ข่าว

เครื่องมือการเมือง

เครื่องมือการเมือง

28 ม.ค. 2553

คดียิงเอ็ม 79 ใส่ห้องทำงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่สุดแล้วก็อาจจะเป็นเหมือนคดีระเบิดก่อนหน้านี้ คือ ไม่มีหลักฐานพอดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้

 กี่ครั้งมาแล้วที่เอ็ม 79 ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง สร้างสถานการณ์และเงื่อนปมหวังผลทางด้านจิตวิทยา

 แม้ว่าคนที่ทำเช่นนี้ได้จะมีอยู่เพียงไม่กี่คนและจำกัดกลุ่ม แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดได้เลย

 ทหารเองก็รู้ดี ตำรวจเองก็เท่าทัน ติดขัดอยู่ที่เรื่องพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดยาก

 ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่นายทหารคนดัง ผู้ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังยิงห้องทำงาน ผบ.ทบ.จะเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากไปกว่าเกมเกมหนึ่งบนกระดานการเมือง

 เรื่องทำนองนี้นักสืบฝึกหัดยังรู้ว่าต้องทำยังไงไม่ให้มีหลักฐานพัวพันมาถึงตัว

 ไม่ต้องยิงเอง ไม่ต้องโทรสั่ง และหลังลงมือต้องให้มีหลักฐานสาวถึงน้อยที่สุด

 เมื่อมีพยานยืนยันแหล่งที่อยู่ขณะเกิดเหตุ ไม่มีสิ่งใดเชื่อมโยงถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้ก็ใช่ว่าเกี่ยวข้องด้วย

 ตำรวจ-ทหารที่ไหนๆ ก็มีปืน มีระเบิดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 การพิสูจน์เรื่องนี้จึงยาก ดีไม่ดีผลทางคดีอาจถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมือง เสียหายได้อีกหลายต่อ

 จะว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจตำรวจ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานสั่งฟ้อง ส่วนคดีนี้ก็ให้นายทหารพระธรรมนูญดำเนินการ

 เมื่อคว้าอะไรได้ก่อนก็ต้องคว้า และกำราบคนวงนอกให้อยู่ในกรอบ

 กลุ่มก่อเหตุเองก็รู้ดีถึงข้อจำกัดในกระบวนการยุติธรรม เพราะจะว่าไปก็ต้องบอกว่าเป็นคนกันเองด้วยกันทั้งนั้น

 ดีไม่ดีบางทีลูบหน้าอาจปะจมูก

 เชื่อเถอะว่าหากการเมืองยังคุกรุ่นอย่างนี้ต่อไป คดีถล่มเอ็ม 79 ห้องทำงาน ผบ.ทบ.จะไม่ใช่คดีสุดท้าย ยังจะมีตามมาอีกเรื่อยๆ

 เพียงแค่เปลี่ยนกลุ่มลงมือกับเป้าหมายไปแค่นั้น

 เรียกว่าทีใครทีมัน เช่นนี้แล้วจะวาดหวังให้สังคมไทยสงบสุขคงยาก

 ยิ่งปัจจัยทางการเมืองแยกให้คนแบ่งฝ่าย แย่งชิงผลประโยชน์ และแสวงหาอำนาจกับที่ยืนในรัฐบาล ยิ่งส่งให้ความขัดแย้งเด่นชัดขึ้น

 ที่จริงคนไทยอาจมีชะตากรรมไม่ต่างอะไรกับเฮติเลย เพียงแต่ชาวเฮติประสบภัยธรรมชาติเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

 ส่วนคนไทยตกอยู่ในอำนาจบงการจากคนไม่กี่คน ปั่นป่วนยุยงจนวุ่นวายกันไปหมดทั้งบ้านเมือง ?!!

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]