ข่าว

อธิการบดีนิด้าชี้มติปชป.ไม่แก้รธน.มีแต่ได้

อธิการบดีนิด้าชี้มติปชป.ไม่แก้รธน.มีแต่ได้

27 ม.ค. 2553

“อธิการบดีนิด้า” ชี้ มติ ปชป.ไม่แก้รธน. “มีแต่ได้” กินรวบทุกหน้า ฟันธง “พรรคร่วม” ไม่กล้าหือสวิงขั้ว แต่จะโกนจนหมดวาระ เหตุยังไม่ใช้งบเนรมติผลงาน ส่วน “มาร์ค” ได้ใจประชาชนมีจุดยืน ไม่เสียแนวร่วม “พธม.” เชื่อ “เสื้อแดง” นับวันยิ่งแผ่ว มวลชนหดหาย สังคมไม่ร

 นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวถึงมติของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาล ว่า การตัดสินใจสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ อาจจะส่งผลให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของรัฐบาลลดน้อยลงไป แต่จะไม่ถึงขั้นที่พรรคร่วม จะถอนตัวจากรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะยังไม่พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ งบประมาณที่ลงไปสร้างผลงานก็ยังไม่มี รวมทั้งกลัวว่าถ้าแยกตัวไปจะไม่ได้คุมกระทรวงใหญ่อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์จัดสรรให้เหมือนปัจจุบัน ดังนั้นพรรคร่วมจะประคองตัวไปกับพรรคประชาธิปัตย์ไปจนหมดวาระอย่างแน่นอน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังถือไพ่เหนือกว่า เพราะนโยบายหลักๆซื้อใจประชาชนในระดับรากหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เรียนฟรี ประกันราคาสินค้าเกษตร ถือเป็นนโยบายสวัสดิการนิยม ที่แตกต่างจากประชานิยมสมัยทักษิณที่ทุ่มเงินลงไปมหาศาลแต่ผลตอบแทนกลับน้อยมาก

 “การตัดสินไม่ร่วมแก้รัฐธรรมนูญถือว่า ปชป.กินรวบทุกหน้า ไม่มีอะไรเสียหายเลย ได้ทั้งแต้มจากประชาชนในบทบาทพรรคที่รักษาจุดยืน รวมทั้งได้ประโยชน์จากการปกป้องระบบการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ที่ปชป.ได้ประโยชน์ ขณะที่พรรคร่วมก็ไม่กล้าถอนตัวออกจากรัฐบาลตามคำขู่ แถมยังไม่เป็นปฎิปักษ์กับกลุ่มพันธมิตรฯซึ่งเป็นแนวร่วมด้วย”นักวิชาการ ผู้นี้ กล่าว

 นายสมบัติ วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงคดียึดทรัพย์ ว่า คดียึดทรัพย์อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นถ้ากลุ่มเสื้อแดงยังเคลื่อนไหวกดดันศาลประชาชนจะไม่ยอมรับ จะทำให้แนวร่วมน้อยลง เพราะตามกระบวนการแล้วหากไม่พอใจคำตัดสินก็สามารถอุทธรณ์ได้ 30 วัน ทุกอย่างมีขั้นตอน โดยเฉพาะการสร้างกระแสข่าวการปฎิวัติยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้ไม่มีเงื่อนไขเพียงพอเหมือนเมื่อปี 49-50 แม้ช่วงปี 50 ที่มีเงื่อนไขสุกงอม กองทัพยังไม่ทำ ดังนั้นตอนนี้ไม่มีใครกล้าทำ ใครที่ก่อการปฎิวัติรัฐประหาร ช่วงนี้จะไม่สามารถรักษาอำนาจไว้ได้เพราะภายในประเทศจะมีความขัดแย้งหนักและจะถูกต่อต้านจากประชาคมโลกจนไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้

 “การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงยิ่งนานวันประชาชนยิ่งเบื่อ ยิ่งมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงปั่นป่วนบ้านเมืองด้วยแล้วสังคมจะไม่รับเพราะที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามาก ขณะที่รัฐบาลมีจุดแข็งคือตัวนายกฯที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และนโยบายสวัสดิการนิยมที่ขับเคลื่อนได้อย่างมีพลังในขณะนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถเอาตัวรอดไปได้จนครบวาระ”นักวิชาการ ผู้นี้ กล่าว