ข่าว

มติอย่างนี้เรียกมติครึ่งๆกลางๆ

มติอย่างนี้เรียกมติครึ่งๆกลางๆ

28 ม.ค. 2553

การที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่ตัดสินเรื่องลูกพรรคจะลงมติอย่างไร เป็นการแทงกั๊กเป็นการซื้อเวลาเป็นการแสดงจุดยืนที่จะเรียกว่าครึ่งนั่งครึ่งนอนก็ว่าได้

 เพราะว่าถ้าไม่ลงมติว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงคะแนนเสียงอย่างไร ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวข้องกับให้มี 1 เขต 1 คน ในการเลือก ส.ส. ก็แปลว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถบอกกล่าวกับประชาชนว่าจุดยืนอยู่ตรงไหนบ้าง

 ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะบอกว่าพร้อมจะเป็นฝ่ายค้านถ้าหากแพ้เสียงในสภาแต่ก็ยังไม่ได้สะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแต่ก่อนร่อนชะไรมาก็ยืนยันว่าจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยเฉพาะถ้าหากเป็นการแก้ไขเพื่อให้นักการเมืองมีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากขึ้นเท่านั้น โดยไม่สนใจว่าประเด็นเช่นนี้จะมีประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่

 ฉะนั้น มติของคณะกรรมการบริหารประชาธิปัตย์ที่บอกว่า ประเด็นเรื่องส.ส.ของพรรคจะลงมติอย่างไร รอไปก่อนจะมีมติอีกครั้งหนึ่ง จึงเท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มองเรื่องนี้ว่า เป็นประเด็นสำคัญเพียงพอที่จะต้องบอกกล่าวกับประชาชน

 ทำให้ประชาชนมึนงงว่าตกลงพรรคประชาธิปัตย์เพียงแต่บอกไม่ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะลงมติอย่างไร เป็นไปได้อย่างไร สำหรับพรรคที่อยู่มายาวนาน พรรคที่อ้างว่ามีจุดยืนแน่ชัด แต่ถึงเรื่องสำคัญเช่นนี้ กลับมีมติเพียงครึ่งเดียว อย่างนี้เรียกว่าเป็นมติครึ่งๆ กลางๆ

สุทธิชัย หยุ่น