
"ปีศาจแดง"อัด"เรือใบ"3-1ชิงคาร์ลิ่ง
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ล้างแค้น "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ 3-1 เวย์น รูนีย์ โขกทดเจ็บ ทะลุชิงชนะเลิศคาร์ลิ่ง คัพ ได้สำเร็จ ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทวงจ่าฝูงพรีเมียร์ชิพคืนด้วยชัยชนะเหนือ "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม 3-0 โดยที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ฝืดได
ศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 คืนวันพุธที่ 27 มกราคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นที่ตามหลังอยู่ 1-2 ยังส่ง เวย์น รูนีย์ ยืนหัวหอกเพียงคนเดียว ขณะที่ทีมเยือนก็วาง คาร์ลอส เตเบซ ไว้แดนหน้าเพียงคนเดียวเช่นกัน
เริ่มเกมในครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลบุกได้มากกว่าพอสมควร แต่ยังหาจังหวะทีเด็ดทีขาดในแดนหน้าไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 7 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำจนได้ รูนีย์ เปิดบอลยาวให้ ไรอัน กิ๊กส์ หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนที่ ไมเคิล คาร์ริก จะแตะกลับหลังให้ พอล สโคลส์ ยิงเป็น 1-0
จากนั้นนาทีที่ 77 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูที่ 2 โดย นานี จ่ายทะลุให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ หลุดเข้าเขตโทษแต่ไม่มีจังหวะยิงจึงผ่านต่อให้ คาร์ริก แปเข้าทางเสาไกลเป็น 2-0 แต่ถัดจากนั้น 5 นาที แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูตีไข่แตกเมื่อ เคร็ก เบลลามี หลุดไปทางซ้ายและเปิดมาที่เสาแรกให้ เตเบซ โฉบดีดบอลเข้าทางเสาแรกไล่มาเป็น 1-2
อย่างไรก็ตามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูที่ต้องการจากการเล่นเตะมุมเร็ว ไรอัน กิ๊กส์ เปิดบอลมาหน้าประตู รูนีย์ โถมโหม่งเผาขนให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะในนัดนี้ 3-1 และเอาชนะด้วยประตูรวม 2 นัด 4-3 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ แอสตัน วิลล่า ที่เวมบลีย์ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ด้านศึกพรีเมียร์ชิพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม 3-0 โดยได้ประตูออกนำไปตั้งแต่นาทีที่ 6 ของเกมเมื่อ โจ โคล กระชากบอลขึ้นทางขวาและเปิดให้ ฟลอลองต์ มาลูด้า โขกโล่งๆ เป็น 1-0 ก่อนที่นาทีที่ 31 แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้จังหวะสับไกยิงที่กรอบเขตโทษเข้าไปเป็น 2-0 และมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตูในนาทีสุดท้ายของเกม แลมพาร์ด ยิงด้วยเท้าซ้าย ผ่าน โจ ฮาร์ท เข้าไป ส่งผลให้ เชลซี ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ออกไปเยือน "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า ที่วิลล่า ปาร์ค ซึ่งตลอดเกมเป็น วิลล่า ที่ครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะที่น่าจะเป็นประตูของ อาร์เซนอล ในช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 62 เมื่อ อังเดร อาร์ชาวิน ลากลุยหลุดไปทางซ้ายของเขตโทษจังหวะแรกยิงติด แบรด ฟรีเดล มาเข้าทางให้ เชส ฟาเบรกาส ใส่พานต่อให้ โทมัส โรซิคกี้ ยิงเต็มๆ แต่บอลไปชนคานออกมา จบเกมจึงเสมอกันไป 0-0 ส่งผลให้ อาร์เซนอล ตกไปเป็นอันดับ 3
ผลคู่อื่นๆ เอฟเวอร์ตัน ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 จากประตูของ ทิม เคฮิลล์ นาทีที่ 7 กับ แลนดอน โดโนแวน นาทีที่ 19 และ แบล็คเบิร์น ชนะ วีแกน 2-1 โดยเจ้าถิ่นได้ 2 ประตูจาก มอร์เทน พีเดอร์เซน นาทีที่ 20 กับ นิโคลา คาลินิช นาทีที่ 76 ส่วนทีมเยือนได้จาก แกรี คัลด์เวลล์ นาทีที่ 57 สรุปอันดับคะแนน เชลซี 51 แต้ม, แมนฯ ยูไนเต็ด 50 แต้ม, อาร์เซนอล 48 แต้ม, สเปอร์ส 41 แต้ม และ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ 38 แต้ม
ส่วนฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน แพ้ อูดิเนเซ คารัง 0-1 จากประตูของ ก็อคดาน อินแลร์ นาทีที่ 56



