
จับแล้ว "หมอกระเป๋า-คลีนิคเสริมความงามเถื่อน ทำหน้าลูกค้าพัง
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ อย. บุกจับหมอกระเป๋า 3 ราย และคลินิกเสริมความงาม 3 แห่ง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ อย.ร่วมกันจับกุม ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหมอกระเป๋า และคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล
รวมทั้งยึดของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาทิ ฟิลเลอร์ ยาสลายไขมัน เครื่องทำเลเซอร์อัลเทอร่า ทั้งนี้ สำหรับการจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ปคบ. ได้ทำการจับกุมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหมอกระเป๋า จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นางสาวสายฝน อายุ 31 ปี ถูกจับกุมได้ที่บางบัวทองจังหวัดนนทบุรี และนายนฏกร อายุ 27 ปี จับได้ที่บริเวณห้วยขวาง
พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเข็มฉีดยา ไซริงค์ใช้แล้ว และผลิตภัณฑ์ยา นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมนางสาวจินตนา อายุ 35 ปี พร้อมยึดเครื่องมือเสริมความงาม เป็นเครื่องทำเลเซอร์เทอมาจ และอัลเทอร่า สำหรับยกกระชับหน้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้เข้าตรวจค้นสถานพยาบาล ที่ไม่ได้อนุญาตในพื้นที่เขตคลองสามวา จตุจักร และหลักสี่ รวม 3 แห่ง พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ
อย่างไรก็ตาม จากการจับกุมคลีนิคเสริมความงามในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่า ไปรับบริการเสริมความงามยกกระชับใบหน้ากับแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งให้บริการภายในบ้านพักย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งทำให้ใบหน้าเสียโฉม ดังนั้น ผู้ใช้บริการรายนี้จึงได้เข้าร้องเรียนกับ ปคบ. ก่อนที่จะขยายผล และพบว่า มีบุคคลที่อ้างตัวเป็นแพทย์โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก และเปิดกลุ่มชักชวนสมาชิกให้มาใช้บริการ ซึ่งหมอกระเป๋าที่ถูกจับกุมไม่มีความรู้ด้านแพทย์ เป็นเพียงผู้ที่ชื่นชอบรักความสวยงามเท่านั้น
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเหยื่อผู้เสียหาย ที่เข้ามาใช้บริการ และได้รับผลกระทบจากการเสริมความงามส่วนใหญ่ พบว่า เกิดจากการทำศัลยกรรมจมูก และเสริมหน้าอก ขณะที่ จากการตรวจสอบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พบว่า หมอกระเป๋าส่วนมาก มักไปให้บริการที่บ้านพัก หรือคอนโด ซึ่งหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการแพทย์ที่รักษาได้ทันที
ส่วนแพทย์จำนวนมาก ที่ให้บริการกับลูกค้าที่มาเสริมความงาม ไม่ทราบมาก่อนว่า สถานพยาบาลเหล่านี้ ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น จึงได้ย้ำเตือนแพทย์ให้ตรวจสอบรายละเอียดของคลินิก ที่มารับดำเนินการ เช่น ตรวจใบอนุญาต วันเวลาการให้บริการของแพทย์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ปคบ. และเจ้าหน้าที่ อย. ยังฝากย้ำเตือนประชาชนที่จะใช้บีริการเสริมความงาม ให้เลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง รวมถึงก่อนฉีดยา หรือสารอะไร ควรสอบถาม หรือดูตัวยาว่า มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจาก อย.หรือไม่ เพราะการศัลยกรรม หรือฉีดยาบนใบหน้า ต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้กายวิภาคบนใบหน้า เนื่องจากใบหน้ามีกล้ามเนื้อเล็กๆ เส้นเลือดมากมาย หากเกิดความผิดพลาด เช่น มีอาการแพ้ เกิดอาการสายตาพร่ามัว เข้าสู่สมอง การติดเชื้อ ถ้าหากฉีดผิด อาจส่งผลต่อการเสียโฉม และเสียชีวิตได้



