
"เราไม่เปลี่ยนขั้วการเมือง"
หลังจาก "พรรคประชาธิปัตย์" มีมติไม่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องเขตเลือกตั้ง ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ถึงขั้นจะเปิดให้ส.ส.ฟรีโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เ
ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า อนาคต "รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะอยู่ทำงานร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางกระแสข่าว อาจเกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองขึ้น
นอกจากนี้การทำงานของ "ฝ่ายนิติบัญญัติ" จะเกิดการ "เอาคืน" มีการขัดแข้งขัดขากันหรือไม่ อย่างไร
"บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า ทางพรรคไม่มีการเปลี่ยนขั้วการเมืองอย่างแน่นอน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา ไม่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง
อย่างไรก็ตาม "บุญจง" ไม่ยืนยันถึงการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลในสภาว่าจะเรียบร้อยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหรือไม่ โดยบอกว่า ต้องดูกันเป็นวันๆ ไป ส่วนอนาคตยังตอบไม่ได้
"ก่อนที่เราจะมาร่วมตั้งรัฐบาล ทางพรรคได้พูดถึงจุดยืนชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีส่วนร่วม และขอให้สานต่อโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ไว้ เช่น กองทุนหมู่บ้าน เบี้ยยังชีพ เป็นต้น" รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
"บุญจง" กล่าวต่อว่า ในช่วงที่เข้ามาเป็นรัฐบาลได้พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมามีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองที่เกิดขึ้น ทางพรรคก็ส่งตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมเป็นกรรมการ จนคณะกรรมการการสมานฉันท์ฯ มีมติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น แม้ว่าในบางประเด็นทางพรรคจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ยินดีให้ความร่วมมือ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
สำหรับท่าทีของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลังทราบมติของพรรคประชาธิปัตย์ "บุญจง" กล่าวว่า มีสมาชิกบางคนแสดงท่าทีไม่พอใจ เพราะหลายคนเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ เพียงแต่เปรยว่าต้องเคารพสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคยังยืนยันที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
"บุญจง" กล่าวว่า จนถึงช่วงเย็นวันพุธ (27ม.ค.) ก็ยังไม่ได้พูดคุยหรือโทรศัพท์คุยกับแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค แม้ว่าจะเดินทางมาประชุมสภา แต่ว่ายังไม่ได้เจอหน้าใคร
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "บุญจง" กล่าวว่า ทางพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรค ยืนยันเดินหน้าต่อโดยมอบหมายให้พรรคชาติไทยพัฒนา โดย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เป็นผู้ร่างญัตติในการยื่นต่อประธานรัฐสภา รวมทั้งขณะนี้ได้มีสมาชิกเริ่มทยอยไปร่วมลงชื่อยื่นญัตติเพื่อขอเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว
"บุญจง" ยืนยันว่า ทางพรรคร่วมรัฐบาลจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง 2 ประเด็นเท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาประกบ โดยจะขอแก้ไขในมาตรา 190 เกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อจำกัดต่อการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขเพื่อให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น และขอแก้เรื่องระบบเขตเลือกตั้งโดยขอแก้เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เนื่องจากเห็นว่าสิทธิประชาชนสามารถเลือกผู้แทนได้เท่าเทียมกันคือ 1 คน แต่เขตใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันบางพื้นที่สามารถเลือกผู้แทนได้ 1-2 คน และแบบเขตเดียวเบอร์เดียวผู้แทนสามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า
อย่างไรก็ตาม "บุญจง" กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องผ่านการพิจารณาสองสภาคาดว่าอย่างน้อยประมาณ 3-4 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ
อย่างน้อยระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญก็น่าจะทำให้ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" มีเวลาสมานความบาดหมางใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ทำงานร่วมกันต่อไปได้ตราบใดที่ไม่มีเรื่องอื่นมาทำให้ขุ่นข้องหมองใจซ้ำ
เชื่อว่า "รัฐบาล" ยังคงกอดคอกันทำงานต่อไป เพราะถ้าเปลี่ยนไปจับมือกับขั้วใหม่ก็ไม่แน่ใจว่า "กระทรวง" สำคัญที่แต่ละพรรคนั่งบริหารอยู่ทุกวันนี้จะได้นั่งต่อหรือไม่
สมถวิล เทพสวัสดิ์



