
แฉแม่อิรักขายลูกไปค้าประเวณี
แบกแดด-แฉธุรกิจแม่ขายลูกสาวไปค้าประเวณีกำลังระบาดในอิรัก
เวบไซต์นิตยสารไทม์ส ตีพิมพ์บทความตีแผ่ชีวิตของเด็กสาวในประเทศอิรักที่ถูกแม่ขายทอดตลาดให้แก่ขบวนการค้าประเวณี โดยอ้างการเปิดเผยของน.ส.ฮินดา นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ใช้ชื่อปลอมแฝงตัวเป็นแม่เล้าเพื่อเปิดโปงกระบวนการใต้ดินนี้ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งระบุว่า แม่ทั้งหลายขายลูกสาวตัวเองเหมือนกับขายปศุสัตว์ตามคอก
ฮินดาระบุว่า ตัวเองเคยเห็นแม่ผู้ยากจนทั้งหลายนั่งต่อรองราคาค่าตัวลูกสาวตัวเอง โดยจะขายลูกสาววัยรุ่นให้แก่วงการค้าประเวณี เหยื่ออายุน้อยที่สุด บางคนมีอายุเพียง 11 -12 ปี อาจขายได้ราคาสูงถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาท) ขณะที่บางคนอาจขายได้ราคาเพียง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70,000 บาท) เท่านั้น ส่วนเด็กสาวอายุ 20 ปีจะถือว่าแก่ไป ไม่สามารถเรียกราคาได้
บทความเผยอีกว่า เส้นทางค้ามนุษย์นี้มีทั้งในและนอกประเทศ ส่วนใหญ่จะไปยังประเทศซีเรีย จอร์แดน และประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย เริ่มที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเหยื่อจะถูกส่งออกไปด้วยการปลอมพาสปอร์ต หรือบังคับแต่งงานแบบถูกกฎหมาย เนื่องจากหญิงที่แต่งงานแล้ว ซึ่งบางคนอายุน้อยเพียงแค่ 14 ปี ถูกสงสัยน้อยมาก และเมื่อเธอเดินทางออกจากประเทศไปพร้อมกับสามีได้ เด็กสาวเหล่านี้ก็จะหย่าระหว่างทางที่เดินทางไปถึงและถูกนำตัวเข้าสู่การค้าประเวณี
อย่างไรก็ดี ไม่มีใครทราบถึงจำนวนที่หญิงอิรักและเด็กสาวเหล่านี้ถูกขายไปเป็นทาสกามนับแต่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ถูกโค่นล้ม แต่นักสิทธิมนุษยชนหลายคน รวมทั้ฮินดาเชื่อว่าตัวเลขอาจสูงหลายหมื่นคน ขณะที่รายงานของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเมื่อปีที่แล้วระบุว่า รัฐบาลอิรักไม่ยอมแก้ปัญหานี้ โดยรัฐบาลอิรักไม่ให้การปกป้องเหยื่อการค้าประเวณี ไม่พยายามป้องกันขบวนการค้ากาม และไม่คิดว่าขบวนการค้ามนุษย์นี้เป็นปัญหากับประเทศ
ดร.นาวัล อัล-ซามาร์ราย อดีตรัฐมนตรีกิจการสตรี ที่ลาออกจากตำแหน่งเดือนที่แล้วเพื่อประท้วงที่ไม่มีงานอะไรให้ทำ เผยว่า ไม่คิดว่าการค้ามนุษย์เป็นประเด็นใหญ่ ทั้งยังเชื่อด้วยว่า เด็กสาวที่อยู่ในขบวนการนี้เลือกที่จะค้าประเวณีเอง และจนถึงทุกวันนี้ รัฐบาลไม่เคยลงโทษนักค้ามนุษย์คนใดเลย ทั้งยังห้ามกลุ่มป้องกันการค้ามนุษย์ไปเยี่ยมเหยื่อในเรือนจำที่ถูกขังเพราะค้าประเวณีและใช้เอกสารปลอม ทั้งๆ ที่เป็นผลพวงจากการที่พวกเธอถูกค้ามนุษย์



