
ภาคที่3ส่งผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยงพันกว่ากลับภูมิลำเนา
แม่ทัพภาคที่ 3 เตรียมส่งผู้ลี้ภัยสู้รบชาวกะเหรี่ยง1,633 คน กลับภูมิลำเนา ชี้เหตุการณ์สงบอยู่นานเป็นภาระ
วันที่ 28 ม.ค. พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.ชัยณรงค์ ธนารุณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 และ พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะได้เดินทางไปยังบ้านหนองบัว ต.แม่อูสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เพื่อตรวจสถานการณ์ชายแดนไทย - พม่า และ ตรวจสภาพความเป็นอยู่ของผู้หนีภัยจากการสู้รบชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,633 คน
พล.ท.ทนงศักดิ์ กล่าวว่าขณะนี้ไม่มีสถานการณ์การสู้รบในประเทศพม่าฝั่งตรงข้ามบ้านหนองบัวแล้ว จึงควรอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมอย่างปลอดภัย ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกลับไปของผู้ลี้ภัยยังไม่ปลอดภัยนั้น ทุกคนมีบ้านอยู่ในฝั่งพม่าใกล้กับฝั่งไทย มีที่ทำกิน มีไร่มีนาอยู่ตามอัตภาพของในฝั่งพม่า เมื่อไม่มีการสู้รบแล้ว ก็ควรกลับภูมิลำเนา โดยการเข้ามาอาศัยอยู่ของผู้ลี้ภัยในพื้นที่บ้านหนองบัวกินเวลากว่า 8 เดือนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่นานเกินไป สภาพพื้นที่ ที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวต่าง ๆ ก็เสื่อมโทรม ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับอย่างเต็มที่
“มันเป็นภาระที่ไม่ใช่หน้าที่ จริง ๆ แล้วหน้าที่ของเราคือการดูแลให้ความปลอดภัยตามหลักมนุษยธรรม แต่หากอยู่นานเกินไปจะกลายเป็นคนไทยโดยปริยาย หรือ จะยืดเยื้อเหมือนพื้นที่ชั่วคราวอื่น ๆ ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อประเทศไทยและโอกาสเบี่ยงเบนไปเป็นอย่างอื่น เช่น การสวมบัตรเป็นคนไทย , หรือแอบเข้าไปพื้นที่ชั้นใน
นายยิปซี ครูสอนเด็กนักเรียนในพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยบ้านหนองบัว กล่าวว่า ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่พร้อมที่จะกลับไป แต่ขอให้ทางไทยช่วยดูแลเรื่องอาหาร ยารักษาโรค และอื่น ๆ รวมทั้งเรื่องการศึกษา



