ข่าว

นายกฯยัน ไม่ผลักดันชาวเมียนมากลับประเทศ หากเกิดการสู้รบภายใน ชี้ ดูแลตามหลักมนุษยธรรม รับ ห่วง"โควิด -19 "

นายกฯยัน ไม่ผลักดันชาวเมียนมากลับประเทศ หากเกิดการสู้รบภายใน ชี้ ดูแลตามหลักมนุษยธรรม รับ ห่วง"โควิด -19 "

30 มี.ค. 2564

นายกฯ ยืนยัน ไม่ผลักดันชาวเมียนมากลับประเทศ หากเกิดการสู้รบภายใน ชี้ ดูแลตามหลักมนุษยธรรม แต่ไม่ใช่ยินดีเปิดรับ พร้อมขอสื่ออย่ากระพรือข่าวให้เป็นประเด็น รับ ห่วงสถาการณ์โควิด -19 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการทะลักเข้าประเทศของชาวเมียนมาหลังเกิดความรุนแรงจากการรัฐประหารภายในประเทศว่า ตนมองว่าไม่ใช่การทะลักเข้ามา

ส่วนที่มีภาพปรากฏออกมา เพราะสื่อบางคนเอามาเผยแพร่ ยืนยันว่ามีการเจรจาพูดคุย หลายคนเข้ามาในหลายหมู่บ้านนำร่องเมื่อเข้ามาก็ต้องชี้แจงและสอบว่าเกิดปัญหาอะไรในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ซึ่งเมื่อบอกว่าไม่มีปัญหาจึงมีการเจรจาให้กลับประเทศไป โดยไม่ใช่การเอาปืนผาหน้าไม้ไปจี้ไล่ให้เขาออกจากประเทศไป นี่คือเรื่องของมนุษยธรรม ที่จะต้องเดินหน้าแก้ไขไปด้วยกัน

พร้อมระบุว่าประเทศไทยมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวมาหลายปี และมีศูนย์อพยพ 9 ศูนย์ ซึ่งมีผู้อพยพกว่า 400,000 คน และอยู่มา 10 ถึง 20 ปี ซึ่งวันนี้เหลืออยู่100,000 กว่าคนที่ต้องดูแล ซึ่งเดิมเคยมีการสัญญาว่าจะส่งตัวกลับประเทศแต่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จึงต้องหยุดการส่งกลับไว้ก่อน พร้อมกับต้องเตรียมการรองรับผู้ที่จะอพยพเพิ่มเติม ซึ่งต้องดูแลไปตามหลักมนุษยธรรม

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่สามารถผลักดันกลับประเทศได้ หากภายในประเทศเมียนมา ยังมีการสู้รบกันอยู่ พร้อมกับระบุว่า การอนุญาตให้คนเข้าประเทศเป็นเรื่องของความมั่นคง จะไปป่าวประกาศว่าจะรับคนเข้าประเทศ ใช่เรื่องหรือไม่ แต่หากเข้ามาก็ต้องมีการเตรียมการต่อไป และหากจำเป็นเราก็ต้องดูแลเขา ขออย่าเปิดประเด็นในเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้เป็นความจำเป็นเนื่องจากเป็นเรื่องเขตแดนไทยเมียนมา การจะเข้าประเทศมาต้องถูกกฎหมาย แต่สถานการณ์สู้รบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หรือหากเกิดภัยพิบัติ เกิดการบาดเจ็บล้มตาย แล้วเข้าประเทศมาก็ต้องหามาตรการรองรับ ซึ่งตนได้เตรียมเรื่องดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามไม่มีการผลักดันออกนอกประเทศหากกลุ่มคนเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนจริงๆ แต่การที่จะไปประกาศว่ายินดีรับใครเข้ามามันไม่ใช่ รวมไปถึงตนได้สั่งการผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงกลาโหม ซึ่งเขาก็มีวิธีการดำเนินการของเขา เรื่องอะไรที่อันตรายขออย่าเพิ่งกระพรือข่าว

ส่วนกรณีที่จะต้องมีการประสานกับ UNHCR  หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่ต้องมีการประสานเนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวเข้ามาอยู่ในไทยอยู่แล้ว แล้วไม่สามารถผลักดันกลุ่มคนเหล่านั้นไปยังประเทศที่ 3 ได้

ส่วนจะถือว่าเป็นภาระหรือไม่นั้นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตอบคำถามข้อแรกชัดเจนไปแล้ว ให้ไปหาคำตอบเอง ทุกอย่างมีคำตอบในตัวอยู่แล้ว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงท้ายว่า เราคุยกันด้วยหลักการ ไม่ใช่การแก้ตัว  ตนใจเย็นที่สุดแล้ว พูดกับสื่อต้องยิ้ม เดี๋ยวหาว่าเราหน้างอ หน้าหงิก บางทีคิดอะไรเครียดหน้าก็เครียดด้วย จริงๆแล้วตนเป็นคนใจดี

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามต่อว่า ห่วงเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 หรือไม่ นั้น นายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า "ไม่ห่วงอะไรเลยมั้ง แหม" ก่อนจะเดินออกจากห้องแถลงข่าว

“อนุพงษ์” เผย ช่วยผู้อพยพเมียนมา ตามหลักสิทธิมนุษยชน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแลพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา ซึ่งมีผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาจำนวนมาก ว่า ได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงที่เตรียมรับสถานการณ์อยู่ในขณะนี้แล้ว โดยต้องช่วยเหลือขั้นต้นตามความเหมาะสม แต่ถ้าอยู่บริเวณชายแดนเมียนมาได้ก็ให้อยู่ตรงนั้นก่อน หากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็ต้องดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนไปก่อน และจะมีองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาช่วยดู

ส่วนจะต้องเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดอื่นที่มีชายแดนติดกับเมียนมาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เรื่องนี้ นายกฯ สั่งการไปแล้ว ให้กองกำลังตามแนวชายแดนดูแลอยู่ ทั้งนี้ในขั้นต้น เราต้องดูแลผู้อพยพไปก่อน จากนั้นดูสถานการณ์ในวันข้างหน้าว่าจะต้องประสานหน่วยงานอื่นหรือไม่