
คมชัดลึกตอน:พิสูจน์จีที200เครื่องมือหรือของเล่น
เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่ใช้งานกันอยู่ในประเทศไทยถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคมว่าทำงานได้จริงหรือไม่ หลังสำนักข่าวบีบีซีได้นำเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด รุ่น เอดีอี 651 ซึ่งมีลักษณะการทำงานเหมือนรุ่น จีที 200 มาพิสูจน์แล้วพบว่าเครื่องดังกล่าวไม
โดยล่าสุดรัฐบาลอังกฤษออกมาสั่งห้ามการจำหน่ายเครื่องดังกล่าวแล้ว รายการ คม ชัด ลึก วันที่ 27 มกราคม 2553 ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาพูดคุยในรายการในชื่อตอน พิสูจน์ จีที 200...เครื่องมือหรือของเล่น?
พ.ต.อ.สมชาย ศิริพันธ์
ผู้อำนวยการสำนักนิติวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงยุติธรรม
"อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทุกชนิดมีค่าความคลาดเคลื่อน"
สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ได้นำเครื่องจีที 200 ลงไปใช้งานที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่ทั้งนี้ลักษณะการใช้งานนั้นไม่เหมือนกันเนื่องจากสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ได้น้ำเครื่องดังกล่าวไปตรวจค้นหาวัตถุระเบิด แต่นำไปใช้หาแหล่งที่มาการทำวัตถุระเบิดหรือพูดง่ายๆ คืดเราพิสูจน์หาสารที่หลงเหลืออยู่ โดยที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีใช้อยู่ 6 เครื่อง เครื่องจีที 200 สามารถหาสารต่างๆ ได้ถึง 18 ชนิดมีการ์ดถึง 18 ใบ แต่ละใบจะระบุว่าจะหาสารประเภทใด เช่น เขม่าดินปืน ระเบิด ยาเสพติด คน เป็นต้น ทั้งนี้เชื่อว่าอุปกรณ์ชนิดนี้แพงที่การ์ดน่าจะไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อใบ อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเอาไปใช้งานผู้ใช้ต้องถูกฝึกฝนพื้นฐาน 3 วัน และฝึกแบบเข้มข้น 5 วัน อย่างไรก็ตามถึงแม้จะฝึกการใช้ไปแล้วแต่ก็อาจไม่ได้ผลหากผู้ใช้มีร่างกายไม่สมบูรณ์ในเวลานั้นๆ
"ผมบอกเลยว่าอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทุกชิ้นมีค่าความคลาดเคลื่อน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมันได้มากน้อยแค่ไหน จีที 200 ตัวนี้เราก็ไม่ได้เชื่อ 100% เพียงแต่มันช่วยให้เราสามารถทำงานในพื้นที่ได้ง่ายและสะดวกขึ้น และถึงแม้เราจะใช้เครื่องมือนี้ในการทำงานแต่ก็ต้องมีเครื่องมืออื่นมาช่วยสนับสนุนด้วยเช่นกัน"
พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง
รอง ผอ.กองศึกษาวิจัยทางยุทธศาสตร์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
"ข่าวที่เผยแพร่ออกไปกระทบต่อทหารผู้ปฏิบัติงานโดยตรง"
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดรุ่น จีที 200 ที่สังคมกำลังถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้แบ่งได้เป็น 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องประสิทธิภาพว่าจะสามารถใช้ได้จริงหรือไม่ ประเด็นที่สองคือเรื่องปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างที่มีอัตราสูงเกินความเป็นจริงหรือไม่ ส่วนประเด็นสุดท้ายคือเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากนี้
"ประเด็นเรื่องการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานได้จริงหรือไม่ และประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง ผมมองว่าเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องออกมาพิสูจน์ไขข้อข้องใจให้แก่สังคมซึ่งตรงนี้จะต้องใช้เวลา แต่ขณะนี้ผมอยากให้มองประเด็นสุดท้ายเป็นลำดับแรก เพราะถึงขณะนี้มีข่าวดังกล่าวออกไปบุคคลที่นำไปใช้งาน บุคคลที่อยู่ในพื้นที่จิตใจเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรต่อไปเกิดผลกระทบกับเขาอย่างแน่นอน เพราะครั้งหนึ่งเขามีความเชื่อมั่นในอุปกรณ์นี้ เขาใช้แล้วเขาพอใจ เราควรมีทางออกให้ด้วย"
ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
"ทีจี 200 เหมือนไม้ล้างป่าช้า"
หลังจากได้รับเอกสารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีคำเตือนเกี่ยวกับการซื้อหาอุปกรณ์ตรวจวัตถุระเบิดที่มีการโฆษณาเกินจริงหรือสินค้าลวงโลกโดยหนึ่งในนั้นเป็นอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิดประเภทเข็มใช้คนถือ ทั้งนี้ยังเป็นอุปกรณ์ลักษณะเดียวกับที่สำนักข่าวบีบีซี ได้นำเครื่องมาผ่าพิสูจน์พบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริง จึงได้ออกมาเรียกร้องให้มีการพิสูจน์เครื่องจีที 200 ที่ใช้งานกันอยู่ในประเทศไทย
"ที่ผ่านมาผมไม่เคยบอกว่าเครื่องจีที 200 ไม่สามารถทำงานได้ แต่ผมบอกว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ที่มีหลักการทำงานเหมือนกับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด รุ่น เอดีอี 651 นั้นไม่สามารถทำงานได้จริง แต่เมื่อมาดูจีที 200 แล้วไม่มีเทคโนโลยีอะไรในเครื่องตรวจระเบิดแต่อย่างใดเหมือนไม้ล้างป่าช้า เครื่องจีที 200 บีบีซี มีการเช็กแล้ว แต่ไม่ออกอากาศเนื่องจากเวลาไม่พอและที่อังกฤษไม่ได้ใช้เรื่องรุ่นเดียวกับเรา ผมมั่นใจว่าเครื่องตรวจระเบิดนี้มีการใช้คำโฆษณาให้น่าเชื่อว่ามีประสิทธิภาพจริงๆ เครื่องนี้ไม่มีหลักวิทยาศาสตร์อะไรมารองรับเลยแต่เชื่อตามที่ฝรั่งบอก"



