ข่าว

"เปาโล" ไล่ฮุบโรงพยาบาลขนาดเล็กสร้างเครือข่ายหนีคู่แข่ง-หวันดันเป้า 5 พันล้าน

"เปาโล" ไล่ฮุบโรงพยาบาลขนาดเล็กสร้างเครือข่ายหนีคู่แข่ง-หวันดันเป้า 5 พันล้าน

28 ม.ค. 2553

โรงพยาบาลเปาโลเดินหน้าสร้างเครือข่ายชานเมือง รองรับภาวะการแข่งขันในธุรกิจ ล่าสุดเข้าซื้อ "ศรีสยาม" เปลี่ยนชื่อ เปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ มั่นใจขยายการลงทุนครอบคลุมหลายพื้นที่ดันยอดขายปลายปี 2554 ตามเป้าหมาย 5,000 ล้านบาท

 นายสิทธิชัย สุขเจริญมิตร กรรมการผู้จัดการ เครือโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลในปี 2553 ว่าเศรษฐกิจยังมีความผันผวนและคาดการณ์ยาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลระมัดระวังการลงทุน มุ่งเน้นบริการทางการแพทย์ ขณะเดียวกันก็มุ่งแข่งขันกันที่เครือข่ายบริการครอบคลุมหลายพื้นที่เพื่อรองรับกับภาวะการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาล และเพิ่มรายได้ธุรกิจ

 "ต่อจากนี้ธุรกิจโรงพยาบาลจะอยู่เดี่ยวๆ ไม่ได้จะต้องมีเครือข่ายบริการ เปรียบไปก็เหมือนกับธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่ต้องกระจายไปทั่วทุกสี่มุมเมือง รวมถึงการเข้าไปเปิดช็อปหรือคอมมูนิตี้มอลล์ในแหล่งชุมชน เช่น หน้าโครงการจัดสรร" นายสิทธิชัย กล่าว

 โดยแนวทางการขยายธุรกิจของเครือโรงพยาบาลเปาโล จะใช้แนวทาง 3 แนวทางหลัก คือ การเข้าไปร่วมทุนที่จะต้องถือหุ้นกว่า 50% การลงทุนสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ และการเข้าไปซื้อกิจการ หรือเทกโอเวอร์โรงพยาบาลที่ประสบปัญหาสภาพคล่องหรือการบริหารและจัดการ ส่วนที่ว่าจะเลือกช่องทางการลงทุนใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งมีแผนจะเพิ่มอีก 1-2 แห่ง โดยจะเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพ การขยายตัวของเมืองด้านที่อยู่อาศัย

 นายสิทธิชัยกล่าวว่า เครือโรงพยาบาลเปาโล ยังคงเน้นขยายในเขตกรุงเทพฯ รอบนอกเป็นหลัก ซึ่งพื้นที่การให้บริการยังขาดอยู่ โดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯ ตอนเหนือ และฝั่งทิศตะวันตก โดยปัจจุบันเครือข่ายเปาโลมีอยู่ 4 สาขา คือ ที่พหลโยธิน, โชคชัย 4, สมุทรปราการ ซึ่งได้ไปซื้อกิจการโรงพยาบาลวชิรปราการ และย่านนวมินทร์ เป็นโรงพยาบาลล่าสุดที่เข้าไปซื้อกิจการโรงพยาบาลศรีสยามและเปลี่ยนชื่อ เป็นโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ ถือเป็นสาขาที่ 4

 โดยโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง แต่ปัจจุบันมี 100 เตียง และจะเพิ่มอีก 100 เตียงในพื้นที่ที่เหลืออยู่ 4-5 ชั้น ชั้นละ 30 เตียง ใช้เงินลงทุน 40-50 ล้านบาท มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนเป้ารายได้ในปี 2553 สำหรับโรงพยาบาลดังกล่าว คาดว่าน่าจะได้กว่า 660 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ได้ 550 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2554 น่าจะมีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม การมีรายได้จากสาขาใหม่ที่ลงทุน ประกอบกับการทำการตลาดในเชิงรุกทั้งในประเทศและการขยายตลาดเจาะลูกค้าต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องนาน 3 ปี ได้เริ่มไปทำตลาดกัมพูชา พม่า ประเทศในทวีปตะวันออกกลาง เช่น โอมาน และกลุ่มสแกนดิเนเวียในทวีปยุโรป ทำให้สิ้นปี 2553 คาดว่าจะช่วยผลักดันยอดรายได้รวมตามเป้าที่ปีนี้น่าจะได้กว่า 4,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% จากปี 2552 ที่มีรายได้ 3,100 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ในปลายปี 2554 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก่อนหน้านี้ว่าภายใน 5 ปี