ข่าว

หมอทางเดินหายใจชี้บุหรี่ไฟฟ้าดีกว่าสูบบุหรี่เผาไหม้

หมอทางเดินหายใจชี้บุหรี่ไฟฟ้าดีกว่าสูบบุหรี่เผาไหม้

31 มี.ค. 2564

หมอทางเดินหายใจชี้บุหรี่ไฟฟ้าดีกว่าสูบบุหรี่เผาไหม้ แนะไทยต้องเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาสิงห์อมควัน

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แพทย์ทุกคนรู้ว่านิโคตินเป็นสารเสพติด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูบบุหรี่ไม่สามารถเลิกสูบได้ การสูบบุหรี่ที่ก่อให้เกิดควันซึ่งมีสารพิษปนอยู่มาก จึงกลายเป็นปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุขที่รัฐบาลของทุกประเทศพยายามหาทางแก้ไข แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด

สำหรับในประเทศไทย ที่ผ่านมาภาคี หน่วยงานและบุคลากรด้านสาธารณสุขได้รณรงค์ให้เลิกการสูบบุหรี่ ผ่านมาตรการควบคุมและลดอัตราบริโภคในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทน แต่ก็มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก การใช้ยาเลิกบุหรี่ เช่น ยาวาเรนิคลีน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่ยังต้องคอยผลจากรายงานที่จะผลักดันให้เข้าบัญชียาหลักได้

​ตนเป็นแพทย์ด้านระบบการหายใจมาตั้งแต่ ปี 2485 ได้เห็นได้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายจากการสูบบุหรี่ พบว่าส่วนใหญ่ไม่ยอมเลิกสูบ หรือเลิกได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น

เมื่อปี 2544 อัตราผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทย มีจำนวนมากกว่า 10.6 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 22.5 ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

จวบจนปี 2560 ก็ยังพบมีผู้สูบบุหรี่ 10.7 ล้านคน หรือร้อยละ 19.1 แต่ก็ต้องถือว่าประเทศไทยได้ดำเนินการควบคุมบุหรี่ได้ผลระดับหนึ่ง

แม้อัตราสูบบุหรี่ได้ลดลงไม่มากนัก อาจเป็นเพราะมาตรการที่ใช้กันตลอดมาได้ถึงขีดที่ไม่ได้ผลเด็ดขาดแล้ว จึงเป็นความท้าทายหรือเป็นโจทย์ใหม่ที่ผู้เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายจำเป็นต้องให้ความสนใจหาแนวทางใหม่เพื่อปรับมาตรการเดิม

ศาสตราจารย์ ดร. นพ.สมชัย กล่าวต่อว่า หลาย ๆ ประเทศได้ศึกษาหานวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ และจูงใจให้ผู้สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น เช่น การใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีการเผาไหม้ ซึ่งมีผลวิจัยใหม่ ๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ ว่ามีประสิทธิภาพและได้ผลในการช่วยเลิกบุหรี่ได้ดี การศึกษาล่าสุดโดยนักวิจัยของ King’s College ประเทศสหราชอาณาจักร รายงานว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกการสูบบุหรี่ได้ผลดีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทนหรือ Nicotine Replacement Therapy (NRT)

นอกจากนี้ข้อมูลจากศูนย์บริการเลิกบุหรี่อื่น ๆ ในประเทศสหราชอาณาจักรก็พบว่าความสำเร็จของการเลิกบุหรี่ด้วยการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีอัตราสูงสุดถึงร้อยละ 59.7 ในปี 2562 และร้อยละ 74 ในปี 2563 ในประเทศสหราชอาณาจักรมีรายงานจำนวนผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จสูงมาก

โดยพบว่าในปี 2560 มีผู้สูบบุหรี่มากกว่า 50,000 คนที่เลิกสูบบุหรี่ชนิดเผาไหม้สำเร็จด้วยการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทน แต่สาธารณสุขอังกฤษได้ให้คำแนะนำว่า เมื่อผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อลดเลิกการสูบบุหรี่ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสารเคมีอันตรายในควันบุหรี่ แต่ยังต้องสำนึกอยู่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ดังนั้นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ก็ไม่ควรเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน

สหราชอาณาจักรจึงเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่แนะนำชัดเจนให้ผู้สูบบุหรี่ที่เลิกด้วยวิธีต่างๆมาแล้วไม่ได้ผล หรือที่ยังต้องการสูบบุหรี่แต่ต้องการลดอันตรายจากควันบุหรี่ ให้เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมแนะให้รับคำปรึกษาจากบุคลากรสาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่เพื่อเพิ่มโอกาสเลิกบุหรี่ได้สำเร็จสูงสุด เพราะเชื่อว่าการนำเสนอแนวทางให้ผู้สูบบุหรี่ค้นพบตัวช่วยที่เหมาะกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ใด จะช่วยให้มีโอกาสสูงสุดในการลดความเสี่ยงที่เกิดจากควันบุหรี่่