ข่าว

โยกผู้ค้าสนามหลวงขายริมคลองหลอด-ปากคลอง

โยกผู้ค้าสนามหลวงขายริมคลองหลอด-ปากคลอง

27 ม.ค. 2553

กทม.โยกผู้ค้าสนามหลวงขายริมคลองหลอด-ปากคลอง แทนระหว่างปรับปรุงสนามหลวง ด้านกรมศิลป์เบรกกทม.ขอดูแบบปรับปรุงก่อน หวั่นกระทบงานพระราชพิธี

(27ม.ค.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อมและการแก้ปัญหาทางสังคมพื้นที่สนามหลวงและปริมณฑล ว่า ขณะนี้นายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัดกทม.ได้รายงานข้อมูลการสำรวจจำนวนผู้ค้า หาบเร่แผงลอย บริเวณสนามหลวง ตลอดจนริมคลองหลอด ว่า มีจำนวนกว่า 700 ราย และมีผู้ค้ารอบพระบรมมหาราชวัง จำนวนกว่า 300 ราย ทาง กทม.จึงเตรียมจัดพื้นที่ริมคลองหลอด จากสนามหลวง จนถึงปากคลองตลาดไว้รองรับ โดยจะเปิดให้ผู้ค้าลงทะเบียน เพื่อทำการค้าชั่วคราว จนกว่าท้องสนามหลวงจะปรับปรุงแล้วเสร็จ ซึ่งผู้ค้ายังมีเวลาขายของบริเวณรอบสนามหลวงได้อีก 1 เดือน

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวทางสำนักงานตลาดกทม. จะจัดหาพื้นที่ทำการค้าในจุดอื่นให้ อาทิ สนามหลวง 2 และตลาดมีนบุรี

นายธีระชน กล่าวว่า นอกจากนี้หลังจากที่ได้ประสานงานกับพล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในเรื่องการห้ามจอดรถ ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจะมีการร่วมกำหนดเส้นทางจราจรต่างๆ รวมถึงการห้ามจอดรถทุกชนิดตั้งแต่ 24.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค.เป็นต้นไป

อีกทั้งในวันที่ 1 ก.พ.จะมีหน่วยงานต่างๆ อาทิสำนักสิ่งแวดล้อม มาร่วมทำความสะอาดสนามหลวงด้วย ส่วนเรื่องการเคลื่อนย้ายนกพิราบ ขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่ ทั้งในเรื่องกรง และเรื่องสถานที่ โดยสถานที่ปลายทางมีอยู่ 3 จุด คือ จ.ฉะเชิงเทรา ราชบุรี และปราจีนบุรี เหลือเพียงการรอกักกันโรค 10 วัน จากกรมปศุสัตว์ และจะใช้ระยะเวลาอีก 2 สัปดาห์ในการเคลื่อนย้ายนกพิราบ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า ในวันสำคัญต่างๆ อย่างวันที่ 12 สิงหาคม หรือวันสำคัญทางศาสนา ยังสามารถจัดงานที่ท้องสนามหลวงได้อยู่ เพราะการปรับปรุงจะแบ่งเป็นโซนๆ และอนุญาตให้เฉพาะผู้ร่วมงานเข้าได้เท่านั้น ทั้งนี้ตนเองมั่นใจ หากบุคคลใดที่เป็นคนไทย เห็นสภาพสนามหลวงในตอนนี้ จะต้องอยากให้มีการปรับปรุงท้องสนามหลวงอย่างแน่นอน ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจให้กว้าง เพราะการปรับปรุงใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้สนามหลวงมีสภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศใต้ด้านพระบรมมหาราชวัง และบริเวณฝั่งทิศเหนือด้านสะพานพระปิ่นเกล้า โดยในส่วนของกรมศิลปากรได้มอบหมายให้สำนักงานโบราณคดีทำหนังสือแจ้งไปยัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอให้ กทม. ส่งแบบก่อสร้างมาให้กรมศิลปากร และคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์พิจารณาก่อน

ส่วนกรณีที่ กทม.จะปิดสนามหลวงตั้งแต่เดือน ก.พ.เพื่อดำเนินการปรับปรุง และดำเนินการก่อสร้างอาคารถาวรเป็นจำนวนมากนั้น ในเรื่องนี้หลายฝ่ายต่างกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานพระราชพิธี หรือ กิจกรรมทางศาสนา เนื่องจากตั้งแต่อดีตพื้นที่สนามหลวงเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของประเทศมาอย่างยาวนาน จึงไม่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่มากนัก อีกทั้งพื้นที่สนามหลวงถือเป็นพื้นที่โบรานสถาน ทาง กทม.จึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โบราณ สถาน อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นกรมศิลปากรจึงขอให้ชะลอการก่อสร้างไว้ก่อน

“ การดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวงของ กทม. อาจจะคำนึงถึงผลประโยชน์การใช้งานของสนามหลวงเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันสนามหลวงถูกใช้งานอย่างมาก โดยเฉพาะด้านทิศเหนือบริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ ทั้งนี้หาก กทม.อยากเปลี่ยนพื้นที่ท้องสนามหลวงให้เป็นพื้นคอนกรีต และก่อสร้างอาคาร ทางกรมศิลปากรก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสม คงต้องให้ กทม.แก้ไขทบทวนแบบการก่อสร้างก่อนดำเนินการ ” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว