 เป็นเทวดาหรือแค่เครื่องมือลวงโลกอย่างที่ถูกตราหน้าอยู่ในขณะนี้ !?!



