
"มาร์ค"ลั่นไม่แก้รธน.เมินเสียงด่าพรรคร่วม
นายก"อภิสิทธิ์" ระบุ รัฐบาลอาจอยู่เกินมี.ค.นิดๆยังดื้อไม่เเก้รธน. เมินเสียงด่าของพรรคร่วมฯ ชี้ ไม่มีเหตุผลต้องยุบสภา ต้องช่วยไม่ให้เกิดปฏิวัติ ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ
(28ม.ค.) เวลา 10.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลออกมาแสดงความไม่พอใจมติของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตอนที่จัดตั้งรัฐบาลมีการหยิบยกประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน 1.ประเด็นที่ไม่ควรแก้ คือเรื่องการนิรโทษกรรม เนื่องจากเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม 2.ประเด็นที่แก้ได้ คือประเด็นที่คิดว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตยในบางเรื่อง อาทิ ส.ว.แต่งตั้ง และ 3.ประเด็นเรื่องเทคนิค เช่น เขตเลือกตั้ง ที่ไม่เข้าข่ายประเด็นนิรโทษกรรมและไม่มีปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตย ประเด็นนี้ก็บอกว่าต้องมาคุยกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ตกลงกันไว้คือถ้ามีประเด็นที่ละเอียดอ่อนเราจะทำกันในกรอบของกรรมการสมานฉันท์ฯ แล้วนำมาตกลงกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจ สังคมยอมรับก็ให้ทำประชามติ แต่ทุกฝ่ายต้องตกลงกันก่อน แต่เมื่อฝ่ายค้านถอนตัวไปกระบวนการดังกล่าวก็หยุดไป แต่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคอยากจะเสนอประเด็นเขตเลือกตั้ง ตนบอกว่ายังคิดไม่ตรงกัน แต่บังเอิญว่าพรรคร่วมรีบ เมื่อรีบพรคร่วมรัฐบาลก็เสนอ พอเสนอขึ้นมา พรรคประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนหรือไม่ และพรรคร่วมก็บอกเองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าชื่อหรือสนับสนุนหรือไม่พรรคร่วมก็จะเดินต่อ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาฯไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ตนเห็นว่ามันไม่มีอะไร วันข้างหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องคุยกันอีก เพราะมีเรื่องที่ใหญ่กว่าเรื่องเขตเลือกตั้งเยอะแยะ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นเขตเลือกตั้ง เเสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยรับปากพรรคร่วมใช่ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนเป็นคนบอกกับหลายๆคนด้วยตัวเองว่า เรื่องเขตเลือกตั้งต้องเข้าใจว่าวันที่ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆไป ซึ่งตนไปในนามพรรคประชาธิปัตย์และตนได้เสนอว่าพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการเลือกตั้งเขตใหญ่ดีกว่าเขตเล็ก ฉะนั้นหากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมาคุยกัน คงไม่ใช่เรื่องที่มาบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้จะเป็นอย่างนั้น ทำอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้
เมื่อถามว่า พรรคร่วมแย้งว่าประเด็นใดที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเห็นด้วย แต่ประเด็นใดที่ไม่เป็นประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่เห็นด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมยังไม่เคยไปกล่าวหาว่าใครไปเป็นประโยชน์ของใคร ให้ไปดูคำอภิปรายของผมเรื่องเขตใหญ่ที่แสดงต่อคณะกรรมาธิการส.ส.ร.ได้ ไม่มีเรื่องประโยชน์พรรค พูดตรงๆสำหรับผมวันนี้ไม่ว่าจะเขตเล็กหรือเขตใหญ่ ผมไม่ได้คิดว่ามีผลต่อการเลือกตั้งเท่าไร”
เมื่อถามว่า เเต่การเเก้รัฐธรรมนูญเป็นข้อตกลงระหว่างพรรคร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เเละเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ จึงทำให้สถานการณ์บานปลาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่ นายสุเทพรับปากว่าจะมาคุยในพรรคให้ ซึ่งนายสุเทพรู้ระบบพรรคดีอยู่แล้ว ซึ่งสมาชิกพรรคหลายคนเป็นห่วงว่าจำเป็นต้องเดินไปในทางเดียวกับพรรคร่วมทุกเรื่องหรือไม่ ซึ่งสมาชิกพรรคแม้แต่คนที่อภิปรายสนับสนุน เขาบอกว่าใจจริงเขาเห็นด้วยกับเขต ใหญ่ แต่เขาเกรงใจพรรคร่วม ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องความเห็นพรรคเป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกัน"
เมื่อถามว่า การที่พรรคร่วมออกมาขย่มพรรคประชาธิปัตย์รายวันจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนพูดตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่ออายุรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผม ไม่กังวลหรอกครับ เพราะผมทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นประโยชน์สูดสุด ส่วนการเมืองจะมีปัญหาอุปสรรคก็ต้องแก้ปัญหาอุปสรรคแลทำความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ผมไปกล่าวหาคนอื่นเลย แต่ที่คนอื่นมากล่าวหาผม ผมบอกได้เลยว่าไม่จริงไม่เป็นธรรม ทุกคนทราบดีว่าเวลาผมพูดคุยตกลงอะไรผมจะละเอียด ว่าตรงนั้นหมายถึงอะไรตรงนี้หมายถึงอะไร แต่บางคนเอาเรื่องหนึ่งมาปนกับอีกเรื่องหนึ่งคนก็สับสน”
เมื่อถามว่า เป้าหมายสำคัญของการร่วมรัฐบาลอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป้าหมายระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาล บอกกันไว้ว่าเรามาช่วยกันฝ่าวิกฤต ขณะนั้นประเทศไทยมีทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งการเลือกตั้งเขตเล็กหรือเขตใหญ่ตนบอกได้เลยว่าไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะทบทวนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เราได้ลงมติกันไปแล้ว"
เมื่อถามว่า แรงกดดันจากพรรคร่วมจะมีผลต่อการตัดสินใจในเรื่องอื่นๆของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังมองไม่เห็นการทบทวน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นพรรคได้ตัดสินไปแล้ว แต่หากมีเรื่องอื่น เช่น สามารถชวนฝ่ายอื่นเข้ามาร่วมกันทำกรอบสมานฉันท์ ซึ่งมีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเขตเลือกตั้งด้วย เราไม่ขัดข้องเพราะถือว่ามันมีคำตอบที่เราให้สังคมได้ว่าเราเคยสนับสนุนเขตใหญ่ แต่คณะกรรมการของสภาเห็นควรแก้และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสมานฉันท์เราไม่ขัดข้อง
เมื่อถามว่า ได้รับจดหมายของนายสมศักดิ์ ปริศนานันกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ที่นำออกมาเผยแพร่แล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับจดหมายเห็นตามข่าว ตนยังแปลกใจอยู่ที่บอกว่าเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ก็ตนเป็นคนเขียนเรื่องการเลือกตั้งเขตใหญ่ไว้ ตนจะไปลบด้วยเท้าได้อย่างไร
เมื่อถามว่านายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เเละหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุว่าการออกมาพูดเรื่องรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ป็นการพูดเอาดีใส่ตัวเอา ชั่วใส่คนอื่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ยังไม่มีใครว่าอะไรเลย เพียงแต่จุดยืน ความคิดเราไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง เมื่อถามว่า นายชาญชัยระบุว่ายังร้องเพลงรอ เพื่อให้นายกฯเปลี่ยนใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เสียงยังดีอยู่ครับร้องได้อีก”
เมื่อถามว่า มติของพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและอายุของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ที่ผมสนคือไม่ให้กระทบกับการทำงาน การทำงานต้องเดินหน้าต่อ ผมขอบคุณรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เสียสมาธิ เมื่อวานนี้ทำงานกันอย่างดี วันนี้วันข้างหน้าในสภาก็เรียบร้อยดี” เมื่อถามว่า หากงานบริหารเดินไม่ได้จะเป็นจุดที่ต้องตัดสินใจใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มาทำงานผมต้องยึดงานเป็นหลัก”
เมื่อถามว่า นอกจากปัญหากับพรรคร่วมแล้วยังมีปัญหาของกองทัพที่เข้ามาสะสมอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ธรรมดาครับ ผมบอกแล้วว่าช่วง 2 - 3 เดือนแรกของปีจะหนักหน่อย เพราะมีคนเคลื่อนไหวหนักอยู่” เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้จะนำมาสู่การยุบสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ยังไม่มีใครบอกได้หรอกครับ ผมถือว่าการทำงานขณะนี้เป็นไปอย่างปกติ ความรู้สึกผิดหวังความรู้สึกที่เห็นไม่ตรงกันเป็นธรรมดา” เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่สามารถคาดการณ์กับสถานกาณ์ข้างหน้าได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมถือว่าทุกอย่างปกติ”
เมื่อถามว่า เเสดงว่าความคิดที่จะยุบสภาไม่มีอยู่ในใจใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “วันนี้ผมยังไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา” เมื่อถามว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเรื่องการปฏิวัติจะเป็นได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการปฏิวัติเราต้องช่วยกันไม่ให้เกิด เพราะไม่ใช่เรื่องที่เป็นผลดีต่อประเทศ เมื่อถามว่า นับจากนี้ไปสภานการณ์ต่างๆจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ตนกำชับและคนที่ทำงานด้านความมั่นคงก็ระมัดระวัง
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “อย่างที่ผมเคยเรียนมีคนบางกลุ่มอยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น และจะเคลื่อนไหวหนักในช่วง 2 -3 เดือนนี้ เมื่อถามว่า คิดว่ารัฐบาลสามารถก้าวข้ามไปเดือนมีนาคมได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “อาจจะเกินมีนาคมไปนิดหน่อยก็ได้”



