ข่าว

พิพากษายกฟ้องไม่สั่ง“เสธ.แดง”ล้มละลาย

พิพากษายกฟ้องไม่สั่ง“เสธ.แดง”ล้มละลาย

28 ม.ค. 2553

ศาลล้มละลายกลาง พิพากษายกฟ้อง ไม่สั่ง “ เสธ.แดง” เป็นบุคคลล้มละลาย ชี้ รับราชการทหาร มีเงินเดือนประจำ อยู่ในวิสัยหาเงินชดใช้ “ พล.ต.อ.สันต์ อดีต ผบ.ตร.” ได้ ตามคำพิพากษาคดีแพ่ง ขณะที่ทนาย"สันต์" ยังอุทธรณ์ต่อ

(28ม.ค.) ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เวลา 10.00 น. ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ล.8708 / 2551 ที่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งถูกพักราชการ เป็นจำเลย เรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจาก พล.ต.ขัตติยะ ไม่ชำระเงินจำนวน 20 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับ พล.ต.อ.สันต์ ตามที่ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.49 ให้ชำระเงินดังกล่าวในคดีละเมิดจากการหมิ่นประมาท

 โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้ว่า พล.ต.ขัตติยะ ในฐานะลูกหนี้ จะเบิกความยอมรับมูลหนี้ดังกล่าว แต่ทางนำสืบลูกหนี้แสดงให้เห็นว่า รับราชการตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ได้รับเงินเดือนพร้อมเงินประจำตำแหน่ง เป็นประจำทุกเดือนประมาณ 80,000 บาทเศษ และแม้ว่าคำพิพากษาศาลแพ่ง จะผูกพันให้จำเลยต้องปฏิบัติตาม แต่คดีหมิ่นประมาทดังกล่าวยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งคำพิพากษาอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละชั้นศาล และเมื่อพิจารณาว่าลูกหนี้ รับราชการเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้รับเงินเดือนต่อเนื่องมีรายได้พอสมควร จึงเชื่อว่าหากศาลให้ชำระเงิน ก็ยังอยู่ในสภาวะที่สามารถขนขวายหาเงินมาชำระได้ กรณีดังกล่าวไม่มีเหตุเพียงพอที่สั่งให้ลูกหนี้นั้นเป็นบุคคลล้มละลาย ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีศาลล้มละลายกลาง พ.ศ.2542 มาตรา 14 พิพากษาให้ยกฟ้อง

 ขณะที่นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์  ทนายความของ พล.ต.อ.สันต์ กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไปพร้อมยกคดีซึ่งศาลเคยมีคำพิพากษาในคดีอื่นที่ สั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายได้แม้คดียังไม่ถึงที่สุด

 อย่างไรก็ดีในวันนี้ พล.ต.ขัตติยะ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา แต่มอบอำนาจให้ทนายความมาฟังคำพิพากษาแทน 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแพ่ง ที่ พล.ต.อ.สันต์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ นั้น คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ส่วนคดีอาญาที่ พล.ต.อ.สันต์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณานั้น คดียังไม่มีคำพิพากษาอยู่ระหว่างสืบพยาน ซึ่งมูลเหคุที่มีการยื่นฟ้องหมิ่นประมาทนั้น พล.ต.ขัตติยะ ให้สัมภาษณ์ถึง พล.ต.อ.สันต์ ว่า ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. มีพฤติกรรมทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง และมีพฤติการณ์ช่วยเหลือนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คดีรื้อบาร์เบียร์ และ พล.ต.อ.สันต์ มีส่วนร่วมในการสั่งอุ้ม พล.ต.ขัตติยะ จากโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ย่านรัชดาภิเษก ขณะที่เมื่อวันที่ 3 ก.ย.46 พล.ต.ขัตติยะ ได้รวบรวมรายชื่อ 50,000 ชื่อเสนอประธานวุฒิสภา ถอดถอน พล.ต.อ.สันต์ ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร.