ข่าว

ศึกษาศก.-สวล.รองรับสะพานข้ามโขงเชื่อมถนนอาร์3เอ

ศึกษาศก.-สวล.รองรับสะพานข้ามโขงเชื่อมถนนอาร์3เอ

28 ม.ค. 2553

รองผู้ว่าฯเชียงราย - แขวงการทาง เปิดเวทีถกเลือกแนวทางการศึกษาเส้นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม รอบรับสะพานข้ามโขง แห่งที่ 4 กับถนน อาร์3 เอ เชื่อมไทย - ลาว - จีน แขวงการทาง เล็งขยายช่องจราจรเป็น 4 เลนรองรับ

 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ม.ค.2553 ที่ห้องประชุม แขวงการทางจังหวัดเชียงราย นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมกับเจ้าหน้าที่แขวการทางเชียงราย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันคัดเลือกแนวทางเลือกที่เหมาะสม การศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงเชียงราย - สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง อาร์ 3 เอ   ที่ได้ทำการเชื่อมโยงประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตรประชาชนลาว (สปป.) และสาธารณรัฐประชาชนจีน

 นายพินิจ  กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยสะพานข้ามแม่น้ำโขงซึ่งจะเชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในฝั่งประเทศไทย กับบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ในฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งคาดว่าจะมีการก่อสร้างในปี 2553 และจะแล้วเสร็จในปี 2555 ซึ่งจะทำให้ปริมาณจราจนบนโครงข่ายได้เพิ่มมากขึ้น

 ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต จึงได้พิจารณาปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงเดิมจาก 2 ช่องจราจร ให้เป็น 4 ช่องทางจราจร ตั้งแต่ บ้านห้วดอย ต.ท่าสาย อ.เมือง ไปถึง อ.เชียงของ ระยะทางกว่า  75  กิโลเมตร แต่ก็ยังคงพบว่าได้มีอุปสรรคในหลายด้าน รวมถึงทางด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้หารือร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข เพื่อศึกษารูปแบบการปรับปรุงที่เหมาะสม รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 นายธีรพจน์ วราชิต ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า จากการศึกษาครอบคลุมตามแนวเส้นทางโครงการ และบริเวณใกล้เคียงทางหลวงเส้นทางของโครงการพาดผ่านท้องที่การปกครอง 10 ตำบล ใน 5 อำเภอ ซี่งจะมีอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมและสิ่งกีดขวางจึงได้ให้ทางพิจารณาคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม โดยจะได้มีการขยายเขตทางเดิมและแนวทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

 "การจัดทำโครงการฯ จะต้องควบคู่ไปกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน จึงได้ทำการสำรวจถึงความต้องการของประชาชนในด้านต่างๆ ซึ่งจะสามารถทำให้ประชาชน สิ่งแวดล้อม และความเจริญของสังคมปัจจุบันสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ จึงได้จัดทำการหารือในการจัดทำโครงการกับทุกฝ่าย ” นายธีรพจน์ กล่าว