
รูปแบบของการลงทุนในทองคำ
ปัจจุบันการลงทุนในทองคำมีการพัฒนารูปแบบไปอย่างมาก จากเดิมที่มีการลงทุนในรูปแบบของทองรูปพรรณ หรือทองคำแท่งเป็นหลัก ก็มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการพัฒนารูปแบบของการลงทุนในทองคำเหล่านี้ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองและอำนวยความสะดวก
ให้แก่ผู้บริโภค โดยการซื้อทองรูปพรรณหรือทองคำแท่งจากร้านค้าทองคำนั้น นับเป็นรูปแบบดั้งเดิมของการลงทุนในทองคำ โดยผู้ซื้อมักมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุน เก็บออม หรือเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับในกรณีของทองรูปพรรณ ซึ่งปัจจุบันผู้ลงทุนมีความกังวลถึงความปลอดภัยในการสวมใส่ รวมถึงภาระที่เพิ่มขึ้นในการเก็บรักษาทองรูปพรรณ ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การซื้อขายทองคำแท่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะการซื้อขายในรูปแบบของทองออนไลน์ ซึ่งทองออนไลน์ในที่นี้ก็คือ การซื้อขายทองคำแท่งจากผู้ค้าทองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและมีการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือได้ว่าเป็นวิธีการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพ สะดวก และทันสมัย รูปแบบการซื้อขายทองออนไลน์นี้ นับวันมีแต่จะเติบโตและมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมากขึ้น
การลงทุนในทองคำอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ การลงทุนในกองทุนทองคำ ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนมุ่งเน้นให้ได้ผลตอบแทนเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีราคาทองคำ ด้วยการนำเงินที่ขายหน่วยลงทุนได้ไปลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนเหมือนทองคำ หรือลงทุนในทองคำจริง โดยกองทุนทองคำจะมีผู้ดูแลผลประโยชน์เป็นผู้เก็บรักษาทองคำที่กองทุนลงทุนไว้ ดังนั้นการลงทุนในกองทุนลักษณะนี้จึงสามารถให้ผลตอบแทนเสมือนการลงทุนในทองคำ แต่มีความสะดวกสบายในการซื้อขายเหมือนการซื้อขายกองทุน แต่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ดังนั้นจึงไม่มีต้นทุนในการเก็บรักษาทองคำ และความเสี่ยงจากการโจรกรรม สำหรับในไทยยังไม่มีการจัดตั้งกองทุนทองคำที่เป็นกองทุนอีทีเอฟ แต่มีกองทุนที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ซึ่งจะนำเงินจากการขายหน่วยลงทุนในประเทศไปลงทุนในกองทุนอีทีเอฟทองคำในต่างประเทศดังกล่าว
พัฒนาการล่าสุดสำหรับตลาดไทยคือ โกลด์ฟิวเจอร์ส ซึ่งเริ่มซื้อขายในช่วงต้นปี 2552 ที่ผ่านมา นับเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในทองคำในรูปแบบอื่นๆ ทั้งในลักษณะและความเสี่ยง โกลด์ฟิวเจอร์สต่างจากการซื้อทองคำแท่ง เนื่องจากเราต้องจ่ายชำระเงินตามมูลค่าทองคำเต็มจำนวน จึงจะได้ทองคำมาเก็บและถือครองไว้ได้ตลอดไป ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์สนั้นเป็นการทำสัญญาจะซื้อจะขายทองคำในราคาที่ตกลงกันไว้วันนี้ (ราคาฟิวเจอร์ส) แต่จะส่งมอบหรือชำระราคากันในวันที่กำหนดไว้ในอนาคต ซึ่งก็คือ วันที่สัญญาจะหมดอายุ (สัญญาโกลด์ฟิวเจอร์สที่เปิดให้ซื้อขายในปัจจุบัน มีอายุตั้งแต่ 2-6 เดือน) ดังนั้นจึงยังไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริงในขณะที่ตกลงทำสัญญากัน ผู้ลงทุนจึงถูกกำหนดให้วางเงินบางส่วน โดยปกติจะไม่เกิน 10% ของมูลค่าสัญญาเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ว่าจะซื้อจะขายกันตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญา แต่เนื่องจากราคาโกลด์ฟิวเจอร์สมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามราคาทองคำจริงซึ่งเป็นสินค้าอ้างอิง ดังนั้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจึงมีโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุนได้มากกว่าเงินประกันที่วางไว้ จึงอาจกล่าวได้ว่าโกลด์ฟิวเจอร์สมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในทองคำจริง แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากกว่าเช่นกัน ครั้งหน้ามาว่ากันต่อกับโกลด์ฟิวเจอร์ส
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



