
เมื่อความจริงยังเป็นคนละชุด
เมื่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเดินหน้าอย่างเข้มข้นเช่นนี้ เราพลเมืองไทยจะทำอย่างไร เป็นคำถามที่หลายฝ่ายต้องการหาคำตอบ โดยเฉพาะผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่กำลังแสวงหาความจริงอย่างสับสน
การโหมประชาสัมพันธ์ความตั้งใจของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักเรื่องพิษภัยความเลวร้ายของยาเสพติดมีอยู่ทั่วไปทั้งแผ่นปลิว โปสเตอร์ คัตเอาท์ผืนใหญ่ๆ ตลอดจนการใช้สื่อวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมและแผนงานด้านนี้ได้ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมิใช่น้อย แต่ดูเหมือนข่าวคราวและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่คือ การเพิ่มจำนวนของบุคคลในการเสพ การขาย และการแพร่ระบาดของยาเสพติดก็นับวันจะเลวร้ายลงมากขึ้น จึงมีคำถามว่า...แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่?
เนื้อหาสาระคงไม่ได้แตกต่างกับความจริงในเรื่องอื่นๆ เช่นกัน อาทิ ขณะนี้การใช้สื่อหลายประเภทเพื่อสร้างหรือบ่งบอกถึงความตั้งใจว่า...ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินงานในแนวทางที่สร้างสรรค์ (เชิงบวก) มากขึ้น ถามว่ามันคือคำตอบที่ประชาชนในพื้นที่มีความจำเป็นที่จะต้องรับรู้รับทราบไหม?...คำตอบคือใช่! แต่ในขณะเดียวกันความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความตายของผู้นำชุมชน ของผู้ที่เพียงอยู่ในฐานะต้องสงสัยแต่กลับมาพบกับความตาย การตามล่าประกบยิงผู้คนด้วยยานพาหนะอย่างชำนาญ ความสงสัยในพฤติกรรมการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด (บางคน) ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อหาคำตอบที่เป็นจริงว่ามันคือสิ่งที่สามารถมาสนับสนุนให้เกิดความสงบได้ดีหรือว่าเป็นเงื่อนไขสงครามชุดใหม่ เช่น เครื่องบอลลูนราคาเป็นร้อยล้านบาท
เครื่องตรวจสารพัดข้อสงสัยที่ชื่อ GT200 เครื่องเล็กๆ แต่ราคาเบ็ดเสร็จไม่น้อยนับล้านบาท แต่ประสิทธิภาพในการใช้ที่ยังผูกเงื่อนกับสภาพร่างกายจิตใจของผู้ใช้ (ที่จะตอบเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ค่อยจะสมบูรณ์มากนัก) และมีการถกแถลงในรัฐสภาว่าประสิทธิภาพของเครื่องมือเหล่านี้วิศวกรไทยผลิตได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท...อย่างนี้ชาวบ้านที่ถูกจับถูกเชิญไปสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่เพราะ (ประสิทธิภาพ) การใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่น้อย ได้รับการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาจากหน่วยงานใดบ้าง สักกี่ครั้งกี่ครา หรือว่าเพราะกฎหมายอนุญาตให้เชิญ (จับ) ใครไปซักไปถามได้ จนบางคนเจ้าหน้าที่รักมากโดยถูกเชิญมากกว่าหนึ่งครั้ง และเมื่อมีข่าวว่าจะถูกเชิญอีก ตัวเองก็เผ่นหนีเอาตัวรอดไปหลายคนแล้ว คำถามเหล่านี้คือเงื่อนงำอันนำไปสู่ความเข้าใจในความเป็นจริง หรือคือเงื่อนไขสงครามแบบไม่รู้จบของการแก้ปัญหาว่า...แล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่?
ความจริงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบขณะนี้เป็นอย่างไร มีเสียงกระจายไปหลายมุมเมืองว่าการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อแสดงความคิดความเห็นทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดชนิดหลายคนเกิดอาการหนาวสั่นในสถานการณ์ที่กำลังจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะพรรคการเมืองต่างๆ กำลังชิงไหวชิงพริบชนิดอย่ากะพริบตา แต่การขับเคลื่อนของบรรดานักการเมืองดูเหมือนจะเป็นเพียงการหยั่งเชิงหยั่งเสียง หรือประเภทโยนหินถามทางมากกว่าการเข้าร่วมเดินทางกับภาคประชาชนอย่างจริงจังมากนัก คงจะเป็นเพราะมีสัญญาณร้ายบางอย่างที่กระทบเข้าหูว่า การขับเคลื่อนภาคประชาชนที่กำลังเดินหน้าเรื่องขบวนการประชาธิปไตยถูกให้ความหมายว่า...ความจริงหลายอย่างจะถูกเปิดเผยให้กว้างขวางมากขึ้น มากขึ้น จนทำให้ผู้รับผิดชอบระดับสูงของประเทศหลายคนเกิดอารมณ์บันดาลโทสะ (คงเข้าใจว่า...ข้านี่แหละคือผู้มีอำนาจในการรับรู้และการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว)
เมื่อมีคำถามโดยนักขับเคลื่อนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีเหตุเลวร้ายเรื่องการไล่ล่าฆ่าผู้คนที่เกิดขึ้นในหลายๆ กรณีในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการเจาะจงเหยื่อเป้าหมายที่ชัดเจนและเจนจัดในการจัดการ ตลอดจนความตายของเหยื่อในเวลาต่อมา และจะตามมาอีกหลายรายหลายระลอกมากกว่าคลื่นลมในทะเล จะเป็นใครก็ตามที ถึงแม้หลังจากนั้นจะมีหรือไม่มีการอธิบายจากผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่ความจริงที่ปรากฏของข้อมูลจากรัฐและประชาชนยังเป็นความจริงคนละชุดกันอยู่ในหลายกรณี
ถ้าจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาก่อน จะต้องไม่ควบเป็น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงเพื่อจะฉวยโอกาสหาเงินหาทองสร้างโครงการใหญ่ๆ ลงในพื้นที่ของตนเท่านั้น ส่วนความเจ็บปวดและความเลวร้ายทั้งปวงฉันไม่ต้องการรับรู้ หรือนี่คือคำตอบที่การเมืองยุคคนปักษ์ใต้เป็นใหญ่...?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]



