
อัยการไทยเร่งนัดฮ่องกงร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
"บัวแก้ว" ปูดยกขบวนเจรจาสัปดาห์หน้า ชี้คืบหน้าแล้ว 90% เพื่อไทยขู่ รวบตัวนายใหญ่ถึงอวสานรัฐบาลแน่ ลือหึ่ง มท.1 ชง ครม.ย้ายล้างบางอธิบดี-ผู้ว่าฯ สายขั้วอำนาจเก่ากว่า 10 ตำแหน่ง
รัฐบาลยังคงเดินหน้าเจรจากับทางการฮ่องกงในการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก 2 ปี
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษตามคำพิพากษาว่า คณะทำงานร่วมกระทรวงการต่างประเทศ และอัยการ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเร่งประสานกับทางการฮ่องกง โดยเตรียมนัดวันเพื่อเจรจาเบื้องต้น เรื่องการร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันในเร็วๆ นี้
นายศิริศักดิ์กล่าวว่า การเร่งเจรจาสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับทางการฮ่องกงในช่วงนี้ ไม่ได้มุ่งกลั่นแกล้งหรือมีเป้าหมายจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยและฮ่องกงเคยมีการประสานงานกันเรื่องการร่างสนธิสัญญาฯ มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่เรื่องต้องระงับไป เพราะขาดกฎหมายรองรับ จนเมื่อ พ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ จึงสามารถประสานความร่วมมือกันได้อีกครั้ง อีกทั้งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน มีเพียงกระแสข่าวว่าพักอาศัยอยู่ในฮ่องกงเท่านั้น
บัวแก้วปูดไทย-ฮ่องกงเจรจาสัปดาห์หน้า
รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่ทางการจีนใน พ.ศ.2540 ได้ทำความตกลงกันว่า อำนาจตุลาการของฮ่องกงยังคงเป็นอิสระจากอำนาจของรัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่ง ดังนั้น แม้ไทยจะมีความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับจีนเมื่อ พ.ศ.2536 แต่ความตกลงดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงฮ่องกงแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ไทยได้เปิดเจรจาเพื่อทำความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงมาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ราว พ.ศ.2535-2536 ซึ่งสามารถเจรจาแล้วเสร็จไปมากกว่า 90% ส่วนที่ติดขัดในบางเรื่องจนทำให้การเจรจาไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากไทยยังคงใช้ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472 ซึ่งเพิ่งจะมีการแก้ไขและออก พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ เมื่อ พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา ทำให้ไทยกำหนดแผนที่จะฟื้นการเจรจาความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับอีกหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงฮ่องกงด้วย
รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด ศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตำรวจ และกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปเจรจากับทางการฮ่องกง เพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่ยังคั่งค้างอยู่ ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวเป็นการสานต่อเรื่องเก่า และไม่ได้เป็นการเจรจาใหม่ เพื่อการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเฉพาะแต่อย่างใด โดยขั้นตอนเมื่อการเจรจาแล้วเสร็จก็จะนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
"กษิต"เชื่ออังกฤษร่วมมือจับ"แม้ว-ใจ"
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประสานงานระหว่างไทยและฮ่องกง เรื่องข้อตกลงสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีว่า ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการร่วมมือกันทางด้านกฎหมาย ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความจงใจ แต่เป็นการทำงานตามหน้าที่
นายกษิตยังเชื่อว่า ทางการอังกฤษจะดำเนินการกับนายใจ อึ๊งภากรณ์ นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หลบหนีหมายจับคดีหมิ่นสถาบัน และไปเคลื่อนไหวอยู่ที่อังกฤษ เชื่อว่าในฐานะมิตรประเทศ ทางการอังกฤษจะพิจารณาการกระทำของนายใจเช่นเดียวกับกรณีการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมั่นใจว่า ทุกประเทศจะให้ความร่วมมือกับทางการไทยในการติดตามทั้งสองคนนี้กลับมาดำเนินคดี
รัฐขยายผลร่วมมือล่า"แม้ว"ไปตอ.กลาง
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการทำข้อตกลงร่วมการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับทางการฮ่องกง เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ถือเป็นความร่วมมือตามขั้นตอนปกติของกฎหมายกับประเทศที่ยังไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แม้ว่าฮ่องกงจะอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศจีน ที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย แต่การประสานงานไปยังทางการฮ่องกงต้องมีการทำข้อตกลงร่วมกัน และการดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เพิ่งมีขึ้นเพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทุกรัฐบาล เพื่อเป็นการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ และเครือข่ายค้ายาเสพติด เพื่อติดตามนำตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี นอกจากนี้ ที่ผ่านมาไทยก็ได้ขอความร่วมมือไปยังหลายประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง ที่ประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
พท.ขู่รวบ"ทักษิณ"ถึงอวสานรัฐบาลแน่
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประสานกับต่างประเทศ เพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเมืองไทยว่า เชื่อว่าประเทศต่างๆ โดยเฉพาะทางการฮ่องกงจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างมีเหตุมีผล และละมุนละม่อม เชื่อว่าประเทศต่างๆ เข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรังแก และถูกฉกฉวยอำนาจไป จึงเชื่อว่าการจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำไม่ได้ง่ายๆ แต่หากทำได้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ จะเป็นจุดจบวันอวสานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะเชื่อมั่นว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงจากกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป ที่จะออกมาจำนวนมาก ตั้งแต่วันแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และวุ่นวายไม่รู้จบ
หน่วยข่าวจับตาม็อบแดง-เหลือง
รายงานข่าวแจ้งว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้จัดทำตารางกิจกรรมของเสื้อแดง และเสื้อเหลือง ที่จะชุมนุมทั่วประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม กลุ่มเสื้อแดง จ.พระนครศรีอยุธยา จะตั้งเวทีสัญจรแดงทั่วแผ่นดิน ปราศรัย แสดงดนตรี และมีการโฟนอินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันเดียวกัน ขณะที่กลุ่มพันธมิตรและเอเอสทีวี จัดคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกา ส่วนวันที่ 15 มีนาคม กลุ่มเสื้อแดง จ.จันทบุรี สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ ตั้งเวทีสัญจรแดงทั่วแผ่นดิน ปราศรัย และแสดงดนตรีและการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามกีฬาทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี
วันที่ 16 มีนาคม มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย จะเปิดอบรมประชาธิปไตยแก่มวลชนกลุ่มเสื้อแดง 50 คน จากนั้นวันที่ 21 มีนาคม แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยเชียงราย กลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงราย และใกล้เคียง จัดปาร์ตี้ “สานสัมพันธ์แดงล้านนา“ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยและ นปช.ร่วมงาน พร้อมเปิดตัววิทยุชุมนุม บริเวณหน้าโรงแรมแสนภู ส่วนวันที่ 22 มีนาคม กลุ่มเสื้อแดงภาคเหนือ ชมรมรักเชียงใหม่ 51 เปิดเวทีสัญจรแดงทั่วแผ่นดิน ปราศรัย แสดงดนตรี และโฟนอินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ วันเดียวกันนี้ กลุ่มเสื้อแดงห้องราชดำเนิน พบปะพูดคุยสถานการณ์การเมือง ที่โรงแรมกานต์มณี ถนนประดิพัทธ์ และวันเดียวกัน กลุ่มรักลำพูน 51 จัดงานเวทีสัญจรทั่วแผ่นดิน ที่สนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ และวันที่ 27 มีนาคม แกนนำเสื้อแดงทั้งหมดจะชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง หรือทำเนียบรัฐบาล ซึ่งขอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องจับตาในวันนี้เป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์รุนแรง เพราะแกนนำประกาศว่าจะเป็นวันเผด็จศึกรัฐบาล
เพื่อไทยมีมติเชือดนายกฯพ่วง4รมต.
เมื่อเวลา 09.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะผู้บริหารพรรค โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเรื่องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังจากที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีมติไปแล้ว ภายหลังการประชุมนายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 แนบกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นที่จะอภิปรายนายกฯ มีอะไรบ้าง นายคณวัฒน์กล่าวว่า มีทั้งหมด 14 ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นหลักที่ไม่ยอมสั่ง นิ่งเฉย ไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีอยู่ทั้งเอกสารของราชการ และภาพจะฟ้องให้พรรคร่วมรัฐบาลเห็นแล้วมั่นใจว่า จะทบทวนท่าทีในการร่วมรัฐบาล
นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย คณะทำงานยื่นถอดถอนนายกฯ กล่าวว่า พรรคจะยื่นเรื่องถอดถอนนายกฯ ในวันที่ 11 มีนาคม และยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 12 มีนาคม ที่จะมีทั้งประเด็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทุจริตหรือสมยอมให้เกิดการทุจริต ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมถึงกรณีบริษัทเอกชนโอนเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทด้วย
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า เบื้องต้นรายชื่อรัฐมนตรีที่กรรมการบริหารพรรค และคณะยุทธศาสตร์เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีมติเห็นชอบอย่างไม่เป็นทางการแน่นอนแล้ว 5 คน ได้แก่ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง 3.นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 4.นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 5.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ซึ่งอาจมีการเพิ่มรายชื่อรัฐมนตรีอีก 1-2 คน ในการพิจาราณาในขั้นตอนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพรรคเพื่อไทยรับการประสานจากแกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ละเว้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ปฏิเสธไป
สะพัดมท.1ชงครม.โยกอธิบดี-ผู้ว่าฯ
มีรายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายการเมืองในรัฐบาล ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พรรคประชาธิปัตย์ และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย เตรียมพิจารณาจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นวาระจร ท่ามกลางกระแสข่าวเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 10 มีนาคมนี้ หรืออาจเป็นอีกสองสัปดาห์หลังจากนี้ เมื่อนายวิชัย ศรีขวัญ เข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา นายชวรัตน์ได้เรียกนายวิชัย ศรีขวัญ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าพบที่ห้องทำงาน พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ทำให้ข้าราชการระดับสูงในกระทรวง รวมถึงอธิบดีกรมต่างๆ ในกระทรวงมหาดไทย พากันตรวจสอบข่าวตลอดทั้งวัน
การพิจารณาเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 ว่าง 2 ตำแหน่ง เนื่องจากนายวิชัยได้รับแต่งตั้งไปเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถูกย้ายเข้ามาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งฝ่ายการเมืองต้องการส่งคนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่กลุ่มคนเสื้อแดงมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้นัดรับประทานอาหารกับ รมว.มหาดไทย เพื่อหารือในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย โดยมีการต่อสายพูดคุยกับนายสุเทพ เพื่อหารือร่วมกันว่าจะพิจารณาปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดบ้าง
โดยนายสุเทพบอกว่า ไม่ขัดข้องให้ดำเนินการได้เลย เพราะกระทรวงมหาดไทยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับผิดชอบ และการปลดนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ จากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เรียบร้อยแล้ว การตั้งนายวิชัย ศรีขวัญ คนสุราษฎร์ธานี มาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน ก็เพียงพอแล้ว เพียงแต่ขอให้นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าฯ สตูล ที่เป็นคนสนิท และมีความใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์มานานนับสิบปี เข้ามาทำหน้าที่อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน แทนนายชุมพร พลรักษ์ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลก็พอ อีกทั้งนายสยุมพรก็เคยเป็นรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนมาก่อน และเพื่อเป็นการคืนความชอบธรรมให้แก่นายสยุมพร หลังจากถูกเด้งจากผู้ว่าฯ เพชรบุรีมาเป็นผู้ว่าฯ สตูล ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อันถือเป็นการลดชั้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี บุคคลที่จะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ สตูลแทน คือ นายวิญญู ทองสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะมีความสนิทสนมกับพรรคประชาธิปปัตย์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว
ส่วนพื้นที่ภาคอีสานก็แล้วแต่นายเนวินกับนายชวรัตน์จะเป็นผู้พิจารณา ขณะที่ตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดินของนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า จะถูกย้ายนั้น ปรากฏว่านายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน พอใจในการทำงานร่วมกัน จึงไม่มีแนวคิดจะให้ปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด
เล็งย้ายผู้ว่าฯลำปางมาเชียงใหม่
ตำแหน่งที่น่าจับตามอง คือ การปรับเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมามีอำนาจในช่วงรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน โดยตำแหน่งที่น่าสนใจคือ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ของนายวิบูลย์ สงวนพงษ์ มีแนวโน้มจะถูกย้ายเข้ามาทำหน้าที่รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วโยกนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯ ลำปาง มาเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ทั้งนี้ นายอมรพันธุ์เป็นที่ทราบกันดีว่า มีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยทุกครั้งที่นายชวนเดินทางไปภาคเหนือต้องไปบ้านนายอมรพันธุ์ทุกครั้ง เพื่อไปพบบิดาของนายอมรพันธุ์ที่มีความสนิทสนมกัน โดยร่วมจัดตั้งพรรคมาด้วยกัน และนายอมรพันธุ์นั้นเป็นสิงห์ขาว รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สะพัดโยกอธิบดีปถ.เข้ากรุผู้ตรวจ
ส่วนนายสุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แม้จะเป็นศิษย์ร่วมสถาบันกับนายสุเทพ จะถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้อาจลงดาบซ้ำ ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสวนกรณีมีปัญหาการบริหารงานการปกครองท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ แม้นายสุกิจจะไม่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ฝ่ายการเมืองต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ หลังมีข่าวปรากฏหลายครั้งในเรื่องการบริหารงานที่โปร่งใสขององค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยคนที่จะมาแทนคือ นายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าฯ ขอนแก่น เป็นคนพัทลุง และเป็นสิงห์ขาว คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เพราะเป็นรุ่นน้องร่วมสถาบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังเป็นคนที่นายเนวินให้ความไว้วางใจสูงยิ่ง เห็นได้จากการเสนอชื่อให้เป็นบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาคเมื่อไม่นานมานี้
ขณะที่เก้าอี้อธิบดีกรมการปกครองของนายวงศ์สวัสดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ นั้น ปรากฏว่าได้เปรยกับคนใกล้ชิดว่า นายชวรัตน์จะเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเข้า ครม.แน่นอน แต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกเด้งหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้แม้จะเคลียร์กับฝ่ายการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยได้แล้วว่า ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรกับสายพรรคเพื่อไทย แต่เข้ามารับตำแหน่งเพราะอาวุโสและมีผลงาน นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจนายวงศ์ศักดิ์ คือ ไม่สนองตอบในเรื่องการเปิดอบรมหลักสูตรนายอำเภอปี 2552
ด้านนายชวรัตน์กล่าวถึงข่าวการเตรียมเสนอโยกย้ายว่า กระทรวงมหาดไทยมีวาระที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะหากมีข่าวออกไปก่อนก็คงไม่เหมาะสม



