ข่าว

ดึง"อัยการ"ร่วมแก้ปัญหามาบตาพุดหลังช่วยดูสำนวนก่อนยื่นศาล-รัฐขีดเส้น 5 เดือนชัดเจนขึ้น

ดึง"อัยการ"ร่วมแก้ปัญหามาบตาพุดหลังช่วยดูสำนวนก่อนยื่นศาล-รัฐขีดเส้น 5 เดือนชัดเจนขึ้น

27 ม.ค. 2553

รัฐเร่งแก้ปัญหาลงทุนมาบตาพุดให้ชัดเจนใน 5 เดือน ดึงอัยการสูงสุดช่วยดูสำนวนให้ 30 โครงการก่อนยื่นศาลปกครองกลางอีกครั้ง เอกชนเตรียมชี้แจงนักลงทุนญี่ปุ่นหลังรัฐวางแนวทางปฏิบัติเป็นรูปธรรม

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชน (กรอ.) ว่ารัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดผ่านคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งหลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของ 30 โครงการที่ยื่นขอยกเว้นไปนั้น จะมีการดึงอัยการสูงสุดมาช่วยเป็นแกนกลางจัดทำสำนวน เพื่อส่งคำร้องให้ศาลปกครองกลางพิจารณาใหม่อีกครั้ง

 "ยอมรับว่าเดิมทีเอกชนต่างคนต่างยื่น เสนอคำร้องที่ผิดหลักเกณฑ์ เพราะโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง แต่กลับเสนอขอให้ศาลพิจารณาให้เปิดดำเนินการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ศาลจะพิจารณา เพราะควรจะขออนุญาตเพื่อทำการก่อสร้างก่อน ส่วนขั้นตอนต่อไปเมื่อสร้างเสร็จแล้ว จึงค่อยมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้ศาลไม่สามารถพิจารณาอนุมัติได้" นายไตรรงค์กล่าวและว่า เพื่อให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะเร่งผลักดัน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมให้มีผลบังคับใช้ในการประชุมสภาสมัยนี้ จึงเชื่อมั่นว่าแนวทางแก้ไขทั้งหมดน่าจะมีความชัดเจนภายใน 5 เดือน เมื่อมีอัยการเข้ามาเป็นแกนนำในการช่วยเหลือ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหามาบตาพุดว่า กำลังดำเนินการใน 2 ส่วน คือ ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 โดยมีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีดูแล อีกส่วนกำลังหารืออัยการว่า มีช่องทางอะไรเพิ่มเติมสำหรับบางโครงการ หวังว่าอีก 6-8 เดือนน่าจะเรียบร้อย ส่วนโครงการที่ยังเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมก็กำลังหาทางแก้ไข

 ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลทำทุกอย่างให้มีความชัดเจนภายใน 5 เดือน ก็จะนำข้อมูลที่รัฐบาลมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาไปชี้แจงกับนักลงทุนญี่ปุ่น ที่มีกำหนดหารือร่วมกันในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้  ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในประเทศเป็นพันล้าน-หมื่นล้านบาทต่อราย จึงต้องการความชัดเจนเรื่องของกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีเพียงระเบียบข้อบังคับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 นายประสบศิลป์ โชติมงคล รองผู้ว่าการ กนอ. สายปฏิบัติการ 2 กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือ 30 โครงการลงทุนในมาบตาพุดที่ศาลปกครองกลางยกคำร้องขอทบทวนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น ขณะนี้ กนอ.ได้รับนโยบายจาก นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาในภาพรวม ล่าสุด กนอ. ได้ประสานไปยังบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเครือซิเมนต์ไทย เพื่อนำคำร้องที่ยื่นต่อศาลมาพิจารณาและหารือร่วมกันในรายละเอียด ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเชื่อว่าจะมีข้อมูลใหม่เพื่อยื่นขอให้ศาลปกครองพิจารณาทบทวนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้