ข่าว

การเมืองเรื่องแฝดสยาม?

การเมืองเรื่องแฝดสยาม?

28 ม.ค. 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปบรรยายและแลกเปลี่ยนทัศนะในประเด็นประชาธิปไตย ณ หน่วยทหารแห่งหนึ่ง และในส่วนของคำถามที่ให้เขียนขึ้นมาบนเวที ก็พบว่า แม้กระทั่งในหน่วยทหารเอง โดยเฉพาะกำลังพลทั้งในระดับสัญญาบัตร และประทวนนั้นต่างก็สนใจว่า "สองมาตรฐานมีจริงห

 อาจแปลได้ว่า ความสำเร็จของการเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงส่วนหนึ่งนั้นก็คือการจุดกระแสเรื่อง "สองมาตรฐาน" ขึ้นมาในสังคม ซึ่งอย่างน้อยก็ก่อให้เกิดคำถามในสังคมว่าสองมาตรฐานนั้นมีจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การจุดกระแสนี้จะสามารถเป็นแรงกดดันให้คุณทักษิณชนะคดีความ หรือบาดเจ็บทางการเงินจากคดีมากน้อยหรือไม่นั้นก็คงต้องดูกันต่อไป

 ทีนี้คำถามที่สำคัญก็คือ ถ้าการต่อสู้ของม็อบเสื้อแดงนั้นกำลังได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ มากขึ้น อะไรคือประเด็นท้าทายต่อความสำเร็จในการเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงมากที่สุด? คำตอบของผมก็คือกลุ่มคนที่ท้าทายม็อบเสื้อแดงมากที่สุดนั้นกลับไม่ใช่ม็อบเสื้อเหลือง หรือแม้กระทั่งรัฐบาล แต่กลับเป็นบรรดาปัญญาชนนักวิชาการนั่นแหละครับ

 ผมเองก็ไม่กล้าจะอ้างอิงตรงๆ ว่างานชิ้นไหนกันแน่ ด้วยในทางหนึ่งก็เกรงอกเกรงใจกันเอง เอาเป็นว่าทัศนคติแบบหนึ่งของนักวิชาการปัญญาชนที่สามารถแกว่งไปแกว่งมาได้ทุกสัปดาห์ในประเด็นสองมาตรฐานนี่แหละครับ ที่จะทำให้ม็อบเสื้อแดงต้องเผชิญปัญหาการเคลื่อนไหว แต่ในระยะยาวผมกลับคิดว่าปัญญาชนนักวิชาการเหล่านั้นต่างหากที่จะต้องเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่า

 ทัศนคติที่ปรากฏตามสื่อของปัญญาชนนักวิชาการแนวนี้ก็คือการขานรับเรื่องของสองมาตรฐานว่าเป็นเรื่องจริง และสรรเสริญว่านี่แหละคือทิศทางที่ถูกต้องแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวของประชาชน ที่กล่าวถึงความไม่เป็นธรรมในการพิจารณาคดี และการจัดสรรนโยบายในการกระจายทรัพยากรในประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องการถือครองที่ดิน ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ควรจะดำเนินต่อไป และไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่จะต้องไปผูกโยงตนเองกับคุณทักษิณในเรื่องของคดีความของคุณทักษิณ

 กล่าวง่ายๆ ว่า การเคลื่อนไหวเรื่องสองมาตรฐานของม็อบเสื้อแดงในฐานะม็อบชาวบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ส่วนเรื่องคุณทักษิณนั้นเป็นคนละเรื่องกัน การยิ่งผูกตัวเองเข้ากับคุณทักษิณออกจะน่าเป็นห่วงซะกว่า และเอาเข้าจริง "คนอย่าง(คุณ)ทักษิณ" นั่นแหละที่เป็นพวงจากการพัฒนาที่เหลื่อมล้ำ/ความไม่เป็นธรรมหรือสองมาตรฐานที่จะมีมาเรื่อยๆ ตราบใดที่เราไม่แก้ปัญหารากฐานของประเทศ

 เอาเป็นว่าผมไม่ได้มาปกป้องการที่ม็อบเสื้อแดงเขาจะต่อสู้เพื่อคุณทักษิณ หรือเชื่อว่าคุณทักษิณกับเขาเหมือนกัน/มีทุกข์แบบเดียวกัน ในฐานะที่เป็นเรื่องทางยุทธวิธี แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่าทัศนะที่เชื่อว่าม็อบเสื้อแดงนั้นสามารถยกระดับตัวเองขึ้นได้จากการแยกตัวเองจากคุณทักษิณ หรือเลิกใช้คุณทักษิณนั้น เป็นวิธีคิดที่ออกจะมองข้ามการยึดโยงที่สำคัญระหว่างคุณทักษิณกับม็อบเสื้อแดงที่ผ่านสถาบันการเลือกตั้งนั่นแหละครับ ทั้งนี้เพราะคนเหล่านี้ส่วนมาก(ถ้าไม่ทั้งหมด)ก็คือคนที่เลือกตั้งคุณทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นความรักทักษิณที่พวกเขามีนั้นมิได้เกิดขึ้นจากความพึงใจด้านบุคลิกภาพ หรือความสามารถ หรือความเป็นญาติพี่น้องแต่เพียงเท่านั้น แต่ได้รวมไปถึงการที่กระบวนดังกล่าวทั้งหมดมันถูกกลั่นตัวเข้าสู่กระบวนการที่จับต้องสัมผัสได้ที่เรียกว่าการเลือกตั้ง

 ย่อมไม่น่าแปลกใจว่าปัญญาชนนักวิชาการที่เชื่อว่าสามารถแยกม็อบเสื้อแดงออกจากคุณทักษิณได้และจะเป็นคุณกับม็อบเสื้อแดงเองนั้นย่อมเป็นพวกที่ไม่เชื่อมั่นการเลือกตั้ง ถ้าจำต้องเข้าร่วมก็อาจจะกาไม่เลือก เพราะเชื่อว่าเขามีวิธีการแสดงอำนาจทางการเมืองทางอื่น ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากนั้นการเลือกตั้งเป็นกระบวนการต่อรองอำนาจและทรัพยากรที่สำคัญ และมีต้นทุนต่ำกว่าการรวมตัวต่อสู้ในแต่ละเรื่องในเชิงของขบวนการภาคประชาชน

 ผมไม่ได้คิดว่าคุณทักษิณและม็อบเสื้อแดงนั้นทำอะไรก็ถูก แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่าชาวบ้านเขาอยากทำมาหากินในสังคมที่เขามีอำนาจพอประมาณ เมื่อระบบเลือกตั้งที่น่ารังเกียจของปัญญาชนนักวิชาการและอีกหลายๆ คน อีกทั้งเมื่อทักษิณมาจากกระบวนการการเลือกตั้งแบบนั้นทำให้เขารู้สึกว่าเขาพอทำมาหากินและมีอำนาจพอประมาณ เขาจึงต้องออกมาเหนื่อยเพราะเขาไม่อยากเหนื่อยกว่านี้นั่นแหละครับ

 ภารกิจของปัญญาชนนักวิชาการจึงอาจไม่ใช่แค่การวิจารณ์เพื่อความบริสุทธิ์ของหลักการที่ให้ประชาชนเหนื่อยมากกว่านี้ แต่อาจจะต้องช่วยกันค้นหาและนำเสนอรูปแบบความเป็นตัวแทนของคนยากคนจนที่คำนึงทั้งในเรื่องต้นทุนการต่อสู้และความเป็นไปได้จริงในการปฏิบัติด้วยครับ