
คลังชี้หั่นภาษีนิติบุคคลต้องรอบคอบ
สศค.ชี้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องรอบคอบและทำพร้อมกันทั้งระบบ หวั่นบุคคลธรรมดาเลี่ยงไปจดทะเบียนตั้งบริษัทแทน ชี้ลด 5% ทำรัฐเสียรายได้ 7 หมื่นล้าน ระบุต้องมีภาษีอื่นมาทดแทน
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงข้อเสนอการปรับลดเป้าหมายการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลว่า การปรับลดภาษีจากระดับปัจจุบันที่จัดเก็บในอัตรา 30% นั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งหากจะทำต้องลดพร้อมกันทั้งระบบ ทั้งภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคลธรรมดา เพราะหากลดเพียงภาษีนิติบุคคล ก็อาจจะทำให้บุคคลธรรมดาหลีกเลี่ยงด้วยการไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแทน ขณะเดียวกันต้องหาช่องทางอื่นที่จะเพิ่มการจัดเก็บรายได้ทดแทน โดยจากการประเมินภาษีนิติบุคคลที่ลดลง 5% เหลือ 25% นั้นจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ถึง 7 หมื่นล้านบาท
“แม้ปัจจุบันการเสียภาษีนิติบุคคลจริงจะมีไม่ถึง 20% เพราะที่เหลือจะได้สิทธิได้รับการยกเว้นต่างๆ ทั้งที่เป็นบริษัทที่ได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ใหม่ แต่หากปรับลดภาษีลง จะมีผลในวงกว้างมากกว่า รวมถึงผลกระทบต่อรายได้รัฐด้วย จึงต้องดูว่าจะมีช่องทางอื่นที่จะหารายได้มาชดเชยหรือไม่ เช่น การนำภาษีทรัพย์สินมาบังคับใช้ หรือการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงต้องดูช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมมากกว่า” นายสาธิตกล่าว
ส่วนงบประมาณปี 2554 ที่ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท หากมองเป็นตัวเลขอาจจะมากกว่างบประมาณปี 2553 ที่ขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท แต่ในปี 2553 จะมีเงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายในปี 2553 ได้ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นหากมองเม็ดเงินจะเห็นว่าการขาดดุลงบประมาณไม่ได้เพิ่มขึ้น



