
เร่งเกม"นอกสภา"ปิดบัญชีแค้น"ทักษิณ"
ในสถานการณ์การเมืองที่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน จากปัญหาทั้งศึกนอก-ศึกในรุมเร้ารัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
แนวโน้มของสถานการณ์ดูเหมือนถูกจูงไปสู่คิว "ยุบสภา" พร้อมกับบรรยากาศของกลิ่นอายรัฐประหารตลบอบอวล หลังจากสบจังหวะบังเอิญที่ ”รถถัง” หุ้มเกราะของทหารออกมาป้วนเปี้ยนกลางเมือง เข้าอู่ซ่อมพร้อมกัน
กระแสข่าว "รัฐประหาร" จึงถูกกระพือจากฝั่งเพื่อไทยขึ้นมาอย่างทันท่วงที
ขณะที่เกิดกรณีทหารรักษาพระองค์นัดตบเท้าคำราม ซึ่งพรรคเพื่อไทยประเมินว่าเป็นแค่ออกอาการ "ขู่" ไม่ให้พรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาทวงสัญญากดดันหนักแก้ไขรัฐธรรมนูญตีตัวออกห่าง
แต่เกมนี้ ”ค่ายปชป.” ภายใต้การคุมเกมของพี่เลี้ยงรุ่นเดอะของนายกฯ มาร์ค ที่ชื่อชั้นระดับ “ชวน หลีกภัย” และ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" สามารถใช้ความเก๋า ผสมลูกเขี้ยวจับกระแสสังคม ”ไม่เอาด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญที่มีแค่นักการเมืองได้ประโยชน์”
พลิกเกมยืนกราน “ไม่แก้รัฐธรรมนูญ” ตามมติกรรมการบริหารพรรคและที่ประชุมส.ส.พรรค
ว่ากันว่าแม้งานนี้ พรรคร่วมรัฐบาล “ชาติไทยพัฒนา-ภูมิใจไทย-เพื่อแผ่นดิน“ จะไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์อย่างแรง ถึงขั้นเขียนในบัญชีแค้น รอวันเอาคืน
เห็นได้จากปฏิกิริยาหน้าฉากจาก ”พรรรคชาติไทยพัฒนา” ที่ล่าสุด "เสี่ยตือ" สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ออกจดหมายเปิดผนึกอัด ”อภิสิทธิ์” แบบแรงๆ ว่าถึงขั้นใช้คำว่า “...เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า”
พร้อมกับส่งสัญญาณรัฐบาลถึงเวลานับถอยหลังแล้ว
แต่พอไปถามแบบจริงๆ จังๆ แนวโน้ม “พรรคร่วมรบ.” จะพลิกขั้วหรือไม่ ?? พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคก็พูดหน้าตาเฉยว่าจะเป็นรัฐบาลร่วมกับปชป.ต่อไป
ขนาด ”เฉลิม อยู่บำรุง” หัวหอกเพื่อไทย ยังอ่านทางออก ฟันธงว่า “ต่อให้เอาปืนใหญ่มาจี้ก็ยังไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนถอนตัวเลย”
ไม่นับปฏิบัติการตบหัวลูบหลัง อย่าง "สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรค เตรียมนัดพรรคร่วมเคลียร์ทุกปัญหา
แต่ในเกมเฉือนเหลี่ยมการเมืองในรัฐบาลครั้งนี้ สะท้อนได้ว่า “อภิสิทธิ์-ปชป.” สามารถพลิกกลับมาเป็น ”ฝ่ายคุมเกม” ถือไพ่เหนือกว่า ตราบใดที่ ”กติกา” ยังไม่ถูกแก้ หลังถูก ”พรรคร่วมรัฐบาล” ใช้สัญญาใจแก้รัฐธรรมนูญ ”ขี่คอมาตลอด"
ขณะเดียวกันเมื่อหันมาจับความเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง” ที่วางเกมใน-นอกสภาโค่นรัฐบาล-ฝ่ายอำมาตย์
ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ต่อจากการเดินเกมนอกสภาของ ”กลุ่มเสื้อแดง” อาจอยู่ในภาวะลำบากมากขึ้น ในภาวะที่ ”รัฐบาลปชป.” สามารถผ่าน ”ด่านสำคัญ” อย่าง ”เกมแก้รัฐธรรมนูญ" มาได้
เพราะสุดท้ายพรรคร่วมก็ไม่ยอม "ทุบหม้อข้าวตัวเอง" อยู่แล้ว
ดังนั้นโอกาสที่เพื่อไทยจะหวังสู้ในสภาตาม ”แผนตอกฝาโลง” รัฐบาลหลังจากการชุมนุมของ ”กลุ่มเสื้อแดง” เสร็จสิ้น ด้วยหวังอาศัยรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดภาวะเสียงแตกในช่วงที่มีการโหวตลงมติไว้วางใจรัฐมนตรี ก็อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้แล้ว
ด้วยเพราะปัจจัยต่างๆ ไม่เอื้ออำนวย ไม่นับความพร้อมเรื่องข้อมูล ตลอดจนตัวบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแนบการยื่นญัตติของฝ่ายค้านเอง ที่ยังมีปัญหาเดิมๆ คือ “ผีขาดหัว”
หันไปดูชื่อของแม่ทัพ ”ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” จนแล้วจนรอด ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับไฟเขียว จาก “นายใหญ่ทักษิณ”
ยิ่งทำให้การเดินหมากในสงครามครั้งสุดท้ายของ "ทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง” ภายใต้ “เดิมพันคดี 7.6 หมื่นล้านบาท“ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ดูจะลำบากมากขึ้น
เพราะตามแผนเดิมที่ต้องการ "เร่งปิดเกมเร็ว” เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ทันที ไม่ว่าจะด้วย การยุบสภา ปฏิวัติ รัฐประหาร จากฝ่ายใด ขณะเดียวกันก็จะเข้าทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ประเมินกระแสพรรคว่าอยู่เหนือกว่าทุกพรรคการเมืองในขณะนี้ และมีโอกาสสูงที่จะชนะเลือกตั้งแล้วกลับมาอีกครั้ง
เป็นการเตรียมปูทางให้ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" กลับมากุมอำนาจประเทศไทยอีกครั้งนั้น
เมื่อต้องมาเจอเข้ากับความเก๋าของประชาธิปัตย์ที่ล็อกพรรคร่วมรัฐบาลซะอยู่หมัด "เกมในสภา" จึงไม่เป็นใจให้เพื่อไทยไปโดยปริยาย
ดังนั้นโอกาสสุดท้ายของ "ขบวนการทักษิณ" จึงฝากไว้ที่ "เกมนอกสภา" ซึ่งตกอยู่กับ "ขบวนการเสื้อแดง" ที่จะต้องปิดเกมนี้ลงให้ได้
แต่กระนั้นเพื่อไทยก็ยังไม่ทิ้งโอกาส "ในสภา" ซะทีเดียวนัก เพราะได้มีความพยายามเสี้ยมให้เกิดความหวาดระแวงกันในหมู่พรรค่วมรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุดได้พยายามขยายรอยร้าว ด้วยการปล่อยข่าวมีพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มขยับเอาคืนประชาธิปัตย์ในทางลับ ด้วยการยืมมือเพื่อไทยคิดบัญชีแค้นปชป. โดยส่งข้อมูลมาให้ฝ่ายค้าน ”เล่นงาน” พรรคปชป.ในศึกซักฟอก
รวมทั้งปูดข่าวปชป.เตรียมพลิกขั้วมาผนึกเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลสองพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าแบบรายวัน
ปฏิบัติการทั้งหมดนี้ คือการเดินเกมใน "สงครามครั้งสุดท้าย" ของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร
ณยา ใจกาวัง



