ข่าว

"เทือก"เข้าใจ"สมศักดิ์"รับปชป.คบได้ยาก

"เทือก"เข้าใจ"สมศักดิ์"รับปชป.คบได้ยาก

28 ม.ค. 2553

“สุเทพ” เข้าใจ "สมศักดิ์" ยอมรับ ปชป.คบได้ยาก อ้างวัฒนธรรมองค์กรเป็น ปชต. แตกต่างจากพรรคอื่น มั่นใจรัฐบาลเดินต่อไปได้ เตรียมหาจังหวะเคลียร์ใจพรรคร่วม หลังคลื่นลมสงบ

(28ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกจดหมายเปิดผนึกโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญว่าเขียนด้วยมือแล้วอย่าลบด้วยเท้า ว่า ตนยังไม่ได้อ่าน เห็นจากสื่อเท่านั้นว่ามีเรื่องนี้ แต่ขอบอกว่าตนเข้าใจความรู้สึกของนายสมศักดิ์ดี และไม่ติดใจอะไร และตั้งใจว่าสิ่งใดที่สามารถทำให้พรรคร่วมสบายใจขึ้นได้ในเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะพยายามทำ คนอยู่ร่วมกันก็ต้องเอาใจกันบ้าง

 เมื่อถามว่าแต่มีเสียงวิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ทำผิดสัญญากับเพื่อน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่าย้ำว่าแสดงว่ายังทำงานร่วมกันได้ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องทำร่วมกันให้ได้ เพราะตกลงใจร่วมกันไว้ตั้งแต่ต้นว่าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลร่วมกัน ก็เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง ดังนั้นเรายังต้องกอดคอกัน

 เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าจะเกิดเป็นแรงกระเพื่อมใต้น้ำที่ประเมินได้ยาก นายสุเทพ กล่าวว่า อย่ากังวลใจมาก ธรรมชาติของการเมืองไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ไม่ได้ราบเรียบเป็นแผ่นกระจก ต้องมีคลื่นลมบ้างเป็นปกติ เพราะว่าการเมืองเป็นการทำงานของคนหลายฝ่าย มีตัวแทนประชาชนจากทุกแห่ง มีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ละพรรคก็มีความคิดเห็นและประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่เหมือนกัน แต่ต้องพยายามหลอมรวมอยู่ด้วยกันให้ได้ ท่ามกลางความแตกต่าง

 ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาอะไรไปปลอบใจความรู้สึกขณะนี้ของพรรคร่วมรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า เอาความเป็นจริง ข้อเท็จจริงและเหตุผลจริงไปพูดกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่าการจะมาเป็นรัฐบาล มีเรื่องมากมายที่ต้องทำ ส่วนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเพียงหนึ่งเรื่องเท่านั้น

 เมื่อถามว่าคำว่าเขียนด้วยมือ แล้วลบด้วยเท้า พรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ นายสุเทพ กล่าวว่า “ เป็นคน รู้สึกก็ต้องอดทนบ้าง วันหนึ่งคุณกับผมดีกัน แต่วันหนึ่งคุณเกิดหงุดหงิด ว่าผมแรงๆ แต่ผมต้องเข้าใจว่าที่คุณว่าผมเพราะคุณรู้สึกอย่างนั้น ถ้ามีความคิดอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจก็โอเค ”

 เมื่อถามว่าในฐานะผู้จัดการรัฐบาลหนักใจหรือไม่ที่ต้องคอยประสานและแก้ปัญหา นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ เหมือนกับผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่ทุกวัน จึงไม่ต้องไปบอกว่าหนักใจหรือไม่ เพราะว่าเป็นหน้าที่ บางวันก็ทำงานได้ง่ายและสบาย แต่บางวันก็ยาก ต้องใช้ความมานะ อดทน เป็นพิเศษ

 เมื่อถามว่ารู้สึกว่าโดนแรงปะทะจากทั้งสองด้านเกินไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องจากหลายด้าน ตนรู้สึกธรรมดาแล้ว เพราะโดนเกือบๆจะรอบด้านอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร

 เมื่อถามว่าสรุปแล้วข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร  พรรคร่วมคาใจเรื่องข้อตกลงการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะในวันที่ไปชวนให้พลิกขั้วมาร่วมกันตั้งรัฐบาลก็พูดอย่างหนึ่ง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ย้อนกลับไปพูดเรื่องเดิม จะพูดเรื่องวันนี้และอนาคต ถ้าไปย้อนอดีตก็เหนื่อยและเสียเวลา เดินหน้าต่อไปดีกว่า

 เมื่อถามว่าสิ่งที่นายสมศักดิ์ออกมาพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คงจริงบ้าง และอาจไม่จริงบ้าง เพราะในการพูดคุยประสานงานก่อนจะมาจัดตั้งรัฐบาลนั้นพูดกันหลายครั้ง แต่ที่นายกรัฐมนตรีบอกกับสาธารณะเป็นความจริงในมุมที่นายกรัฐมนตรีได้รู้และได้เห็น ที่บอกว่าจริงและไม่จริงนั้น หมายถึงว่าเวลาที่ตนพูดคุยกับพรรคร่วมก็เป็นเรื่องจริงเรื่องหนึ่ง แต่เวลาที่เขาไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก็เป็นความจริงอีกเรื่องหนึ่ง คนที่ฟังบางครั้งนำเรื่องของตนไปต่อกับนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 เมื่อถามว่าประเด็นที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าให้กลับไปคิดประเด็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วกลับมาเสนอภายใน 1 สัปดาห์นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่ทราบเรื่องที่บอกว่าให้ไปสรุปประเด็นมาเสนอใน 1 สัปดาห์

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วมีการนำเรื่องนี้มากล่าวอ้างได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจำไม่ได้ เพราะเรื่องเยอะ แต่อะไรที่พูดกับตนก็รับได้ทั้งนั้น เมื่อถามว่าหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์แบ่งบทกันเล่น ซึ่งถือว่าไม่จริงใจกับพรรคร่วม นายสุเทพ กล่าวว่า “ โอ๊ย ขนาดผมทำอย่างนี้แล้วยังถูกหาว่าแบ่งบทกันเล่นอีก ”

 เมื่อถามว่าเรื่องนี้ทำให้เจ็บจริงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องตอบว่าไม่เจ็บ เพราะเป็นเรื่องการทำหน้าที่ เมื่อทำเต็มที่จนสุดตัวสุดกำลัง ด้วยความซื่อตรงและจริงใจกับเพื่อน พรรค และบ้านเมือง ดังนั้นไม่มีอะไรต้องเจ็บ

 เมื่อถามว่าจะนัดพรรคร่วมเคลียร์ใจอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้นัด แต่ในอนาคตก็คงต้องนัดคุยกัน แต่ตอนนี้ขออยู่เฉยๆสัก 1-2 วันก่อน

 เมื่อถามว่าได้คุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยแล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย   เมื่อถามว่าแต่นายบรรหารเป็นคนที่เวลาโกรธใครแล้วจะโกรธนาน นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะตนเข้าใจท่าน

 เมื่อถามย้ำว่ายิ่งมีจดหมายแบบนี้ออกมาจะยิ่งคุยยากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ยาก ตอนนี้ยังเหนื่อยๆ ร้อนๆ ต้องรอให้ลมโชยไปสักพักก่อน ให้เบาๆลง

 เมื่อถามว่าจะอาศัยเทคนิคของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย มาช่วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีวิชาเฉพาะของตนเหมือนกัน

 เมื่อถามว่าแต่สิ่งที่นายบรรหารและนายเนวินไม่พอใจมาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไปบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการหมิ่นน้ำใจกันอย่างมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ในพรรคประชาธิปัตย์มีการอภิปรายที่หลากหลาย บางคนก็พูดตรงประเด็น บางคนก็เฉียดไปเฉียดมา ถ้าไปจับความเอาแค่ประโยคใดประโยคหนึ่งมาคิดมาก คงไม่ได้

 เมื่อถามย้ำว่าแต่ข่าวที่ออกมาระบุว่าผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนพูดคำนี้ออกมาเอง นายสุเทพ กล่าวว่า ในพรรคก็เป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ซึ่งตนไม่ได้จำว่าใครพูดอะไร เพราะเรื่องที่พูดเองบางครั้งก็จำได้ไม่หมด   ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเรื่องของการแสดงเหตุผลภายในพรรค แต่สื่อเดี๋ยวนี้เก่ง นำเสนอคำพูดของตนได้เกือบครบทุกคำพูด บางครั้งตนยังไม่แน่ใจว่าได้พูดไปอย่างนั้นจริงหรือไม่

 เมื่อถามว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ทำแบบนี้เพราะย่ามใจ เห็นว่าอย่างไรเรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ย่ามใจ การพูดให้พรรคร่วมเข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ตระหนักดีว่าถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์จะเทเสียงให้ทุกเสียงก็อาจไม่ผ่าน ถ้า ส.ว.ไม่ยกมือให้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมนั้นมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภา ยังขาดอีก 40-50 เสียง ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องยาก และเมื่อครั้งที่เสนอพรรคร่วมให้แก้ไขก็คาดการณ์อยู่แล้วว่าคงลำบาก แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติอย่างนี้ก็ถือว่าชัดเจน ก็จบ

 ผู้สื่อขาวถามว่าล่าสุดมีข่าวจากฝ่ายค้านว่าแกนนำพรรคร่วมได้ติดต่อไปทางฝ่ายค้านแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็คอยจดจ้องอยู่แล้ว เห็นสามี ภรรยา เขาทะเลาะกัน ก็รอลุ้นว่าเมื่อไหร่เขาจะหย่ากัน ก็คิดอยู่เท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่หย่ากัน ก็พยายามยุส่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา  

 เมื่อถามว่ามองว่าพรรคประชาธิปัตย์คบยากหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยาก เพราะขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมขององค์กรต่างกัน วิถีการทำงานการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์แตกต่างจากพรรคอื่น เพราะยึดแนวทางประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด นมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาะกัน ก็รอลุ้นว่าเมื่อไหร่เขาจะหย่ากัน ก็คิดอยู่เท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่หย่ากัน เอาเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์ สมาชิกแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ถ้าเป็นพรรคอื่นจะง่ายกว่านี้ และไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ หัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรคเขาไม่ต้องผลัดกันอภิปรายคนละที เพราะแค่หัวหน้าพรรคพูด 3 คำก็จบ

                เมื่อถามว่าถ้าเป็นอย่างนี้ในอนาคตใครจะมาคบกับพรรคประชาธิปัตย์อีก นายสุเทพ กล่าวว่า คนที่จะมาคบกับเราก็ต้องทราบและเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์มีธรรมชาติในการตัดสินปัญหาอย่างนี้

 เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ต้องยึดถือคำพูดที่มีการพูดระหว่างการคุยเพื่อตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องยึดถือ ตอนที่ไปเจรจาตั้งรัฐบาลตนเป็นคนขอมติจากพรรคเองว่าจะไปเป็นผู้ประสานจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งสมาชิกของพรรคก็คิดเหมือนกับคนอื่นว่าคงไม่สำเร็จ จึงอนุญาตให้ตนเจรจาได้ทุกเรื่อง ตนก็ไปเจรจา ซึ่งการเจรจาในเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็นที่กะทบกับพรรคประชาธิปัตย์และประเทศ ตนก็ตัดสินใจรับเงื่อนไขของเพื่อน เพราะส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะมองความอยู่รอดของบ้านเมืองสำคัญกว่า เพราะขณะนั้นบ้านเมืองมีวิกฤติ ต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาไปให้ได้ ตนถึงได้บอกว่าเมื่อมาถึงวันนี้แล้วหันกลับไปพูดเรื่องอดีตนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะหลายคนก็ลืม และจำไม่ได้แล้วว่ากว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ มีความเป็นมาอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่านักการเมืองความจำสั้นแบบนี้ทุกคนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ปุถุชนธรรมดา ความจำบางเรื่องก็สั้น บางเรื่องก็ยาว บางทีคนบางคนก็จำเรื่องเมื่อวานไม่ได้ แต่จำเรื่องเมื่อ 10 ปีก่อนได้ บางคนก็จำได้แค่เมื่อวาน เลยไปกว่านั้นก็ลืมหมด คนเราถ้าไม่รู้จักหัดลืมบ้าง คงเสียสติได้เหมือนกัน เพราะบางเรื่องก็ไม่น่าจำ 

 เมื่อถามว่าสิ่งที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดว่าไม่เป็นรัฐบาลก็ไม่ตายนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่เกิดง่ายๆ เพราะการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา จุดมุ่งหวังก็คือต่อสู้ในทางการเมืองเพื่อให้ได้เสียงข้างมาก เพื่อจัดตั้งรัฐบาลและเอานโยบายของพรรคไปปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ ดังนั้นเป้าหมายที่แท้จริงคือการเป็นรัฐบาล แต่ถ้าไม่เป็นรัฐบาลก็ไม่ตาย ก็ต้องอยู่เป็นฝ่ายค้านไป ทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบรัฐบาล แต่ตนมองว่าเมื่อวันนี้เป็นรัฐบาลอยู่ ก็ไม่ต้องรีบร้อนที่จะไปเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดี จะเห็นว่าทุกอย่างที่ตนทำนั้นเต็มที่ เพราะเมื่อผ่านเวลานี้ไปแล้วจะได้สบายใจ ไม่ต้องเสียใจ เพราะได้ทำเต็มที่แล้ว

 เมื่อถามว่ามองว่าในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะหาพรรคมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ยากหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ยาก เพราะเมื่อเงื่อนไขและสถานการณ์เปลี่ยนไป ก็มาปรึกษาและคุยกันได้ใหม่

 เมื่อถามว่าแล้วจะให้พรรคร่วมฯฟังใครระหว่างเลขาธิการพรรคกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่ใครจะฟัง ส่วนที่ว่าพรรคร่วมจะเชื่อเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้อีกหรือไม่ นั้น ก็คงมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา วันนี้เครดิตของตนลดลงไปบ้าง ก็ต้องรับสภาพ และต้องไปถามดูว่าวันนี้ฐานะของตนลดลงเหลือแค่นี้ จะยังคบกับตนอยู่หรือไม่

 เมื่อถามว่ากลายเป็นว่าเลขาธิการพรรคกับหัวหน้าพรรคไม่ได้พูดเสียงเดียวกันใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คนละเสียงอยู่แล้ว ตนเสียงไปทางปักษ์ใต้ แต่นายกรัฐมนตรีมาสำเนียง กทม.

 เมื่อถามว่าถือเป็นการแตกคอกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้แตกคอกัน แต่ความคิดไม่ตรงกันในบางเรื่อง ซึ่งประชาธิปไตยก็เป็นอย่างนี้ ต้องยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ตนเคารพเสียงข้างมาก และคิดว่าเสียงข้างมากคงไม่ตำหนิอะไรตนมากมาย เพราะเป็นเสียงที่มีเหตุผล แต่คนข้างมากยังไม่ยอมรับก็เท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่าท้อใจกับการทำหน้าที่เลขาธิการพรรคหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เคยท้อใจเลย เพราะทำงานทั้งชีวิตจิตใจและทุ่มทั้งตัว สนุกสนานกับการทำงานทุกรูปแบบ หากสำเร็จก็มีความสุข แต่ถ้าไม่สำเร็จก็มีความสุขอีกแบบหนึ่ง

 เมื่อถามว่าการทำงานในตำแหน่งนี้จะจบลงเหมือนกรณีของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีของตนกับ พล.ต.สนั่นต่างกันเยอะ ไม่เหมือนกัน

 เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีอาถรรพ์หรือไม่ ที่เลขาธิการพรรคมักจะอยู่ไม่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี ที่อยู่กันไม่ได้นั้นมีไม่กี่คน ส่วนใหญ่เขาก็อยู่กันได้ ส่วนที่ว่าจะล้างอาถรรพ์ตรงนี้อย่างไร นั้นตนไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์ เพราะเป็นศิษย์วัดสวนโมกข์ ไม่เชื่อไสยศาสตร์ แต่เชื่อวิทยาศาสตร์และความเป็นจริงของชีวิต

 เมื่อถามว่าหากเล่นการเมืองแบบนี้แล้วคนรุ่นหลังจะดูเป็นตัวอย่างได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ก็แล้วแต่มุมมอง คนที่ติดตามการเมืองสามารถวิเคราะห์ได้ทุกแง่มุม เพราะสื่อปัจจุบันนี้มีความหลากหลาย จะไปบอกว่าการเมืองไม่ยกระดับก็ไม่ใช่ เพราะที่ทำอยู่ในขณะนี้ก็เพราะต้องการยกระดับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะรับหน้าเสื่อพรรคร่วมอย่างไรเกี่ยวกับปัญหาในขณะนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาจริงๆ ถึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหา

 เมื่อถามว่าที่มั่นใจอย่างนี้เพราะศักยภาพของตัวเองหรือเพราะมั่นใจในพลังหนุนพิเศษ นายสุเทพ กล่าวว่า ที่มั่นใจเพราะได้ร่วมตั้งรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น ได้พูดคุยมาตลอด เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น

 เมื่อถามว่ามองท่าทีของนายกรัฐมนตรีต่อพรรคร่วมนั้นดูจะหนักแน่นเกินไปโดยไม่รักษาน้ำใจมากไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องระวัง อย่าถามให้ตนไปวิจารณ์ผู้บังคับบัญชา เพราะเสี่ยงต่อการตกงาน นายกรัฐมนตรีก็ทำตรงไปตรงมา

 เมื่อถามว่าแสดงว่าคำพูดที่บอกว่าทุกคนได้มาเป็นรัฐบาลก็เพราะนายอภิสิทธิ์ ดังนั้นก็ต้องยอมฟังนายอภิสิทธิ์คนเดียว ก็เป็นความจริงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะตอนนี้นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ความสำคัญสูงสุดก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี พวกตนมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องทำตามนายกรัฐมนตรี

 เมื่อถามว่าแต่นายสมศักดิ์ออกมาขู่อีกว่าให้รัฐบาลนับถอยหลัง เตรียมยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ได้เลย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตอนนี้ทุกคนก็ยังร้อนกันอยู่

 เมื่อถามว่าแสดงความเริ่มชอบฉายา “ แม่นมอมทุกข์ ” ขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าอยู่ถึงปีหน้าช่วยตั้งให้ดีหน่อย