ข่าว

ศาลสั่งขัง "เพนกวิน"  15 วัน ละเมิดอำนาจศาล

ศาลสั่งขัง "เพนกวิน" 15 วัน ละเมิดอำนาจศาล

22 มี.ค. 2564

ศาลสั่งขัง 1 เดือน "เพนกวิน" ละเมิดอำนาจศาล เจ้าตัวรับสารภาพ ยังเป็นนักศึกษา ลดโทษเหลือ  15 วัน ด้าน" เพนกวิน " อ้างไม่เจตนาสร้างความวุ่นวาย 

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาพิเศก นัดไต่สวนกรณีที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ละเมิดอำนาจศาล จากการยืนขึ้นแถลงการณ์ในห้องพิจารณาคดี เมื่อ15 มีนาคมที่ผ่านมา  

โดยจากการไต่สวน  นายพริษฐ์ ให้เหตุผลต่อผู้พิพากษาว่าในวันดังกล่าว มีการพิจารณาคดีจำเลยหลายคน และ นายพริษฐ์โดนพิจารณาใน 2 เรื่อง แต่ไม่มีโอกาสได้แย้งหรือเรียกร้องขอประกัน จึงใช้โอกาสยืนขึ้นแถลงกลางห้องพิจารณาคดี

 แต่ผู้พิพากษาเล็งเห็นแล้วว่าจะเกิดความวุ่นวายจึงลงจากบัลลังก์ แต่นายพริษฐ์ยังยืนกรานจะทำพฤติกรรมต่อเนื่อง แม้ตำรวจศาลเข้ามาห้าม โดยมีหลักฐานเป็นภาพเคลื่อนไหวจากฝ่ายไอทีว่านายพริษฐ์ ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริง จึงสั่งลงโทษ

โดยก่อนหน้านี้ทนายได้แย้งต่อศาลว่าเหตุใดนายพริษฐ์ ไม่ได้อ่านหนังสือเรียน ที่ผ่านมาราชทัณฑ์ไม่อนุญาตให้มารดาของนายพริษฐ์ฝากหนังสือเรียนไว้ ผู้พิพากษาแจ้งกลับมาว่าสามารถทำได้ แต่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของราชทัณฑ์ 

นอกจากนี้ศาลยังเตือนถึงกรณีการเขียนจดหมายแนวทางการต่อสู้ของแกนนำว่าสามารถทำได้ แต่ห้ามเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางทนายยืนยันว่า หากไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ก็จะเผยแพร่ต่อไป 

สำหรับการไต่สวนในวันนี้ นายพริษฐ์ ถูกควบคุมตัวมาโดยให้นั่งรถวีลล์แชร์ มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่านายพริษฐ์ค่อนข้างอ่อนแรง ดมยาดมตลอดเวลา 

โดยทันทีที่เข้ามาในห้องแม่ของนายพริษฐ์ซึ่งทีโอกาสพบหน้าลูกชายเป็นครั้งแรกหลังประกาศอดอาหารได้เข้ามาสวมกอดให้กำลังใจ 

ก่อนที่นายพริษฐ์ได้แถลงต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิการประกันตัว แต่ศาลระบุว่าการไต่สวนครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลไม่เกี่ยวกับคดีอื่น ก่อนอนุญาตให้นายพริษฐ์ชี้แจงใน 5 นาที

จากนั้นศาลได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งนายพริษฐ์ชี้แจงว่าไม่ได้เจตนาสร้างความวุ่นวาย เพียงแต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมและทราบว่าการกระทำดังกล่าวศาลสามารถลงโทษตนได้ และไม่เสียใจที่เสียอิสระภาพแต่เสียใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่ทนายความกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เพนกวินยอมรับว่าทำผิดจริง ศาลจึงลดโทษให้ แต่ความผิดนี้สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน30วัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับเพนกวินว่า จะอุทธรณ์หรือไม่

สำหรับการไต่สวน คุ้มครองความปลอดภัย ของแกนนำราษฎร ตามที่อานนท์ ยื่นจดหมายร้องเรียน ศาลได้ไต่สวนเสร็จสิ้นเเล้ว โดยเบิกพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิดในเรือนจำ จากรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนายอานาท์ นำภา ได้ดูเเล้ว ยืนยันว่าเป็นภาพในวันเกิดเหตุจริง โดยศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่29มีนาคม 2564